Braveheart Gunpowder Mel Gibson Outlaw King

แขวนคอ ควักไส้ และผ่าสี่: ย้อนดูโทษประหารชีวิตในอังกฤษผ่านหนัง

Home / bioscope / แขวนคอ ควักไส้ และผ่าสี่: ย้อนดูโทษประหารชีวิตในอังกฤษผ่านหนัง

ครั้งหนึ่ง เมล กิบสัน เคยถ่ายทอดเรื่องราวของ วิลเลียม วอลเลซ วีรบุรุษชาวสก็อตแลนด์ผู้พยายามปลดแอกชาวสก็อตต์ให้เป็นไทจากการปกครองของอังกฤษใน Braveheart (1995) ตัวหนังประสบความสำเร็จล้นหลามทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ หนังทำเงินไปทั้งสิ้น 201 ล้านเหรียญฯ (จากทุน 53 ล้านเหรียญฯ) ทั้งยังคว้ารางวัลออสการ์กลับบ้านได้ 5 สาขา (เข้าชิง 10) โดยเฉพาะหนังยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม ตัวเขาเองรับบทเป็นวอลเลซได้อย่างน่าจดจำ

Braveheart เล่าถึงการต่อสู้ของวอลเลซ ที่พยายามตั้งกองทัพเพื่อต่อกรกับ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่หนึ่ง แห่งอังกฤษที่แผ่อิทธิพลมาปกครองถึงสก็อตแลนด์อย่างโหดเหี้ยม และแม้ว่าการต่อสู้ของวอลเลซจะไม่ประสบความสำเร็จ หากแต่วีรกรรมของเขาก็ถูกจารึกไว้ในฐานะชายผู้พยายามปลดแอกและเรียกร้องสิทธิเสรีภาพแทนชาวสก็อตแลนด์ในยุคสมัยนั้น

บทลงเอยของวอลเลซเองน่าเศร้า แม้ในหนังเราจะเข้าใจว่าเขาถูกประหารชีวิตโดยการบั่นคอ หากแต่ตามที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้นั้น เขาถูกทำให้เสียชีวิตอย่างทารุณที่สุดโดยบทลงโทษที่เลือดเย็นที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างการแขวนคอ ควักไส้ และผ่าสี่ (hanged, drawn and quartered) อันเป็นโทษประหารชีวิตของนักโทษชายที่มีความผิดฐานกบฏต่อแผ่นดินอังกฤษในยุคโบราณ (ส่วนผู้หยิงจะถูกเผาทั้งเป็นแทน) ในหนัง Outlaw King (2018, เดวิด แม็กเคนซีย์) ซึ่งว่าด้วยการปลดปล่อยสก็อตแลนด์ในยุคต่อจากวอลเลซ เราจึงได้เห็นร่างบางส่วนของวอลเลซที่ถูกขึงอยู่กลางถนน

การลงโทษแบบนี้เริ่มขึ้นราวปี 1352 แม้จะเคยมีบันทึกถึงการลงโทษด้วยวิธีนี้เป็นครั้งแรกๆ ในรัชสมัยของ พระเจ้าเฮนรีที่สาม (ปกครองช่วงปี 1216-1272) โดยนักโทษจะถูกผูกกับไม้แล้วให้ม้าลากไปยังลานประหารก่อนจะถูกแขวน โดนจับตอน คว้านไส้ ตัดหัวและถูกจับแยกร่างออกเป็นสี่ส่วน โดยชิ้นส่วนของร่างกายจะถูกนำไปประจานตามสถานที่ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ในรัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่หนึ่งนี่เองที่การลงโทษชนิดนี้ได้รับการบันทึกไว้มากที่สุด ดาวิด แอป กรัฟฟิดด์ คือขุนนางคนแรกๆ ที่ได้รับการบันทึกว่าโดนลงโทษด้วยการผ่าสี่หลังพยายามตั้งตัวเองเป็นกษัตริย์แห่งเวลส์ (โดยอังกฤษเข้ายึดครองเวลส์ได้ก่อน แล้วจึงขยับเข้ามายึดสก็อตแลนด์) ร่างของกรัฟฟิดด์ถูกส่งไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ หัวของเขาถูกแขวนประจานที่หอคอยแห่งกรุงลอนดอน (มีบันทึกไว้ว่า บางกรณี ชิ้นส่วนของนักโทษจะถูกนำไปต้มในหม้อที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศเพื่อกันไม่ให้นกบินมาจิก) ซึ่งวอลเลซเองก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกัน ยังไม่นับว่านี่เป็นการประหารต่อหน้าสาธารณะชนจำนวนมากอีกต่างหาก

ขุนนางบาบิงตัน

การลงโทษชนิดนี้ถูกใช้ในอังกฤษนานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในยุคสมัยของ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่หนึ่ง โดยการทำโทษครั้งใหญ่คือกรณีกบฏบาบิงตัน (The Babington Plot) เมื่อปี 1586 ที่ตั้งตามชื่อขุนนางผู้ก่อเหตุ แอนโธนี บาบิงตัน ผู้วางแผนลอบปลงพระชนม์พระนางอลิซาเบธ และในอีกครั้งในยุคต่อมาคือกบฏกันพาวเดอร์ในรัชสมัยของพระเจ้าเจมส์ที่หนึ่งในปี 1605

และอีกเช่นเคยที่เรื่องราวของการกบฏ การต่อสู้และการลงโทษเหล่านี้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะยุคสงครามกลางเมืองของอังกฤษที่มีผู้ถูกลงโทษเป็นจำนวนมาก ก็เคยถูกนำมาสร้างเป็นหนังอย่าง Cromwell (1970, เคน ฮิวจ์เอช) มาจนถึงมินิซีรีส์ทั้งสองเรื่องที่เล่าถึงเหตุการณ์กบฏกันพาวเดอร์ใน Gunpowder, Treason & Plot (2004) และ Gunpowder (2017)

ทั้งนี้ การทำโทษนี้ถูกยกเลิกไปในที่สุดเมื่อปี 1870 ก่อนที่การตัดหัวจะถูกยกเลิกตามไปในปี 1973

ติดตามชม Braveheart ได้ ทาง Mono29
วันที่ 23 พ.ย. เวลา 11.50 น. 
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv