Mission Impossible Tom Cruise

10 เกร็ดรู้หรือไม่ …ของแฟรนไชส์ Mission: Impossible

Home / bioscope / 10 เกร็ดรู้หรือไม่ …ของแฟรนไชส์ Mission: Impossible

Mission: Impossible คือแฟรนไชส์หนังแอ็กชั่นระห่ำโลกของพ่อพระเอก ทอม ครูซ ที่ทำเงินโด่งดังไปทั่วทุกหัวระแหง รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากหนังทั้งหมด 6 ภาค ทว่าแม้จะเป็นที่รู้จักของผู้ชมทั้งโลก แต่เราก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายเรื่องราวในแฟรนไชส์ชุดนี้ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ …และ 10 เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในเกร็ดสนุกๆ เหล่านั้นที่เราอยากเอามาเล่าสู่กันฟังแบบสั้นๆ จ้า!

Mission: Impossible
1) เมื่อ ‘เหรียญ’ = เคล็ดลับของฉากโรยตัวในตำนาน!

สำหรับฉากที่ อีธาน ฮันต์ ตัวละครสายลับของทอม ครูซโรยตัวลงมาจากเพดานแล้วหยุดอยู่เหนือพื้นอย่างเฉียดฉิวใน Mission: Impossible (1996, ไบรอัน เดอพัลมา) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฉากจำระดับไอคอนของแฟรนไชส์นั้น กว่าที่ทอม ครูซจะแสดงฉากนี้ได้ เขาต้องโรยตัวลงมาให้หัวกระแทกพื้นอยู่หลายที เนื่องจากความไม่สมดุลกันระหว่างน้ำหนักของฝั่งหัวกับฝั่งขา จนสุดท้ายฉากนี้ก็สำเร็จลงได้ด้วยดี เมื่อเขาตัดสินใจใส่ ‘เหรียญ’ จำนวนหนึ่งลงไปในรองเท้าเพื่อถ่วงดุล

2) การจัดไฟให้กรุงปราก ใช้เวลานานกว่าการถ่ายหนังทั้งฉาก!

กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก คือหนึ่งในฉากเด่นของหนังภาคแรก และการจัดแสงไฟของเมืองในยามค่ำคืนเพื่อให้ฉากดังกล่าวออกมางดงามนั้น ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ผู้กำกับภาพอย่าง สตีเฟน เอช บูรัม จึงต้องใช้เวลาในการออกแบบและจัดเตรียมแสงให้กับฉากหลังนี้ (หรือจริงๆ ก็คือเมืองนี้!) นานถึง 14 วัน …ซึ่งใช้เวลานานกว่าการถ่ายทำฉากนี้-ที่ใช้เพียง 12 วัน-เสียอีก! (เขาใช้เครื่องปั่นไฟ 11 ตัว และไฟอีกเป็นร้อยๆ ดวงเลยทีเดียว)

จอห์น วู กับ ดูเกรย์ สก็อตต์ ขณะถ่ายทำ Mission: Impossible 2
3) M:I 2 คือเหตุผลที่ทำให้ ฮิวจ์ แจ็คแมน ได้บท วูล์ฟเวอรีน!?

เพราะก่อนหน้านั้น ดูเกรย์ สก็อตต์ เคยถูกหมายตาให้แสดงเป็น วูล์ฟเวอรีน ในแฟรนไชส์ X-Men ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น แต่เนื่องด้วยความที่เขาต้องถ่ายทำ Mission: Impossible 2 (2000, จอห์น วู) อย่างยาวนาน แถมแขนยังมาหักระหว่างนั้นเสียอีก ตารางเวลาทำงานของทั้งสองกองเลยยิ่งรวนหนัก เขาจึงจำต้องถอนตัว และทีมผู้สร้าง X-Men ก็หันไปคว้าตัว ฮิวจ์ แจ็คแมน มารับแทนจนโด่งดังในที่สุด

4) ความยาวดั้งเดิมของ M:I 2 = 3.5 ชั่วโมง!

จอห์น วู ผู้กำกับของ Mission: Impossible 2 เคยตัดต่อเวอร์ชั่นแรกของหนังออกมายาวถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง (กรี๊ด!) จนสตูดิโอขอร้องว่าให้ตัดเหลือแค่ 2 ชั่วโมงก็พอ ซึ่งสุดท้ายหนังก็ถูกตัดออกไปชั่วโมงครึ่ง – นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมหนังภาคสองจึงเต็มไปด้วยปัญหาเรื่องความต่อเนื่องและช่องโหว่ของพล็อตอย่างที่หลายคนบ่นกัน

Mission: Impossible III
5) M:I III คือผลงานกำกับเรื่องแรกของ เจ เจ เอบรัมส์!

เพราะก่อนหน้า Mission: Impossible III (2006) เจ เจ เอบรัมส์ มีงานหลักเป็นคนเขียนบท (Armageddon, Joy Ride) และการได้ก้าวเข้ามากำกับภาคสามของแฟรนไชส์ดังนี้ (ด้วยทุนสร้าง 150 ล้าน – ซึ่งถือเป็นผู้กำกับมือใหม่ที่ต้องรับผิดชอบเงินเยอะที่สุด ณ ขณะนั้น) ก็ส่งให้เขากลายเป็นบุคลากรคนสำคัญของฮอลลีวูดไปโดยปริยาย ทั้งการกำกับ Star Trek และ Star Wars ภาคใหม่ๆ รวมถึงโปรดิวซ์แฟรนไชส์ดังอย่าง Cloverfield

6) มี ‘นักแสดงดัง’ มาเล่นดนตรีประกอบให้หนังด้วยนะเออ!

นักแสดงผู้นั้นคือ เดอร์ม็อต มัลโรนีย์ (August: Osage County) ที่มาแสดงฝีมือบรรเลงเชลโลร่วมกับวงออร์เคสตร้าเพื่อทำสกอร์หนังให้แฟรนไชส์ ใน Mission: Impossible – Ghost Protocol (2011, แบรด เบิร์ด) เพราะเป็นที่รู้กันในวงการว่าหนึ่งในงานอดิเรกของเขาคือการเป็นนักเชลโล่คอยอัดซาวด์แทร็คให้หนังอยู่แล้ว …เก่งจริงๆ พ่อคุณ!

Mission: Impossible – Ghost Protocol
7) แฟรนไชส์นี้มี ‘สาวฝรั่งเศส’ สุดร้อนมาแล้ว 3 คน!

มีนักแสดงหญิงสัญชาติฝรั่งเศสถึง 3 คนที่ได้แสดงบทเด่นในแฟรนไชส์นี้ ได้แก่ เอ็มมานูแอลล์ เบอาร์ต ใน Mission: Impossible, เลอา เซดูซ์ ใน Ghost Protocol และล่าสุด แอลิกซ์ เบเนเซ็ก ใน Mission: Impossible – Fallout (2018, คริสโตเฟอร์ แม็กควอร์รี)

8) คริสโตเฟอร์ แม็กควอร์รี คือผกก.หนึ่งเดียวในแฟรนไชส์ที่ได้กำกับถึง 2 ภาค!

นั่นคือ Mission: Impossible – Rogue Nation (2015) และ Fallout เนื่องจากเขากับครูซเข้าขากันได้ดีเหลือเกินจากการทำงานร่วมกันในแฟรนไชส์แอ็กชั่นอย่าง Jack Reacher นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา

วิง แรมส์ (ขวาสุด) ใน Mission: Impossible – Fallout
9) ทอม ครูซ ไม่ใช่นักแสดงขาประจำหนึ่งเดียวของแฟรนไชส์!

เพราะนักแสดงอีกคนที่ปรากฏตัวในหนังทุกภาคของ Mission: Impossible ก็คือ วิง แรมส์ ในบท ลูเธอร์ สติคเคลล์ แฮ็คเกอร์หนุ่มผิวสีแห่งหน่วย IMF (Impossible Missions Force) ผู้อยู่เคียงข้างฮันต์มาโดยตลอดนั่นเอง!

10) มีอยู่หนึ่งภาคที่ อีธาน ฮันต์ ไม่ได้ยิงปืนเลย!

ใช่แล้ว, หากยังจำกันได้ มีหนังอยู่ 1 ภาคถ้วนของแฟรนไชส์ชุดนี้ ที่ฮันต์ ไม่ได้ ‘ยิงปืน’ ต่อสู้กับคนร้ายเลยซักแอะ ทว่าเอาแต่ต่อยตีไปตามเรื่องตามราวเท่านั้น …ซึ่งก็คือหนังภาคแรกสุดอย่าง Mission: Impossible นั่นเอง ลองกลับไปสังเกตกันดูนะจ๊ะ