Billy Zane JAMES CAMERON kate winslet Leonardo DiCaprio Titanic

15 เรื่องเบื้องหลังเกี่ยวกับการทำหนัง Titanic ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

Home / bioscope / 15 เรื่องเบื้องหลังเกี่ยวกับการทำหนัง Titanic ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

การคว้าออสการ์มาได้ทั้งสิ้น 11 สาขา (จากเข้าชิง 14 สาขา), กวาดรายได้ไปทั่วโลกที่ 2,000 ล้านเหรียญฯ จนครองสถิติเป็นหนังทำเงินอันดับสองของโลก และเป็นหนึ่งในหนังที่อยู่ความประทับใจของใครอีกหลายคน ก็เป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จตลอดกาลของ Titanic (1997) หนังอมตะอีกเรื่องของ เจมส์ แคเมอรอน ที่สร้างขึ้นจากเหตุการณ์จริงเมื่อเรืออาร์เอ็มเอส ไททานิก (RMS Titanic) อับปางในปี 1912 ที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,500 ราย และด้วยเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เกิดการจัดตั้งอนุสัญญาความปลอดภัยของชีวิตในทะเลระหว่างประเทศ (SOLAS) ขึ้นในอีกสองปีถัดมาหลังเกิดโศกนาฏกรรมเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

โดย Titanic เล่าถึงสองชีวิตที่มาจากสองสถานะที่โดยสารมาบนเรือไททานิก โรส เดอวิตต์ บูคาเตอร์ (เคต วินสเล็ต -ชิงนำหญิง) เด็กสาววัย 17 ลูกหลานขุนนางใหญ่และ แจ็ค ดอว์สัน (ลีโอนาโด ดิคาปริโอ) ศิลปินหนุ่มแร้นแค้นผู้วาดหวังจะมีชีวิตใหม่ในนิวยอร์ค และสร้างตำนานรักที่ยากจะเลือนขึ้นบนเรือที่พุ่งชนน้ำแข็งยักษ์ในมหาสมุทรแอตแลนติก

และนี่คือเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำหนังที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จที่สุดในยุค 90

 

1.) เพื่อจะซึมซับประสบการณ์ความประทับใจของการได้เห็นเรือไททานิกของจริง แคเมอรอนตัดสินใจดำน้ำลงไปดูซากเรือที่จมดิ่งอยู่ในก้นมหาสมุทร ตัวแคเมอรอนเองนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นคนทำหนังที่หลงใหลในมหาสมุทรและโลกใต้น้ำอย่างลึกซึ้ง จึงไม่แปลกใจที่เขาจะใช้เวลาอยู่กับการสำรวจเรือไททานิกนานมาก ทั้งในเวลาต่อมายังงอกเงยกลายเป็นสารคดี Titanic: The Final Word with James Cameron (2012, โทนี เกอร์เบอร์) ด้วย

2.) เดิมทีสตูดิโอต้องการตัว แมตธิว แม็กคอนนาเฮย์ มารับบทเป็นแจ็ค ดอว์สันแต่แคเมอรอนอยากได้ตัวดิคาปริโอมากกว่า และสตูดิโอก็ยอมตามนั้น (อย่างไรก็ตาม ทั้งสองได้มาร่วมงานกันใน The Wolf of Wall Street หนังปี 2013 ของ มาร์ติน สกอร์เซซี ในที่สุด)

 

3.) และก่อนที่บทแจ็คจะมาถึงมือดิคาปริโอนั้น มันเคยถูกส่งไปยังมือของ จอห์นนี เด็ปป์, แบรด พิตต์ และ จาเร็ด เลโต มาก่อน แต่ทั้งสามปฏิเสธบทนี้

 

4.) แคเมอรอนเรียกนักแสดงประกอบจำนวนกว่า 150 ชีวิตมาคุยทีละคน กำหนดชื่อและอาชีพตัวละครให้พวกเขา แม้ตัวละครเหล่านั้นจะไม่มีบทพูดก็ตาม แต่แคเมอรอนเชื่อว่าการกำหนดปูมหลังและเลือดเนื้อให้ตัวละครจะทำให้หนังสมจริงมากยิ่งขึ้น

 

5.) แคเมอรอนเขียนตัวละครแจ็ค ดอว์สันขึ้นมาจากจินตนาการ โดยไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มที่ชื่อ เจ ดอว์สัน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือไททานิกล่มจริงๆ และเขามารู้ภายหลังว่านั่นคือชื่อของ โจเซฟ ดอว์สัน ชายหนุ่มจากดับลิน, ไอร์แลนด์ที่โดยสารขึ้นเรือมา ศพของเขาได้รับการกู้และฝังที่สุสานแฟร์วิว ลาวน์ในรัฐโนวาสโกเชีย ร่วมกันกับเหยื่อไททานิกคนอื่นๆ และหลุมศพ (หมายเลย 227) ของเขาเป็นหนึ่งในหลุมศพที่ได้รับการเยี่ยมเยือนบ่อยที่สุดในหลายๆ ปีที่ผ่านมา

6.) ฉากที่แจ็ควาดรูปให้โรสนั้น มือที่ปรากฏในหนังไม่ใช่มือของดิคาปริโอ หากแต่เป็นมือของแคเมอรอนซึ่งมีทักษะในการวาดรูปอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความที่แคเมอรอนถนัดซ้ายและดิคาปริโอถนัดขวา จึงต้องถ่ายภาพสะท้อนจากกระจกเพื่อให้ดูเหมือนดิคาปริโอเป็นคนวาดเอง (ภายหลัง ภาพดังกล่าวถูกประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 10,000 ปอนด์หรือราวๆ 423,600 บาทเลยทีเดียว) ทั้งนี้ วินสเล็ตโพสต์ท่า –ในชุดบิกินี่- หลายๆ มุมเพื่อให้แคเมอรอนดูว่ามุมไหนที่ออกมาดูดีสำหรับภาพวาดที่สุด

 

7.) ฉากที่แจ็ค ดอว์สันและ ทอมมี ไรอัน (เจสัน แบร์รี) ยกเอาม้านั่งมากระแทกประตูให้เปิดออกเพื่อหนีน้ำนั้น ดิคาปริโอและแบร์รีเจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่ คนแรกระบมกล้ามเนื้อที่บ่า ส่วนคนหลังคางกระแทกกับม้านั่ง

 

8.) เจมส์ ฮอร์เนอร์ คอมโพเซอร์หนังของประพันธ์เพลง Hymn To The Sea และใช้เป็นธีมหลักของเรื่อง บรรเลงโดยใช้เสียงจากขลุ่ย Uilleann เป็นหลักและขับร้องโดย ซิลเซล เชดิสโบ นักร้องโซปราโน่ชาวนอร์เวย์ โดยฮอร์เนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า หลังดูหนังเวอร์ชั่นตัดต่อแบบหยาบๆ ครั้งแรกแล้วก็กลับบ้านไปเขียนสกอร์เพลงเสร็จในเวลา 20 นาทีเท่านั้น

9.) แม้ว่าแคเมอรอนจะอยากใช้ฟุตเตจซากเรือไททานิกจริงๆ มาอยู่ในหนัง แต่เขาก็ไม่อยากถ่ายมันแบบเรียบๆ จนดูเป็นหนังสารคดีแบบที่ Titanica (1992, สตีเฟน โลว) เคยทำมาก่อน แคเมอรอนและ ไมค์ ผู้เป็นน้องชาย จึงตั้งต้นพัฒนากล้องที่สามารถถ่ายในทะเลลึกและทนต่อแรงกดอากาศได้มากกว่ากล้องทั่วไป และบันทึกภาพทุกมุมของเรือทั้งลำได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

10.) ฉากที่ คาล (บิลลี เซน) คนรักหนุ่มของโรส ลุกขึ้นมาอาละวาดและตบโต๊ะโครมใหญ่นั้น เป็นอิมโพรไวซ์ของเซนเองโดยที่ไม่ได้ตระเตรียมกับวินสเล็ตมาก่อน ฉากที่วินสเล็ตสะดุ้งจนตัวโยนจึงเป็นปฏิกิริยาแวบแรกของเธอ และแคเมอรอนพอใจมากจนใส่มาไว้ในหนัง

11.) ฉากเครื่องยนต์ใต้ท้องเรือนั้นถ่ายทำในห้องเล็กๆ แต่แคเมอรอนอยากให้ห้องดูกว้างและใหญ่มากขึ้นจึงคัดเลือกนักแสดงที่มีส่วนสูงเฉลี่ยราว 150 เซนติเมตรเพื่อทำให้ทุกอย่างในห้องนั้นดูใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม

 

12.) มิลล์วินา ดีน หญิงชาวอังกฤษที่เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือไททานิกล่ม ปฏิเสธจะไปร่วมงานปฐมทัศน์ของหนัง Titanic โดยเธอบอกว่า การได้ดู A Night to Remember (1958, รอย วาร์ด เบเกอร์) -หนังที่ว่าด้วยการล่มของเรือไททานิกนั้น- ก็เจ็บปวดเกินทนสำหรับเธอแล้ว

 

13.) ในอีกหลายปีให้หลัง มีการวิเคราะห์และศึกษาอย่างจริงจังว่า หากเรือไททานิกไม่หลบก้อนน้ำแข็งยักษ์นั้นและพุ่งชนโดยตรง โอกาสที่เรือจะไปได้ต่อนั้นสูงมากๆ เพราะความรุนแรงจากการพุ่งชนน้ำแข็งตรงๆ จะไม่ทำให้เรือล่ม หากแต่อาจจะไปถึงนิวยอร์คช้ากว่ากำหนดการณ์วันหรือสองวันเท่านั้น

14.) ฉากที่ผู้โดยสารต้องลอยคอในมหาสมุทรถ่ายทำในแท็งค์ขนาดยักษ์ที่ใช้น้ำกว่า 350,000 แกลลอน ทีมงานใช้แป้งแข็งสีขาวโรยลงบนหน้าตา และโรยแว็กซ์ลงบนเสื้อผ้ากับเส้นผมของนักแสดงเพื่อทำให้พวกเขาดูซีดขาวด้วยความหนาวสุดขีด

 

15.) ความเหนื่อยสาหัสของการถ่ายทำ ทำให้วินเล็ตออกปากทีเล่นทีจริงว่า “พูดก็พูดเถอะ ถ้าจะให้ฉันร่วมงานกับเจมส์ แคเมอรอนอีกครั้ง คุณต้องจ่ายค่าเหนื่อยฉันมหาศาลแน่ๆ” (แต่สุดท้าย เธอก็กลับมาร่วมงานกับแคเมอรอนอีกครั้งใน Avatar 2) ส่วนดิคาปริโอบอกแค่ว่า ถ้าจะต้องเล่นหนังแอ็กชั่นสักเรื่อง เขาก็อยากให้แคเมอรอนเป็นผู้กำกับนะ

ติดตามชม Titanic ได้ ทาง Mono29
วันที่ 30 พ.ย. เวลา 20.35 น.
//////////////////////////////////////
สามารถรับชม หนังดี ซีรีส์ดัง ได้ทางช่อง MONO29
และดูออนไลน์ได้ที่ http://mono29.mthai.com/livetv