บท ‘สวย’ ก็ปัง! บท ‘พัง’ ก็เลิศ! : รวมการแสดงแบบโนสนโนแคร์ของ แอนน์ แฮธาเวย์

Home / bioscope / บท ‘สวย’ ก็ปัง! บท ‘พัง’ ก็เลิศ! : รวมการแสดงแบบโนสนโนแคร์ของ แอนน์ แฮธาเวย์

“ฉันรักการเล่าเรื่องเจ๋งๆ รักการสร้างสรรค์เรื่องเล่าที่จะทำให้คนรู้สึกดี แต่ก็ยังรักที่จะทำหนังให้คนได้คิดใคร่ครวญด้วย”

แอนน์ แฮธาเวย์ นักแสดงสาวคนเก่งวัย 36 เคยเอากล่าวไว้เช่นนั้น และเราก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับเธอ เพราะเมื่อย้อนกลับไปมองผลงานตลอดเส้นทางสายการแสดงของเธอแล้ว เราก็พบว่าแฮธาเวย์ไม่เพียงฝากความประทับใจเอาไว้ให้กับหนุ่มๆ (หรืออาจจะสาวๆ) ผ่านรูปร่างหน้าตาที่งามสง่าชวนมองเท่านั้น หากแต่เธอยังสามารถถ่ายทอดตัวละครต่างๆ ออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา เข้มข้นน่าติดตาม และชวนให้ขบคิดตั้งคำถามไปกับเรื่องราวอีกด้วย ไม่ว่าบทบาทนั้นจะเป็นการขับเน้นความสวยของเธอให้ยิ่งเจิดจรัส หรือจะเป็นการมอบโอกาสเพื่อโชว์ทักษะทางการแสดงออกมาอย่างเต็มสูบ-โดยที่หลายครั้งก็ไม่ได้ห่วงสวยเลยสักนิด-ก็ตาม

…ว่าแต่ยังจำกันได้ไหมเอ่ย ว่าเธอเคย ‘สวย’ หรือ ‘พัง’ แบบโนสนโนแคร์จากบทไหนกันมาแล้วบ้าง?

บท ‘สวย’ ก็ปัง!

เมื่อพูดถึง ‘บทสวยๆ’ แฮธาเวย์คือหนึ่งในนักแสดงสาวแถวหน้าที่มักได้โชว์ความงามสง่าหรือไม่ก็น่ารักน่าชังผ่านตัวละครของเธออยู่เสมอ เพราะเธอเคยแจ้งเกิดด้วยบทที่ ‘สวยมาก’ อย่าง มีอา ในผลงานชิ้นแรกสุด The Princess Diaries (2001, แกร์รี มาร์แชลล์) เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ซึ่งเธอต้องเล่นเป็นเด็กสาววัยใสที่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองเป็น ‘เจ้าหญิง’ และต้องปรับตัวให้ได้เพื่อรับตำแหน่งนี้อย่างสมเกียรติ โดยตัวหนังก็ประสบความสำเร็จจนถึงขั้นต้องสร้างภาคต่อกันเลยทีเดียว

ทว่าบทบาทที่ช่วยตอกย้ำความสวยล้ำงามหยดในสไตล์ ‘หวานใจฮอลลีวูด’ ของเธอนั้น คงหนีไม่พ้นตัวละคร แอนดี ใน The Devil Wears Prada (2006, เดวิด แฟรงเคล) – เด็กฝึกงานแห่งกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นชั้นนำที่ค่อยๆ เติบโตและเรียนรู้ถึงความจริงของชีวิตไปทีละขั้น ภายใต้การชี้นิ้วสั่งสอนของ มิแรนดา บรรณาธิการหญิงสุดเฮี้ยบ โดยแฮธาเวย์ต้องปะทะพลังการแสดงกับองค์แม่ เมอรีล สตรีป -ที่มาในบทของมิแรนดานี้- เสียด้วย

One Day
The Dark Knight Rises
Interstellar
The Intern

และหลังจากนั้น เธอก็ยังคงรับบทที่ต้องโชว์ ‘ความสวย’ ในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งสวยแบบหญิงสาวผู้วนเวียนอยู่กับความรัก 18 ปีอย่าง เอ็มมา ในหนังโรแมนติก One Day (2011, โลน เชอร์ฟิก), สวยแบบซูเปอร์ฮีโร่หญิงมั่นอย่าง แค็ตวูแมน หรือ เซลินา ไคล์ ในหนังแบ็ตแมน The Dark Knight Rises (2012, คริสโตเฟอร์ โนแลน), สวยแบบนักวิทยาศาสตร์สาวอย่าง อาเมเลีย ในหนังอวกาศ Interstellar (2014, โนแลน…อีกหน) และสวยแบบซีอีโอสาวที่ต้องรับมือกับเด็กฝึกงานวัยเกษียณ (โรเบิร์ต เดอ นีโร) อย่าง จูลส์ ในหนังคอมิดี้ The Intern (2015, แนนซี เมเยอร์ส)

ล่าสุด เธอกลับมาสวยจนโลกตะลึงกับบทของนักแสดงสาวซูเปอร์สตาร์-ที่ดูเหมือนจะสมองกลวงแต่ก็แอบร้ายลึก-อย่าง แดฟนี คลูเกอร์ ในหนังรวมแก๊งโจรสาว Ocean’s 8 (2018, แกรี รอสส์) ที่แฮธาเวย์ได้มีโอกาสบริหารเสน่ห์ของเธอไปพร้อมๆ กับเผยทักษะการแสดงในจังหวะคอมิดี้ จนทำให้แฟนๆ และผู้ชมทั่วไปยิ่งเทใจหลงรักเธอมากขึ้นไปอีก!

Havoc
Brokeback Mountain
บท ‘พัง’ ก็เลิศ!

แต่หากเราลองมองย้อนกลับไปใน The Devil Wears Prada อีกครั้ง แน่นอนว่าก่อนที่จะมาสวยปัง ตัวละครแอนดีของแฮธาเวย์ก็เคย ‘พัง’ มาก่อน เนื่องจากต้องถูกพายุงานและความร้ายกาจของมิแรนดาเข้าถาโถมจนชีวิตเกือบเสียศูนย์ ทว่านั่นก็ยังดูไม่พังเท่ากับ 2 บทก่อนหน้านั้นที่เธอเคยเล่นไว้อย่าง แอลลิสัน ใน Havoc (2005, บาร์บารา ค็อปเปิล) และ ลูรีน ใน Brokeback Mountain (2005, หลี่อัน) เพราะในบทแรก เธอต้องสลัดภาพสาวใสบริสุทธิ์ไปเป็นแม่สาว(ผู้พยายาม)กร้านโลกที่ต้องเผชิญชีวิตอันแสนบัดซบหลังคบกับเด็กหนุ่มแก๊งค้ายา ขณะที่ในบทหลัง เธอเล่นเป็นภรรยา ‘ราชินีโรดิโอ’ ของอดีตคาวบอยหนุ่ม แจ็ค ทวิสต์ (เจค จิลเลนฮาล) ที่ต้องหัวใจสลายเมื่อพบความจริงว่าสามีของตนยังมีสัมพันธ์ทางใจ(และทางกาย)กับผู้ชายอีกคนอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย – โดยการถ่ายทอดความพังจากทั้งสองบทนี้ก็ทำให้แฮธาเวย์ได้รับคำชมไปไม่น้อย

อย่างไรก็ดี หนึ่งในบทที่พังที่สุดของแฮธาเวย์จนทำให้เธอได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม รวมถึงได้เข้าชิง/ชนะรางวัลมานับไม่ถ้วน (หนึ่งในนั้นคือการเข้าชิงออสการ์ออสการ์ครั้งแรกในฐานะนักแสดงนำหญิง!) ก็คือการรับบท คิม ใน Rachel Getting Married (2008, โจนาธาน เด็มมี) ที่เธอต้องกลายร่างเป็นแม่สาวติดยาที่ออกมาจากสถานบำบัดชั่วคราวเพื่อร่วมงานแต่งของพี่สาว พร้อมทั้งดื่มเหล้า สูบยา และทะเลาะกับคนในบ้านเป็นว่าเล่น ซึ่งแฮธาเวย์ก็ถ่ายทอดทั้งความพังและความน่าเห็นใจของตัวละครนี้ออกมาได้ดีจนผู้ชมหลายคนต้องร่ำไห้ตาม

Love & Other Drugs
Les Misérables

นอกจากนี้ เธอก็ยังรับบทพังๆ สลับกับบทสวยๆ (ในข้างต้น) อย่างต่อเนื่อง ทั้งบทศิลปินสาวรักอิสระผู้ป่วยเป็นโรคพาร์คินสันอย่าง แม็กกี ในหนังดรามิดี้/อีโรติก Love & Other Drugs (2010, เอ็ดเวิร์ด ซวิค) ที่มีชายหนุ่มคนรักคอยอยู่เคียงข้าง (เธอโคจรมาพบกับเจค จิลเลนฮาลอีกครั้ง) และบทหญิงสาวชีวิตรันทดในศตวรรษที่ 19 อย่าง ฟ็องทีน ในหนังมิวสิคัล Les Misérables (2012, ทอม ฮูเปอร์) ที่ฉากร้องเพลง I Dreamed a Dream แบบเทคเดียวอันลือลั่นของเธอได้ถ่ายทอดความพังพินาศของตัวละคร-ที่ยากจนถึงขนาดต้องยอมขาย ‘ทุกอย่างในตัว’ เพื่อลูก-ออกมาอย่างทรงพลัง ซึ่งนั่นก็ทำให้แฮธาเวย์เข้าชิงออสการ์เป็นครั้งที่สอง และคว้ารางวัลสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมนี้มาครองได้

ส่วนบท ‘พัง’ ล่าสุดที่แฮธาเวย์รับเล่นก็คือ กลอเรีย ใน Colossal (2016, นาโช วิกาลอนโด) – หญิงสาวขี้เมา ตกงาน และแฟนทิ้งที่มักฝันเห็น ‘สัตว์ประหลาด’ กำลังถล่มกรุงโซลที่เกาหลีใต้-ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวเธออย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่เหตุการณ์นี้จะนำพาเธอไปสู่เรื่องราวหลุดโลกถัดจากนั้นที่ใครๆ ก็คาดคิดไปไม่ถึง …ซึ่งแน่นอนว่าเราจะได้เห็นสภาพร่าง ‘พังๆ’ แบบไม่มีชิ้นดีของเธอ-ที่น่าจะพอๆ กับบ้านเมืองที่โดนถล่มในหนังเลยก็ว่าได้!