Pulp Fiction Quentin Tarantino Samuel L. Jackson The Hitman's Bodyguard

ใครจะด่า ‘ไอ้แม่ยับ’ ได้เดือดดาลเท่าเขาเป็นไม่มี ซามูเอล แอล แจ็คสัน นักแสดงขี้สบถที่เรารัก

Home / bioscope / ใครจะด่า ‘ไอ้แม่ยับ’ ได้เดือดดาลเท่าเขาเป็นไม่มี ซามูเอล แอล แจ็คสัน นักแสดงขี้สบถที่เรารัก

“motherfu*ker”

หากเป็นแฟนหนังของ ซามูเอล แอล แจ็คสัน น่าจะคุ้นเคยกับวลีข้างต้นเป็นอย่างดี เพราะมันแทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของนักแสดงชายเจ้าของฝีปากจัดจ้านและคารมคมคายเจ้านี้ เพราะที่ผ่านๆ มา เคยมีคนไปนับแล้วว่าแจ็คสันนั้นสบถในหนังไปแล้วเกือบ 200 ครั้ง!

แต่ใครจะไปคิดว่านักแสดงที่ฝีปากจัดจ้านที่สุดของฮอลลีวูดอย่างแจ็คสัน จะประหม่ากับการออกเสียงของตัวเองเสียจนตัดสินใจไม่ออกเสียงพูดอยู่นานเกือบปี “ผมติดอ่างอย่างหนัก หนักมากๆ เสียจนถึงจุดหนึ่งก็ตัดสินใจหยุดพูดไปเลยตอนสมัยเรียน นานเกือบปีได้” แต่ถ้าถามเขาว่าแก้ไขอาการติดอ่างอย่างไรนั้น ตัวแจ็คสันเองก็ตอบได้ไม่ชัดนัก แต่ที่แน่ๆ คือมันมีที่มาจากคำว่า “ไอ้แม่ยับ” หรือ “motherfu*ker” นี่เอง “ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ แต่มันได้ผล เพราะมันทำให้อาการติดอ่างเวลาออกเสียงตัว d-d-d และ -b-b-b หายไป

“ก่อนหน้านี้เวลาผมพยายามพูดเร็วๆ หรือเวลาประหม่ามากๆ มันทำให้การพูดของผมสะดุดและทำให้ผมต้องบอกตัวเองว่าหายใจเข้าลึกๆ ก่อนแบบว่า ‘หยุด หยุดเว้ยไอ้ยับแม่’ แล้วไอ้คำนี้แหละที่ทำให้ผมสงบลง ไม่รู้ทำไม”

ที่ผ่านมา แจ็คสันมักได้รับบทเป็นชายเถื่อนหรือไม่ก็คนปากร้ายที่มาพร้อมคำพูดแสบคันในหนังเสมอ ภาพจำของการเป็นชายกราดเกรี้ยวของเขาอาจจะเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกๆ จาก Jungle Fever (1991, สไปค์ ลี) ที่เขาสบถคำว่า “motherfu*kers” ไปทั้งสิ้น 7 ครั้งถ้วน, Pulp Fiction (1994) ของผู้กำกับที่มีชื่อด้านการเขียนบทแสบสุดขีดอย่าง เควนติน ทารันติโน จากบทของมือสังหารจุดเดือดต่ำที่พร้อมสบถและลั่นไกใส่ทุกอย่างที่ขวางหูขวางตา แถมด้วยการสบถคำหยาบอีก 26 ครั้ง (!!) และเมื่อหวนกลับมาร่วมงานกับทารันติโนอีกครั้งใน Jackie Brown (1997) แจ็คสันในบท ออร์เดลล์ ร็อบบี เจ้าพ่อค้าปืนขี้หงุดหงิดที่พบว่าลูกน้องคนสนิทกำลังจะทรยศเขา และ Soul Men (2008, มัลคอล์ม ดี ลี) นักร้องดูโอ้ดาวรุ่งที่ทะเลาะกับคู่หูตัวเองจนต่างฝ่ายต่างอยากจะแยกไปทำงานเดี่ยวให้รู้แล้วรู้รอด แจ็คสันก็พ่นคำหยาบมาทั้งสิ้น 24 ครั้งเน้นๆ

แน่นอนว่าการสบถนั้นเป็นคำหยาบ และคำหยาบก็ไม่ใช่สิ่งที่หลายคนนิยมชมชอบนัก หากแต่ด้านหนึ่งมันคือการเน้นย้ำรูปประโยคด้วยท่าทีจัดจ้าน ที่ก็อาจจะขัดหูขัดตาคณะกรรมการจัดเรตติ้งบ้างก็เท่านั้น “การสบถมันสร้างสีสันให้คำและประโยคและยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าคุณเข้าใจไอ้สิ่งที่คุณพูดจริงๆ สบถเพื่อเน้นความสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่งน่ะ” แจ็คสันว่า “สมมติคุณบอกใครสักคนว่า ‘ไอ้เนี่ยมันเจ๋งมาก’ มันก็เรื่องนึง แต่ถ้าบอกว่า ‘ไอ้เนี่ยแม่*โคตรเจ๋งเลยยับแม่’ มันก็เฉียบยิ่งกว่าคำว่าเจ๋งอีกนะ

“ไม่งั้นก็สบถด้วยความเงียบงัน แบบนี้มันทำให้คนอื่นกลัวได้ด้วยนะ แบบว่า ‘คุณพระช่วย หมอนั่นโกรธจัดแล้ว โกรธซะจนพูดไม่ออกเลยแน่ะ’ อะไรทำนองนั้น”

ความเซอร์แตกของการเป็นเจ้าพ่อการสบถของแจ็คสันนั้นทำให้หนังแทบทุกเรื่องที่เขาแสดง มักจะมีบทให้เขาต้องสบถอยู่เสมอไม่มากก็น้อย แถมมันดันกลายมาเป็นภาพจำที่ส่งผลในชีวิตจริงอีก เมื่อไม่ว่าแจ็คสันจะเดินไปไหนมาไหน คนก็มักขอให้เขาด่าใส่หน้าสักทีว่า เอ่อ… ไอ้ยั- นั่นแหละ “คนเอาแต่จ้องให้ผมด่าเขาแบบนั้นอยู่เรื่อย” แจ็คสันเล่า “แบบว่าล้อมหน้าล้อมหลังผม บอกให้ถ่ายรูปๆ กันอีกสิซ้ำไปซ้ำมา จนผมต้องออกปากว่า ‘ไอ้ยับแม่! หยุดโว้ย’ นั่นแหละ พวกเขาจะรู้สึกว่า ‘เฉียบไปเลย’

“แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องเจอน่ะนะถ้ามันเป็นวิธีที่ผู้คนอยากใช้ปฏิสัมพันธ์กับผม ไม่เป็นไร ยังไงซะผมก็ทำอะไรกับมันไม่ได้นี่หว่า” เขาว่าถึงประเด็นที่ใครต่อใครก็พากันอยากโดนเขาด่าด้วยคำหยาบแสบๆ คันๆ ใส่หน้าแม้จะเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกก็ตาม “ถ้ามันเป็นวิธีที่เขารู้จักผม ก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมด้วยซ้ำไป ไม่ใช่เรื่องจะต้องมาเกลียดอะไรนี่ การถูกชอบก็ดีกว่าถูกเกลียดอะนะ เพราะงั้นก็ช่างแม่*เฮอะ”

ฉะนั้นก็อย่าได้แปลใจหากคุณพบคำหยาบร้ายกาจในหนังยุคหลังๆ ของเขาทั้ง The Avengers (2012, จอสส์ วีดอน), Kingsman: The Secret Service (2014, แม็ตธิว วอห์น), The Hitman’s Bodyguard (2017, แพทริค ฮิวจ์ส) และไปลุ้นกันเล่นๆ ว่าใน Captain Marvel (2019, แอนนา โบเดน กับ ไรอัน เฟล็ค) แจ็คสันจะได้สบถหรือไม่ หรือถ้าได้สบถจริงๆ จะสบถไปกี่คำกัน!