A Quiet Place Emily Blunt Mary Poppins Returns The Devil Wears Prada The Girl On The Train

โก๊ะ ห้าว หวาน โหด : กว่าจะมาเป็น เอมิลี บลันต์ ยอดหญิงแห่งวงการฮอลลีวูด!

Home / bioscope / โก๊ะ ห้าว หวาน โหด : กว่าจะมาเป็น เอมิลี บลันต์ ยอดหญิงแห่งวงการฮอลลีวูด!

แม้ว่า เอมิลี บลันต์ จะเพิ่งถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขา ‘นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในหนังคอมิดี้/มิวสิคัล’ จาก Mary Poppins Returns (2018, ร็อบบ์ มาร์แชลล์) ไปหมาดๆ แต่สำหรับหญิงสาวชาวอังกฤษวัย 35 ผู้มีนิสัยบ้านๆ อย่างเธอแล้ว การแสดงก็ยังคงถือเป็นอาชีพที่ ‘ไม่เคยง่าย’ และ ‘ท้าทายตัวเอง’ เสมอมา …และกว่าที่บลันต์จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน ‘ยอดหญิงแห่งวงการฮอลลีวูด’ อย่างทุกวันนี้ได้นั้น เธอต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาไม่น้อย โดยเฉพาะบทบาทต่างๆ ที่มีทั้งความโก๊ะ ห้าว หวาน และโหด ผสมปนเปกันอยู่ในนั้น!

มีคนบอกว่าบลันต์เป็นนักแสดงที่ ‘หาได้ยากยิ่ง’ ในแวดวงฮอลลีวูด ไม่ใช่เพราะแค่เธอเคยปรากฏตัวในหนังหลายเรื่องที่สร้างแรงกระเพื่อมบนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกัน-แม้ว่าเธอจะเป็นคนอังกฤษ แต่ยังเป็นเพราะเธอคือนักแสดงยอดฝีมือที่รักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีเสียจนแทบไม่เคยตกเป็นเป้าหมายใหญ่โตของหนังสือพิมพ์ซุบซิบเลยตลอดอาชีพการแสดง 15 ปีที่ผ่านมา “ถ้าคุณแชร์เรื่องของตัวเองมากเกินไป สิ่งที่คนสนใจก็จะกลายเป็นเรื่องของตัวคุณมากกว่าบทบาทที่คุณแสดงน่ะค่ะ” เธอว่า เพราะสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือฝีมือการแสดงชนิด ‘เปลี่ยนตัวเองได้เป็นว่าเล่น’ ของเธอที่ทำให้มีคนถึงขั้นกล่าวว่า “เอมิลี บลันต์ คือ เมอรีล สตรีป ในยุคสมัยของเรา” เลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน บลันต์เริ่มต้นเส้นทางในวงการภาพยนตร์-หลังโลดแล่นในโลกของละครเวทีและโทรทัศน์มาได้สักพัก-ด้วยการรับบทเด่นอย่าง แทมซิน สาวขาดรักที่ได้มาพบกับผู้หญิงอีกคนใน My Summer of Love (2004, ปาเวล ปาวลีคอว์สกี) ซึ่งก็ทำได้ ‘ซับซ้อน’, ‘เด็ดขาด’ และ ‘เปี่ยมชีวิตชีวา’ จนนักวิจารณ์ต่างพากันชื่นชม โดยบลันต์เล่าว่าศาสตร์การแสดงที่มักทำให้เธอต้องมีสมาธิและคอยฝึกฝนร่างกายอยู่ตลอดเช่นนี้ สามารถช่วยแก้ปัญหาสภาวะ ‘พูดไม่คล่อง’ ที่เป็นมาตั้งแต่อายุ 14 ของเธอได้เป็นอย่างดี

The Devil Wears Prada
Gideon’s Daughter

บลันต์ยิ่งฉายแววเด่นชัดด้วยการเป็นตัวละครสมทบที่ ‘ขโมยซีน’ แบบสุดๆ กับบท เอมิลี ผู้ช่วยจอมเหวี่ยงแต่แอบโก๊ะของบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นตัวแม่ผู้ร้ายกาจใน The Devil Wears Prada (2006, เดวิด แฟรงเคล) แม้ว่าจะต้องประกบกับนางเอกดาวรุ่งอย่าง แอนน์ แฮธาเวย์ และตัวแม่นักแสดงแห่งโลกฮอลลีวูดอย่างเมอรีล สตรีปก็ตาม (เธอกับสตรีปยังได้เจอกันอีกถึงสองหน คือในหนังมิวสิคัล/แฟนตาซีอย่าง Into The Woods และ Mary Poppins Returns) จนทำให้บลันต์ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบนเวทีใหญ่ๆ เป็นครั้งแรก ทั้งลูกโลกทองคำและ BAFTA ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ก่อนจะคว้าลูกโลกทองคำมาได้จากการแสดงบทสมทบเป็น นาตาชา ลูกสาวผู้เกลียดพ่อในหนังโทรทัศน์ของบ้านเกิด Gideon’s Daughter (2006, สตีเฟน โพลีอาคอฟ) ที่บังเอิญได้เข้าชิงในปีเดียวกันนั้นเอง – ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้ ได้ทำให้ชื่อของบลันต์กลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว

Looper
Edge of Tomorrow

บลันต์รับบทอีกหลากหลายได้อย่างไม่เกรงบารมีใคร ทั้งนักแสดงชายเบอร์ใหญ่ๆ ที่เธอต้องควงแขน(และหลายทีก็ควงปืน)ด้วยในหนังแอ็กชั่น/ไซ-ไฟระดับบล็อคบัสเตอร์อย่าง แม็ตต์ เดมอน ใน The Adjustment Bureau (2011, จอร์จ โนลฟี), โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ ใน Looper (2012, ไรอัน จอห์นสัน) และ ทอม ครูส ใน Edge of Tomorrow (2014, ดัก ไลแมน) รวมถึงการรับบทคอมิดี้ก็ดี (Salmon Fishing in the Yemen, The Five-Year Engagement) ดราม่าก็ได้ (The Young Victoria) จนทำให้ใครๆ ก็อยากร่วมงานกับเธออยู่เสมอ

Sicario
The Girl on the Train

หนึ่งในบทบาทยุคหลังๆ ของเธอที่สร้างชื่อในหมู่นักวิจารณ์ ก็คือ เคต เจ้าหน้าที่เอฟบีไอสาวที่ต้องเผชิญกับด้านมืดอันสุดหยั่งถึงของมนุษย์ใน Sicario (2015, เดอนีส์ วิลล์เนิฟ) ซึ่งเธอต้องปะทะพลังกับ เบนิซิโอ เดล โตโร ขณะที่ใน The Girl on the Train (2016, เทต เทย์เลอร์) บลันต์ถึงขั้นต้องลงทุนทำตัวเองให้ ‘ดูทรุดโทรม’ ตามบท ราเชล หญิงสาวติดแอลกอฮอล์โลกหม่น-ผู้เกี่ยวพันกับการหายตัวของหญิงสาวอีกคน-จนหลายคนต้องอึ้งมาแล้ว ก่อนที่เธอจะโดดเด่นถึงขีดสุดในปีนี้ กับบทคุณแม่ท้องแก่ผู้พยายามสุดชีวิตเพื่อปกป้องครอบครัวของตนจากสิ่งมีชีวิตต่างดาวด้วย ‘ความเงียบ’ ใน A Quiet Place หนังเขย่าขวัญระดับปรากฏการณ์ที่ จอห์น คราซินสกี นักแสดงร่วมและสามีของเธอเป็นคนกำกับ/เขียนบทด้วยตัวเอง

A Quiet Place
Mary Poppins Returns

ล่าสุดใน Mary Poppins Returns ของค่ายวอลต์ ดิสนีย์ เธอก็ต้องรับบท แมรี ปอปปินส์ แม่มดสาวพราวเสน่ห์ผู้เป็นที่รักของเด็กๆ ที่ จูลี แอนดรูวส์ เคยถ่ายทอดเอาไว้ได้ดีจนกลายเป็นตัวละครคลาสสิกของโลกภาพยนตร์มาแล้ว โดยมาร์แชลล์-ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ที่เคยทำงานกับบลันต์มาแล้วใน Into the Woods ก็กล่าวว่า “สำหรับผม ไม่มีคนอื่นอีกแล้วนอกจากเอมิลี …มันไม่มีตัวเลือกอื่นที่เป็นไปได้เลย คนอย่างเธอหายากมากในโลกนี้ เพราะเธอทั้งอบอุ่น ตลก และเต็มไปด้วยความเปราะบาง” – ซึ่งหลายฝ่ายก็มองว่าการได้เข้าชิงลูกโลกทองคำของบลันต์นี้ จะกลายเป็นประตูสู่การเข้าชิงและชนะรางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิง-เช่นเดียวกับที่บทนี้ในเวอร์ชั่นปี 1964 ส่งให้แอนดรูวส์ทำได้-เป็นครั้งแรกกับเขาเสียที!