Captain America : The First Avenger Chris Evans Gossip Girl Sebastian Stan The Covenant

เซบาสเตียน สแตน ในจักรวาลบทคนระทมทุกข์

Home / bioscope / เซบาสเตียน สแตน ในจักรวาลบทคนระทมทุกข์

คนส่วนมากอาจจดจำ เซบาสเตียน สแตน จากบทอันธพาลจอมห่ามใน The Covenant (2006, เรนนี ฮาร์ลิน) หรือหนุ่มหล่อคารมคมคาย คาร์เตอร์ ไบเซ็น จากซีรีส์ฮิต Gossip Girl ที่ทั้งสองเรื่องล้วนแจ้งเกิดเขาในช่วงปี 2006-2007 ได้เป็นอย่างดี ทั้งตัวละครยังมีลักษณะคล้ายคลึงกันคือเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่มาพร้อมบรรยากาศคุกคามคนอื่นอยู่เสมอ แต่นอกเหนือจากนั้น สแตนยังมักได้รับบทเป็น ‘คนอมทุกข์’ ในหนังหลายๆ เรื่องอยู่บ่อยๆ แน่นอนว่ารวมทั้งบท บัคกี นายทหารที่ข้ามเวลามาจากยุคสงครามโลกใน Captain America: The First Avenger (2011, โจ จอนสตัน)

แต่นั่นยังไม่ใช่บทแรกที่สแตนรับบทเป็นคนเศร้าที่เราเห็นใจนะ

มาร์ติน หนุ่มน้อยที่หาตัวเองไม่เจอ – The Architect (2006, แม็ตต์ ทูเบอร์)

นี่คือหนังเรื่องแรกๆ ที่สแตนรับบทเป็นตัวละครผู้ทนทุกข์ หนังว่าด้วยครอบครัววอเตอร์สที่กำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคใญ่ของชีวิต เมื่อฝั่งพ่อผู้เป็นสถาปนิกพบว่าหน้าที่การงานของตัวเองไม่ก้าวหน้ามานานมากแล้ว เมียก็เบื่อหน่ายที่เห็นบ้านหรูหราที่ผัวออกแบบให้ชาวบ้านแต่บ้านตัวเองเรียบเฉยและไร้รสนิยม หนำซ้ำพวกเขายังลากให้ มาร์ติน (สแตน) ลูกชายที่กำลังอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อและสับสนกับชีวิตออกมาจากโรงเรียนเพื่อมาเรียนเป็นสถาปนิกตามพ่อโดยไม่ถามไถ่ความสมัครใจลูกชายสักคำ เรื่องจึงดำเนินไปด้วยความอึมครึมท่ามกลางสีอันเย็นชืดของละแวกบ้านที่แทนภาพความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ตัวละครมาร์ตินของสแตนเงียบขรึมและเปราะบาง เพราะอยู่ในสถานะที่ไม่อาจเลือกอนาคตหรือแม้แต่ความชอบของตัวเองได้ หนำซ้ำ เขาเองเริ่มรู้สึกมีใจให้กับเพื่อนหนุ่มแต่ก็ไม่รู้จะนิยามตัวเองว่าเป็นเกย์ดีหรือไม่ แทบทั้งเรื่อง เราจึงได้เห็นมาร์ตินก้มหน้าก้มตาทำตามสิ่งที่พ่อและแม่ของเขาสั่งโดยไม่ปริปากบ่นใดๆ

แจ็ค เชื้อราชวงศ์ที่ต้องปกปิดตัวเอง – Kings

สแตนปรากฏตัวในบทชายหนุ่มผู้เศร้าหมองอีกครั้งใน Kings ซีรีส์สัชาติสหรัฐอเมริกาที่เล่าเรื่องของ กษัตริย์ดาวิด (King David) จากคัมภีร์ไบเบิ้ลในยุคปัจจุบัน สแตนรับบทเป็น แจ็ค เบนจามิน ทายาทของกษัตริย์ที่พร้อมสืบบัลลังก์ของตระกูลเบนจามิน หนุ่มเจ้าสำราญที่หากมองจากภายนอกแล้วเขามีพร้อมทุกอย่าง หากแต่แท้จริงแล้วเขากลบซ่อน ปกปิดความเป็นเกย์ของตัวเองอย่างมิดชิดไม่ให้คนในครอบครัวรู้ และนั่นจึงเป็นสาเหตุความ ‘พังทลาย’ ของเขาในเวลาต่อมาเมื่อความกดดันทางการเมืองปะทะกันเข้ากับชีวิตส่วนตัวอย่างแยกไม่ออก จนเราอดเห็นใจเขา ในฐานะมนุษย์ที่ไม่อาจใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการไม่ได้

 

บัคกี นายทหารที่อดีตถูกตัดขาดจากความทรงจำ – Captain America: The First Avenger

จากนั้นเขาจึงมารับบทเป็น บัคกี แห่งจักรวาลมาร์เวล นายทหารเพื่อนรักของ สตีฟ โรเจอร์ส (คริส อีแวนส์) ที่กอดคอร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่เข้ากองทัพใหม่ๆ หากแต่การต่อสู้ที่พรากพวกเขาออกจากกัน ชะตากรรมของบัคกียิ่งช้ำหนักในภาคต่ออย่าง The Winter Soldier (2014, พี่น้องรัสโซ) เมื่อบัคกีข้ามกาลเวลามาได้เช่นเดียวกับโรเจอร์ส หากแต่โดนล้างความทรงจำจนกลายเป็นเพียงเครื่องมือสังหารมีชีวิต และยิ่งชีช้ำหนักเมื่อพบว่าเขาคลับคล้ายคลับคลาจะจดจำได้ ‘เด็กจากบรูคลิน’ เพื่อนเก่าได้ ในฐานะที่เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวที่เขาสามารถยึดโยงตัวเองไว้บนโลกที่เขาไม่รู้จักใครเลยสักคน

เจฟฟ์ ผัวร้ายที่รักเธอ – I, Tonya (2017, เคร็ก กิลเลสปี)

หนังรางวัลที่ส่งให้ อัลลิสัน แจนเนย์ คว้ารางวัลสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากออสการ์ (ขณะที่ มาร์โกต์ ร็อบบี เข้าชิง) สร้างจากชีวิตจริงของ ทอนยา ฮาร์ดิง นักกีฬาสเกตน้ำแข็ง(อดีต)ขวัญใจชาวอเมริกันยุค 90 ที่ชื่อเสียงของเธอพังยับเยินจากกรณีลอบทำร้ายคู่แข่งตัวฉกาจของตัวเอง โดยร็อบบีรับบทเป็นฮาร์ดิงผู้หยาบคาย แข็งกระด้าง ทว่าเปราะบางสุดขีด และตกหลุมรักพ่อหนุ่มชนชั้นแรงงานอย่างเจฟฟ์ (สแตน) ผู้ที่ในเวลาต่อมาค่อยๆ เผยความบ้าคลั่งของตัวเองในฐานะคนรัก ที่ทั้งขู่เข็ญและทำร้ายฮาร์ดิง แต่ในมุมกลับ เขาคือคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ รวมถึงการแอบไปทำร้ายร่างกายเพื่อแผ้วถางเส้นทางสู่ชัยชนะของเมียรัก

สแตนถ่ายทอดบทของเจฟฟ์จนเรารักไม่ได้ แต่ก็เกลียดไม่ลง เพราะมีส่วนผสมของความบ้าคลั่งอันยากจะเข้าใจ (ใครกันจะไปลืมฉากที่เขาถือปืนพกบุกบ้านเมียนั่นได้กัน) แต่ขณะเดียวกันก็แสนจะอ่อนไหว และดูเหมือนตัวเขาเองก็ไม่ได้พอใจกับสภาพความปั่นป่วนเช่นนี้ หากแต่ก็จนปัญญาจะรับมือกับความเปราะบางของตัวเอง นำมาสู่ชีวิตจุดดมืดของชีวิตเมื่อเขาพร้อมทำทุกอย่างโดยที่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไม่อาจเอื้อมไปถึง

สตีฟ เมื่ออดีตเฆี่ยนตีเราจนอนาคตบิดเบี้ยว – I’m Not Here (2017, มิเชลล์ ชูมาเชอร์)

หนังเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ไปในเทศกาลหนังเรนแดนซ์และได้รับคำวิจารณ์อย่างดีเยี่ยม งานกำกับเรื่องที่สองของชูมาเชอร์ (เรื่องแรกคือ 3 Geezers! ปี 2013) ที่ได้ เจ เค ซิมมอนส์ สามีในชีวิตจริงมาแสดงนำ โดยรับบทเป็น สตีฟ ชายวัย 60 ปีที่ติดเหล้าและชีวิตทรุดโทรมในทุกมิติ หากเมื่อมองย้อนกลับไปในวัยหนุ่ม (รับบทโดย สแตน) เขาก็พบว่า เหตุการณ์ต่างๆ นับตั้งแต่เขาจำความได้ เริ่มโบยตีเขามาตั้งแต่ตอนนั้น และเมื่อถึงช่วงวัยที่เขาเติบใหญ่ เขาก็ได้กลายเป็นชายหนุ่มที่ทุกข์ทนและโหยหาความสัมพันธ์จริงจังเพื่อตอกย้ำว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยว แต่ในมุมกลับกัน ความสัมพันธ์เช่นนี้กลับกลายเป็นบ่อนทำลายชีวิตคู่ของเขาและเมียรัก (ไมกา มอนโร) ไปโดยปริยาย และการหวนมองอดีตของตัวเองครั้งนี้ก็ให้คำตอบกับชีวิตอันผุพังในวัย 60 ของสตีฟได้ดีว่า เหตุใดเขาจึงตกอยู่ในสภาวะบาดเจ็บเช่นนี้ ตั้งแต่เล็กจนโต และอาจจะเป็นบั้นปลายชีวิตด้วย