Chris Pine Star Trek

รวมเลขเด็ดเกร็ดแฟรนไชส์หนัง Star Trek

Home / bioscope / รวมเลขเด็ดเกร็ดแฟรนไชส์หนัง Star Trek

เมื่อ Star Trek คือหนึ่งในแฟรนไชส์หนัง/ซีรีส์ไซ-ไฟคลาสสิกสุดยอดตลอดกาลที่เดินทางโลดแล่นบนหน้าจอให้แฟนๆ (ที่มักเรียกว่า Trekkie) ได้ชื่นชมกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ เราจึงอยากพาคุณๆ ที่ยังไม่คุ้นชินกับจักรวาลนี้ดีนักไปส่อง ‘เลขเด็ด’ อันถือเป็นบรรดาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อาจทำให้คุณได้รู้จักแฟรนไชส์นี้กันมากขึ้นอีกนิด!

กัปตันเคิร์ค, ดร.แม็กคอย และสป็อคใน Star Trek: The Original Series
1966

คือปีที่แฟรนไชส์ Star Trek ถือกำเนิดขึ้นในฐานะของซีรีส์ทางโทรทัศน์ช่อง NBC ของสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยการผจญภัยในห้วงอวกาศของเหล่าลูกเรือหลากสายพันธุ์ของยาน USS Enterprise ในยุค 2260 ที่นำทีมโดย กัปตัน เจมส์ ที เคิร์ค (รับบทโดย วิลเลียม แช็ตเนอร์), มนุษย์ดาววัลแคน สป็อค (เลียวนาร์ด นีมอย) และเจ้าหน้าที่แพทย์ เลียวนาร์ด แม็กคอย (ดีฟอร์เรสต์ เคลลีย์) – ซึ่งซีรีส์ชุดแรกเริ่มนี้ถูกสร้างสรรค์โดย จีน ร็อดเดนเบอร์รี และออกอากาศอยู่นานถึง 3 ซีซั่นเลยทีเดียว

Star Trek: The Motion Picture
1701

คือตัวเลขที่อยู่ในชื่อรุ่น (NCC-1707) ของยานอวกาศ USS Enterprise ในเรื่อง ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของมันแตกต่างกันออกไป บ้างก็ว่ามันมาจากเลขที่บ้านเพื่อนในวัยเด็กของร็อดเดนเบอร์รี แต่บ้างก็ว่า แม็ตต์ เจฟเฟอรีส์ ผู้กำกับศิลป์ของซีรีส์เป็นคนเอามาจากรุ่นเครื่องบินที่เขาเคยขับ (เขาเป็นนักบินมาก่อน) จนกระทั่งฝ่ายหลังออกมาเผยกับทาง BBC ว่า ตัวเลขชุดนี้ประกอบขึ้นมาจากตัวเลขที่เขาคิดว่า ‘จะถูกผู้ชมจดจำได้ง่ายทันทีที่เห็น’ ต่างหากเล่า!

Star Trek: The Original Series
1,500

คือจำนวนค่าตัวหลักเหรียญสหรัฐฯ ต่อตอนที่เลียวนาร์ด นีมอย-ผู้รับบทสป็อค-ในซีรีส์ชุดแรกได้รับ ขณะที่เพื่อนร่วมจออย่างแช็ตเนอร์กลับได้ค่าตัวต่อตอนมากถึง 5,000 เหรียญฯ ฝ่ายแรก-ที่ต้องนั่งเมคอัพ ‘หู’ นานกว่าคนอื่นถึง 45 นาทีต่อคิว-จึงตัดสินใจเรียกร้องค่าตัวเพิ่มอีกเท่าตัว(ก็ยังดี) นั่นคือ 3,000 เหรียญฯ ถ้วน ก่อนที่โปรดิวเซอร์จะหัวร้อนกับตัวเลขที่สูงเกินไป และขู่ว่าเขาจะเปลี่ยนตัวแสดงไปเลยหากนีมอยยังไม่ยอมรับค่าตัวที่ 2,500 เหรียญฯ ซึ่งสุดท้าย สป็อคของเราก็ยอมแต่โดยดี (โถ…)

1,000,000

คือจำนวนฉบับ(อย่างน้อย)ของจดหมายที่แฟนๆ Star Trek ส่งให้สถานี NBC เพื่อแสดงความไม่พอใจ -หลังจากทางช่องที่มีทีท่าว่าอาจจะยุติการออกอากาศซีรีส์ลงในที่ซีซั่นสอง- ระหว่างช่วงเดือนธันวาคม 1967 ถึงมีนาคม 1968 โดยหนึ่งในนั้นคือผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ค(ในขณะนั้น)อย่าง เนลสัน ร็อคเกอเฟลเลอร์ ซึ่งก็ส่งผลให้ตัวซีรีส์มีซีซั่นที่สามเป็นการสั่งลา

Star Trek: The Next Generation
7

คือจำนวนซีรีส์ทางโทรทัศน์ทั้งหมดของแฟรนไชส์ Star Trek ได้แก่ Star Trek: The Original Series (1966-1969), Star Trek: The Animated Series (1973-1974), Star Trek: The Next Generation (1987-1994), Star Trek: Deep Space Nine (1993-1999), Star Trek: Voyager (1995-2001), Enterprise (2001-2005) และ Star Trek Discovery (2017-ปัจจุบัน)

Star Trek: The Motion Picture
1979

คือปีที่ Star Trek ฉบับ ‘ภาพยนตร์’ ออกฉายเป็นครั้งแรกในชื่อ Star Trek: The Motion Picture ซึ่งกำกับโดย โรเบิร์ต ไวส์ -เจ้าของออสการ์หนัง/ผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก West Side Story (1961) และ The Sound of Music (1965)- และนำแสดงโดยนักแสดงหลักชุดเดิม หลังจากพยายามดัดแปลงมาเป็นหนังตั้งแต่ปลายยุค 60 ก่อน Star Wars (1977, จอร์จ ลูคัส) หลายปี …อย่างไรก็ดี ฉบับหนังก็สามารถทำรายได้ถึง 139 ล้านเหรียญฯ! (จากทุนสร้าง 46 ล้านฯ)

3

คือจำนวนนักแสดงประจำแฟรนไชส์หนัง Star Trek ที่ได้มีโอกาสขึ้นมานั่งแท่น ‘ผู้กำกับ’ หนังชุดนี้ ได้แก่ เลียวนาร์ด นีมอย (สองครั้ง – Star Trek III: The Search for Spock ปี 1984 / Star Trek IV: The Voyage Home ปี 1986), วิลเลียม แช็ตเนอร์ (หนึ่งครั้ง – Star Trek V: The Final Frontier ปี 1989) และ โจนาธาน เฟรคส์ ผู้รับบทต้นเรือหนุ่มสุดมาดแมน วิลเลียม ที ไรเกอร์ ในยุค The Next Generation ที่เขาร่วมแสดงด้วยทั้งซีรีส์ (ที่ได้พี่เหม่ง แพทริค สตวร์ต มาเป็นกัปตัน ฌ็อง-ลุก พิคาร์ด โดยอยู่ยั้งยืนยงสุดที่ 7 ซีซั่น!) และหนัง (กำกับสองครั้ง – Star Trek: First Contact ปี 1996 / Star Trek: Insurrection ปี 1998)

Star Trek ที่ได้ไพน์กับควินโตมารับบทนำ
47

คือเลขยอดฮิตของทีมผู้สร้าง Star Trek เพราะมันเคยเป็นทั้งจำนวนของผู้รอดชีวิต, จำนวนแพทย์ของหน่วย Starfleet, หมายเลขของเทอร์มินอล, นาทีในการเดินทางเข้าสู่ห้วงอวกาศของยาน, ฯลฯ – ทั้งนี้ก็สืบเนื่องมาจาก โจ มินอสกี ผู้เขียนบท/โปรดิวเซอร์ประจำแฟรนไชส์ที่นึกสนุกหยิบยืมเอามุก “เลขทุกตัวล้วนมีค่าเท่ากับ 47 เสมอ!” (หืม?) ของเพื่อนศาสตราจารย์คนหนึ่งของเขามาใช้นั่นเอง จนมันได้กลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของแฟรนไชส์ไปแล้วเรียบร้อย

1

คือจำนวนรางวัลออสการ์ที่แฟรนไชส์หนัง Star Trek ได้รับในสาขา ‘แต่งหน้ายอดเยี่ยม’ ของ Star Trek (2009, เจ เจ เอบรัมส์ – ที่ได้ คริส ไพน์ มาเป็นกัปตันเคิร์ค และ แซคารี ควินโต มาเป็นสป็อค) จากการเข้าชิงทั้งหมด 15 ครั้ง โดยเป็นสาขาที่เกี่ยวกับงานสร้างและเทคนิคการถ่ายทำทั้งสิ้น (แม้ว่าบทหนังหลายภาคจะพยายามหยิบยกประเด็นทางสังคมมาพูดถึงบ่อยครั้งก็ตามที) และภาคที่ได้เข้าชิงมากที่สุด 4 สาขา คือ Star Trek IV: The Voyage Home และ Star Trek Beyond (2016, จัสติน ลิน) นี่เอง

Star Trek Beyond
2.3

คือจำนวนรายได้หลักพันล้านเหรียญสหรัฐฯ (โดยเฉลี่ย) ของแฟรนไชส์หนัง Star Trek นับจากฉบับภาพยนตร์เรื่องแรกสุด (ปี 1979) จวบจนถึง Star Trek Beyond ปี 2016 รวมทั้งสิ้น 13 เรื่อง โดยกำลังจะมีหนังอีก 2 เรื่องตามมาในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะถูกกำกับโดยผกก.หญิง เอส เจ คลาร์คสัน (Toast, ซีรีส์ Heroes, Dexter) และขวัญใจชาวเราอย่าง เควนติน ทารันติโน (ที่กำลังทำ Once Upon a Time in Hollywood อยู่) ตามลำดับจ้า