Edward Norton Fight Club Primal Fear The Incredible Hulk

เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ในความเฮี้ยน คลั่งและจิตตกของตัวละคร

Home / bioscope / เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ในความเฮี้ยน คลั่งและจิตตกของตัวละคร

“ผมรู้สึกเสมอมาว่าการแสดงคือหนทางแห่งการหลบหนี ราวกับว่าเรามีกุญแจลับสำหรับประตูทุกบาน ได้รับอนุญาตให้ท่องไปในดินแดนแห่งไหนก็ได้ทั้งนั้น” เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน

จากเด็กชายที่หลงใหลในศาสตร์การแสดงเพราะได้ไปดูละครเวทีที่พี่เลี้ยงเด็กของเขาแสดงนำ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน บ่มเพาะความสนใจด้านการแสดงมานับแต่นั้นก่อนจะเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนการแสดงอย่างเป็นจริงเป็นจัง และแจ้งเกิดเป็นพลุแตกในวัย 27 ปีจากบทเด็กหนุ่มที่มีอาการหลอนทางจิตใน Primal Fear (1996, เกรกอรี ฮ็อบลิต) จนเข้าชิงออสการ์สาขาสมทบชายได้จากหนังเรื่องแรก

น่าสนใจที่ดูเหมือนว่า นับตั้งแต่นั้น นอร์ตันก็ดูจะลุ่มหลงในตัวละครที่มักมีปมปัญหาหรือบาดแผลเรื้อรังทางความรู้สึกอยู่บ่อยๆ

Primal Fear

แอรอน เด็กหนุ่มผิวขาว รูปร่างผอมบางและดูจืดจาง บุคลิกหลุกหลิกไม่สู้คนใน Primal Fear กลายเป็นที่จับตามองของคนทำหนังและนักวิจารณ์อย่างรวดเร็ว เพราะบทที่แสนจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านนักแสดงหนุ่มวัย 27 ปี ที่เพิ่งแสดงหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกอย่างนอร์ตัน ไม่เพียงเท่านั้น เขายังประกบกับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ริชาร์ด เกียร์ ได้แบบไม่มีดับอีกด้วย

หนังว่าด้วยเรื่องของ มาร์ติน (เกียร์) ทนายมือฉกาจผู้ว่าความชนะเสมอ และคดีใหญ่ก็มาถึงเมื่อแอรอน เด็กหนุ่มธรรมดาๆ ถูกจับข้อหาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมโหด มาร์ตินพยายามพิสูจน์ว่าลูกความของเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หากแต่ยิ่งสืบสวนไปก็ยิ่งพบความลับดำมืดบางอย่างที่แม้แต่แอรอนและคนในครอบครัวเองก็อาจไม่เคยรู้ตัว นั่นคือเขามีอาการของโรคหลายบุคลิก (Dissociative Identity Disorder – DID) ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อรูปคดีที่มาร์ตินว่าความอยู่

เหนืออื่นใดคือชั้นเชิงที่นอร์ตันถ่ายทอดเรื่องราวของแอรอนผ่านการแสดง คนดูได้เห็นเขาในสภาวะเปราะบางสุดขีดจากการถูกมาร์ตินกดดันเค้นเอาข้อเท็จจริง และกลายเป็นการกระชากเอาตัวตนของ ‘รอย’ เด็กหนุ่มอีกคนออกมาแทน ซึ่งการสลับสับเปลี่ยนคาแร็กเตอร์อย่างทันทีของนอร์ตันนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนมาร์ตินเท่านั้น หากแต่ยังส่งมาถึงคนดูอย่างเราๆ ด้วย

Fight Club (1999, เดวิด ฟินเชอร์)

“The first rule of Fight Club is: You do not talk about Fight Club.”

หนังคัลต์โคตรเก๋ของฟินเชอร์ที่ว่าด้วยชายหนุ่มพนักงานออฟฟิศ (นอร์ตัน) เข้าร่วมกลุ่มมวยใต้ดินของชายนักผลิตสบู่ ไทเลอร์ เดอร์เดนต์ (แบรด พิตต์) ก่อนที่มันจะกลายเป็นกองทัพปฏิวัติระบบทุนนิยมอันเดือดดาลในเวลาต่อมา แม้เผินๆ สปอร์ตไลต์จะจับจ้องไปยังบทเดอร์เดนต์และความเท่ระเบิดของพิตต์ หากแต่การกลืนตัวตนของตัวเองจนแทบจะกลายเป็นฉากหลังของเรื่อง ผ่านน้ำเสียงเนิบช้าเย็นชาที่เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ของนอร์ตันก็ทำให้หลายคนรู้สึกขนหัวลุกได้ไม่น้อยกับบรรยากาศคุกคามที่นอร์ตันสร้างขึ้นผ่านน้ำเสียง รวมไปถึงการที่หนังเฉลยข้อเท็จจริงอันนำไปสู่การเทิร์นตัวเองของ ‘ชายหนุ่ม’ ซึ่งนอร์ตันแสดงได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายใต้บทบาทของเดอร์เดนต์และรัศมีอันเปล่งประกายของพิตต์ที่ฉายตลอดหนังทั้งเรื่อง นอร์ตันกลับหาตำแหน่งแห่งที่ของตัวละครนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ ชายหนุ่มพนักงานออฟฟิศผู้เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องไม่เพียงแค่ค่อยๆ เปลี่ยนจากคนที่อมทุกข์เพราะปัญหานอนไม่หลับ ใฝ่หาคุณค่าของตัวเองผ่านข้าวของเครื่องใช้สุดหรูต่างๆ มาเป็นคนดิบเถื่อนที่อาศัยในบ้านร้างกับเพื่อนชายคนสนิทได้อย่างหมดจด

นี่กลายเป็นหนึ่งในหนังใจดวงใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเนื้อหาที่พูดถึงการกระชากหน้ากากชนชั้นกลางและทุนนิยมที่ค่อยๆ กลืนกินอเมริกันชนไปทีละนิด

The Incredible Hulk (2008, หลุยส์ เลแตร์ริเยร์)

สำหรับหลายๆ คน ในนาทีนี้ เดอะ ฮัลค์ มนุษย์ตัวเขียวจอมพลังนั้นเป็นที่จดจำในฐานะที่มันเป็นหนึ่งในกองกำลังสำคัญของแก๊ง Avengers กลุ่มซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายมาร์เวลที่กำลังจะมีหนังภาคปิดเตรียมฉายในปีหน้าอย่าง Avengers: Endgame (2019, พี่น้องรุสโซ) หากแต่ก่อนหน้านี้ มันได้ถูกบอกเล่ามาแล้วหลายครั้งหลายหนทั้งในคอมิกและในหนัง

The Incredible Hulk ของเลแตร์ริเยร์ถูกถ่ายทอดโดยนอร์ตัน ในฐานะของ บรูซ แบนเนอร์ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองจนตัวเองได้รับลูกหลงกลายเป็นมนุษย์ตัวเขียวจอมพลังที่ควบคุมอะไรแทบไม่ได้ หลายเสียงออกความเห็นว่าแบนเนอร์เวอร์ชั่นของนอร์ตันคือตัวละครที่โดดเดี่ยวและเจ็บปวดที่สุด ด้วยการแสดงของนอร์ตัน ตัวละครซึ่งสมควรจะกลายเป็นฮีโร่มากพลังกลับมีมุมอ่อนแอและบาดเจ็บให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อกลับคืนร่างมนุษย์แสนอ่อนแอและสำนึกขึ้นได้เสมอว่าตัวเองคือตัวการของความอลหม่านทั้งหมด