Ralph Breaks The Internet

Ralph Breaks the Internet : ด้านมืดของอินเตอร์เน็ตและความสัมพันธ์ของเพื่อนแท้

Home / bioscope / Ralph Breaks the Internet : ด้านมืดของอินเตอร์เน็ตและความสัมพันธ์ของเพื่อนแท้

โดย นภัทร มะลิกุล

 

Ralph Breaks the Internet เป็นเรื่องราวของตัวละครในเกมสองตัว คือ ราล์ฟ ซึ่งเป็นตัวร้ายในเกมตู้ยุค 90 กับ เวเนโลปี ตัวละครนักแข่งรถในเกม Sugar Rush เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อพวงมาลัยในเครื่องเกมของเวเนโลปีเกิดพังขึ้นมา ทั้งสองจึงต้องไปตะลุยโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อหาอะไหล่พวงมาลัยส่งมายังร้านเกม ในระหว่างนั้น เวเนโลปีก็ค้นพบว่าตนเองต้องการความท้าทายใหม่ๆ จากการแข่งรถในเกมออนไลน์ Slaughter Race และเธอก็ได้พบกับ แชงค์ นักแข่งรถสาวสุดแกร่งที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทีม ความสัมพันธ์ระหว่างราล์ฟและเวเนโลปีจึงเริ่มสั่นคลอน อันเป็นผลให้ราล์ฟใช้วิธีผิดๆ ในการทำลายเกม Slaughter Race จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตในที่สุด

 

เบื้องหลังความเจ็บปวดของการเป็นไวรัล

Ralph Breaks the Internet แสดงให้เห็นทั้งด้านดีที่สุดและแย่ที่สุดของอินเตอร์เน็ต ไซเบอร์สเปซเป็นที่ที่ความฝันเป็นจริงได้ แต่มันก็กลายเป็นฝันร้ายได้เช่นกัน [1] ในเรื่อง ราล์ฟต้องทำคลิปวิดีโอไวรัลขึ้นมาในเว็บฯ ชื่อ Buzztube (ซึ่งน่าจะเป็นการล้อเลียน Youtube) เพื่อให้ได้ยอดไลค์ซึ่งจะเปลี่ยนมาเป็นเงินซื้อพวงมาลัยได้ ราล์ฟทำวิดีโอไวรัลออกมาหลายตัว และผู้คนก็ชื่นชอบเขา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคอมเมนต์ที่ประณามและมีลักษณะความเป็น ‘การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์’ (Cyberbullying) เช่นกัน

อย่างที่ Yesss แห่ง Buzztube บอกไว้ กฎข้อแรกของอินเตอร์เน็ตคือ “อย่าอ่านคอมเมนต์” ซึ่งนี่เป็นการเปิดเผยด้านมืดของอินเตอร์เน็ตที่ใครจะวิจารณ์ใครรุนแรงแค่ไหนก็ได้ เพราะพวกเขาไม่เห็นหน้าค่าตากัน หนังสือเรื่อง It’s Complicated: The social life of networked teens หรือ ‘เข้าใจโลกใหม่ของวัยรุ่นยุควุ่นเน็ต’ [2] โดย ดานาฮ์ บอยด์ ได้เล่าให้ฟังถึงภาพที่วัยรุ่นอยากเป็นดาราดังในยูทูบหรือเป็นกระแสในคลิปไวรัล โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าความเป็นไวรัลจะนำมาซึ่งความเปราะบางของตัวตนที่จะต้องปรับเปลี่ยนทิศทางไปตามความเห็นของคนในโซเชียลฯ และการเสียเสียพื้นที่ส่วนตัว “คนจำนวนมากคาดหวังว่าการเข้าสู่โลกออนไลน์จะปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนทางวัฒนธรรมของโลกแห่งความเป็นจริง (233)” แต่ที่จริงแล้ว มันอาจเป็นกรงที่กักขังเราไว้ในคราวเดียวกัน

ประเด็นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ประเด็นการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์  ซึ่งในแง่หนึ่งเกิดจากภาวะที่ไม่มีเส้นแบ่งของกลุ่มผู้ชมที่ชัดเจน คนที่พิมพ์ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาของคนที่อ่านคอมเมนต์ และเขาจะถ่ายทอดข้อความไปยังผู้ชมจำลองในความคิดของเขา ดอน อุลเวส (Dan Olweus) นักจิตวิทยาชาวสวีเดนที่ศึกษาเรื่องพฤติกรรมรังแกและก้าวร้าวของวัยรุ่น ให้นิยามว่า การรังแก (bullying) ประกอบไปด้วยสามองค์ประกอบ นั่นคือ การระราน การทำซ้ำ และอำนาจที่ไม่สมดุล หากจะบอกว่าพฤติกรรมใดเป็นการรังแกต้องมีองค์ประกอบครบทั้งสามข้อนี้ อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปใช้คำว่าการรังแก (bullying) ในความหมายที่กว้างกว่านั้น มันอาจหมายถึงการระรานหรือทำให้เจ็บปวดเพียงครั้งเดียว (แบบที่ราล์ฟต้องเผชิญเมื่อเขาอ่านคอมเมนต์แง่ลบเกี่ยวกับคลิปของเขา และอันที่จริง เขาก็มีอำนาจตอบกลับข้อความนั้นด้วย ทำให้ประเด็นเรื่องอำนาจที่ไม่สมดุลตกไป) แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีเครือข่ายเพิ่มจำนวนผู้ชมที่เป็นไปได้ที่จะเห็นข้อความกลั่นแกล้งหนึ่งๆ บางคนเชื่อว่าการรังแกในโลกไซเบอร์เป็นปรากฏการณ์ใหม่โดยสิ้นเชิง และโทษว่าอินเตอร์เน็ตทำให้มีการรังแกในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นและรุนแรงขึ้น แต่บางคนมองว่าเทคโนโลยีเพียงทำให้มีสถานที่ใหม่ๆไว้รังแกกันเท่านั้น (195)

อ้างอิง : [2] บอยด์, ดานาห์. เข้าใจโลกใหม่ของวัยรุ่นยุควุ่นเน็ต. กรุงเทพฯ: บุ๊คสเคป, 2561.

 

การค้นพบตัวเองกับความเปราะบางในความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสอง

ธีมหนึ่งของเรื่องนี้คือ เพื่อนแท้ก็ยังเป็นเพื่อนแท้อยู่วันยังค่ำแม้อีกคนมีวิถีชีวิตที่แตกต่าง ราล์ฟนั้นยอมรับไม่ได้ที่เวเนโลปีจะออกจากศูนย์เกมไปอยู่ในเกม Slaughter Race ที่มีความแปลกใหม่กว่า และเขาก็พยายามหาไวรัสไปปล่อยในเกมของเวเนโลปี ซึ่งภายหลังมันแพร่กระจายไปทั่วอินเตอร์เน็ตจนถึงกับแปรสภาพเป็นคิงคองยักษ์ ทั้งสองต้องประณีประนอมกับความสัมพันธ์ที่เปราะบาง เพราะราล์ฟนั้นไม่ชินที่จะไม่มีเวเนโลปีอยู่ด้วย หนังไม่ได้มีตัวร้ายที่ชัดเจนนอกจากการต่อสู้ภายในของราล์ฟและเวเนโลปีเอง ซึ่งทำให้ความขัดแย้งภายในเรื่องดูจืดชืดลงเล็กน้อย และผันเวลาไปให้กับ ‘ไข่อีสเตอร์’ (Easter Egg) เกี่ยวกับเจ้าหญิงดิสนีย์เสียมาก เราจึงไม่ได้เห็นตัวละครแสดงความเปราะบางออกมาเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านวิกฤตไปได้แล้ว ตัวละครสามารถโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็เป็นความสำเร็จในระดับที่พอรับได้ของผู้สร้าง  เมื่อราล์ฟยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง คิงคองยักษ์ที่สร้างจากจุดอ่อนของเขาก็หายไป  ส่วนเวเนโลปีก็ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับเพื่อนใหม่ในเกมใหม่ของเธอ

บทสรุปของหนังเป็นไปในเชิงหวานปนขม (the bittersweet that comes with life) [3] อันเกิดจากการต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์อันมีค่าต้องมีพัฒนาการต่อไป และอาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่ห่างไกลกว่าเดิม เพื่อให้คนที่เราแคร์สามารถบรรลุเป้าหมายของตนเองได้ ราล์ฟและเวเนโลปียังติดต่อกันต่อไป แม้ว่าเวเนโลปีจะไม่ได้มีเวลาอยู่กับราล์ฟตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน และทั้งสองจะได้ไปมาหาสู่กันเป็นพักๆก็ตาม