Office Office - พนักงานดีเดือด The Intern The Secret Life of Walter Mitty UP IN THE AIR ยอดมนุษย์เงินเดือน

5 ตัวละครมนุษย์เงินเดือน…ในวันที่ฉันสั่นคลอน

Home / bioscope / 5 ตัวละครมนุษย์เงินเดือน…ในวันที่ฉันสั่นคลอน

หนังที่นำเสนอสังคมการทำงานบริษัทมีให้เห็นมาตลอด (The Insider, In Good Company, The Devil Wears Prada) แต่พอมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก อันมีหมุดหมายเป็นการล่มสลายทางเศรษฐกิจของอเมริกาเมื่อปี 2008 การนำเสนอภาพของสังคมองค์กรในหนังแทบทุกประเทศของโลกต่างมีพื้นหลังเป็นความพินาศทางโครงสร้างการเปลี่ยนแปลง ความสูญเสีย และอื่นๆ อันสืบเนื่องโดยตรงกับสภาพเศรษฐกิจ และรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่ทำให้บางบริษัทต้องปรับโครงสร้างกันยกใหญ่ ทำให้สถานะพนักงานกินเงินเดือนที่เคยถูกมองว่าอยู่ในเซฟโซนต้องตั้งคำถามถึงความมั่นคงและนำไปสู่การดิ้นรนในรูปแบบที่ต่างกัน

และถัดจากนี้ คือ 5 ตัวละคร ‘มนุษย์เงินเดือน’ เหล่านั้นที่เราอยากหยิบยกขึ้นมาพูดถึง!

นาตาลี จาก Up in the Air (2009, เจสัน ไรต์แมน)

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจอเมริกาถดถอย Up in the Air คือหนังเรื่องแรกที่ก้าวขึ้นมาสะท้อนภาพความสั่นคลอนของพนักงานกินเงินเดือนด้วยการเล่าเรื่องของคนที่ทำหน้าที่รับจ้าง ‘ไล่ออก’ พนักงานทั่วหล้า พระเอก ไรอัน (จอร์จ คลูนีย์) นั้น ยิ่งเขาไล่คนออกมากเท่าไหร่ มันยิ่งสะท้อนจิตใจอันไม่มั่นคงให้คนรอบข้างเห็นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตัวละครที่ดูจะเป็นตลกร้ายมากที่สุด คือ นาตาลี (แอนนา เคนดริคส์) ที่เป็นพนักงานฝึกหัดอนาคตไกล เธอมาทำงานนี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ศึกษาข้อมูล และเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิง การเผชิญหน้ากันของคนไฟแรง ชีวิตการทำงานเพิ่งเริ่มต้น กับคนที่ทำงานให้องค์กรมาอย่างยาวนานและกำลังเจอจุดเปลี่ยนของชีวิต นับเป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่สะท้อนภาพความไม่มั่นคงของมนุษย์เงินเดือนหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอเมริกา

ลีมิเร จาก Office (2015, ฮองวอนชัน)

พนักงานฝึกหัดในหนังเรื่องนี้คือ ลีมิเร (โกอาซอง) เธอทำหน้าที่แทนตัวละครที่อยู่ล่างสุดในวงจรของออฟฟิศ ตัวละครนี้นอกจากจะสะสมความกดดันที่ถูกหัวหน้างานไล่บี้ลงมาเป็นลำดับๆ จนมาสุมทั้งหมดที่เธอแล้ว เธอยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ คิมบยองกุก (แพซองวู) -พนักงานผู้ฆาตกรรมโหดคนในครอบครัวก่อนจะกลับเข้ามาทำงานต่อ และไม่ออกจากตึกอีกเลย- สามารถสื่อสารกับผู้ชมได้ โดยเฉพาะในมุมของพนักงานผู้ทุ่มเทให้กับงานจนสุดชีวิต และทุกอย่างก็พร้อมจะพังทลายทันทีเมื่อการทำงานไม่เป็นไปอย่างที่หวัง และการประเมินก็ไม่ได้วัดกันที่ความทุ่มเท แต่ขึ้นอยู่กับผลงานที่ปรากฏมากกว่า

หนังได้รับการพูดถึงเซ็งแซ่ว่า สามารถบดขยี้ด้านมืดของวัฒนธรรมองค์กรในเกาหลีที่เลื่องลือเรื่องการกดทับบุคลากรเพื่อความก้าวหน้าขององค์รวม และมันยิ่งตึงเครียดมากขึ้นเมื่อเกิดความสั่นคลอนในภาพรวมของเศรษฐกิจโลก (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวหนังได้ที่นี่)

เบน วิตเทเกอร์ จาก The Intern (2015, แนนซี เมเยอร์ส)

ในขณะที่หนังเอเชียส่วนใหญ่ให้ภาพการทำงานออฟฟิศที่ไม่ค่อยดีนัก แต่กับหนังฮิตสุดเซอร์ไพรส์ในบ้านเราอย่าง The Intern กลับเล่าบรรยากาศการทำงานในออฟฟิศที่แสนจะน่ารัก ผ่านมุมมองของ เบน วิตเทเกอร์ (โรเบิร์ต เดอ นีโร) พนักงานฝึกหัดวัย 70 ปีที่ว่างงานมานานหลังการปิดตัวของบริษัทผลิตสมุดโทรศัพท์ซึ่งตนเองทำงานมาก่อน ซึ่งการเล่าผ่านมุมมองของคนทำงานรุ่นดึกนี้ ทำให้เราไม่ได้รับรู้แค่เรื่องราวในองค์กรเท่านั้น แต่มันยังฉายให้เห็นเส้นทางความรุ่งโรจน์และล่มสลายของบริษัทที่ถูกมองว่าผลิตสินค้า ‘ตกยุค’ และไล่ตามโลกไม่ทันอย่างสมุดโทรศัพท์ และตึกเดียวกันนั้นต้องเปลี่ยนมือมาให้บริษัทที่เติบโตรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ปี ซึ่งเป็นบริการที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนยุคนี้ นั่นคือร้านค้าออนไลน์

ความน่าสนใจคือ ออฟฟิศในหนังเรื่องนี้นอกจากจะมีบรรยากาศการทำงานสุดรื่นรมย์ ไม่กดดันแล้ว มันยังมีนโยบายช่วยเหลือสังคมด้วยการหาตำแหน่งงานรองรับผู้สูงอายุอีกด้วย สะท้อนความเป็นอยู่ของประเทศที่เจริญแล้วที่พยายามเกลี่ยคุณภาพชีวิตที่ดีให้ทั่วถึง

หลายชีวิต จาก ‘ยอดมนุษย์เงินเดือน’ (2012, วิรัตน์ เฮงคงดี)

ในสังคมไทยที่ถูกปลูกฝังค่านิยมเรื่องความกตัญญูและรักในสถาบัน ทำให้พนักงานประจำในเมืองไทยจำนวนไม่น้อย มีความเชื่อเรื่องการจงรักภักดีต่อองค์กร ด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นปมขัดแย้งที่อาจมีเฉพาะในตัวละครไทย เช่น นัน (ต้นหอม – ศกุนตลา เทียนไพโรจน์) ในหนัง ‘ยอดมนุษย์เงินเดือน’ เธอคือพนักงานที่เริ่มถึงทางตันในหน้าที่การงาน อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็เริ่มมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอคือ การลาออกแล้วไปเริ่มต้นใหม่กับบริษัทอื่น ระหว่างการตัดสินใจนั้นเองก็ทำให้เธอรู้สึกหลอกหลอนกับความทรงจำอันสวยงามในที่ทำงานเก่า มิตรภาพและความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงาน หรือจะโบยบินเพื่อพบความก้าวหน้าในสังคมอื่นๆ

ตัวละครนั้นเปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามกับ ชัย (ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์) ที่รักบริษัทราวกับเนบ้านหลังที่สอง หวงแหนผลประโยชน์ขององค์กร เป็นหูเป็นตาช่วยดูแลความเรียบร้อย ทว่าทำดีให้ตาย เขาก็ยังถูกปลดออกจากงานเพื่อเขย่าโครงสร้างการบริหารใหม่อยู่ดี

วอลเตอร์ มิตตี จาก The Secret Life of Walter Mitty (2013, เบน สติลเลอร์)

หนังพาไปดูโลกผจญภัยสุดแฟนตาซีของ วอลเตอร์ มิตตี (ที่รับบทโดย เบน สติลเลอร์ เอง) ผู้เป็นอีกหนึ่งคนที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการทำงานที่รัก เขาไม่ได้ทำผิด แต่ในยุคที่อะไรๆ ก็เปลี่ยนเป็นดิจิตอล หน้าที่ดูฟิล์มให้กับแทบลอยด์ชื่อดังของเขา จึงเป็นตำแหน่งแรกๆ ที่จะโดนดีดออกเมื่อต้องมีการปรับโครงสร้างบริษัท

ผู้กำกับและผู้รับบทมิตตีอย่างสติลเลอร์ให้ความเห็นต่อบทบาทนี้ไว้ว่า มันสะท้อนยุคสมัยที่กำลังมีการเปลี่ยนผ่านได้อย่างดี “ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาของมันที่จพเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจก็ไม่อำนวยนัก สองเหตุผลนี้ทำให้วัฒนธรรมของมีเดียเปลี่ยนแปลงสู่รอยต่อของอีกรุ่นหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา และมันก็ส่งผลโดยตรงต่อมิตตีผู้ที่อยู่กับระบบอะนาล็อกมาทั้งชีวิต แม้เขาจะรักองค์กรมากแค่ไหน แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน มันก็จำเป็น

 

เรียบเรียงบางส่วนมาจากบทความโดย โพธิ์ ไพโรจน์ ในนิตยสารไบโอสโคป ฉบับที่ 167