Black Swan Irréversible La Haine Vincent Cassel

แวงซ็องต์ กัสเซล อสุรกายจากแดนฝรั่งเศสอันเป็นที่รัก

Home / bioscope / แวงซ็องต์ กัสเซล อสุรกายจากแดนฝรั่งเศสอันเป็นที่รัก

La haine (1995) หนังขาวดำของ แม็ตธู กัสโซวิตซ์ ไม่เพียงแต่จะส่งเขาคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ได้เท่านั้น หากแต่หนังที่ชำแหละเรื่องของความรุนแรงและชาติพันธุ์ในฝรั่งเศสเรื่องนี้ ยังแจ้งเกิดนักแสดงหนุ่มร่างสูงชะลูด ที่ระเบิดความอัดอั้นและความกราดเกรี้ยวของการเป็นคนชายขอบผ่านการแสดงหน้ากระจกอันตราตรึงอย่าง แวงซ็องต์ กัสเซล ชายผู้ในเวลาต่อมาจะขยับขยายอิทธิพลการแสดงออกนอกฝรั่งเศสเข้ามาในอุตสาหกรรมฮอลลีวูด กับภาพลักษณ์ ‘วายร้าย’ ที่เราต่างรักไม่ได้แต่ก็เกลียดไม่ลง!

ไม่เพียงแต่กัสเซลมักจะรับบทเป็นตัวละครที่มีภาวะอารมณ์แปรปรวนและร้ายกาจอยู่บ่อยๆ หากแต่ในชีวิตจริง เขาก็มีบุคลิกเอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะกับเหล่าปาปารัซซี่ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขาเสมอมา หรือวิวาทะร้อนแรงในหลายๆ บทสัมภาษณ์จนถูกขนานนามว่าเป็นแบดบอยแห่งฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเขาแทบไม่เคยประนีประนอมกับคำถามใดๆ จนหลายครั้ง บุคลิกแสบร้อนเช่นนี้ก็ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละครของเขา

“ผมล่ะโคตรชอบเลยที่ได้แสดงเป็นคนเลว” เขาว่า “และเอาจริงๆ นะ ผมคิดมาตลอดว่าคนที่ถูกเรียกว่าไอ้เลวน่ะถึงที่สุดแล้วก็ไม่เคยได้เลวจริงๆ หรอก ผู้คนน่ะชอบแสร้งทำดีต่อกันแต่ไม่มีใครดีแท้เลยสักคน เราต่างก็หาสมดุลย์ให้กับความดำมืดในชีวิตบางอย่าง และไอ้การหาสมดุลย์นี้น่ะแหละที่ผมว่าน่าสนใจ อย่างตัวละครของผมใน La haine ก็ไม่ใช่คนเลวนะครับ เขาแค่ไร้สุขซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เป็นกันทั้งนั้น พวกเราน่ะล้วนขึ้งโกรธ ใครจะไปรู้วะ สักวันผมอาจไปรับบทเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้” เขาเย้า

และหลังจากแจ้งเกิดเต็มขีดใน La haine แล้ว กัสเซลตอกย้ำความสำเร็จของเขาอีกครั้งด้วยการรับบทเป็น แม็กซ์ ชายหนุ่มที่หมั้นหมายแล้วกับคนรักสาว หากแต่ไปบังเอิญเจอคนรักสมัยที่ตัวเองยังเป็นวัยรุ่น ก็ไม่ลังเลจะสานความสัมพันธ์ต่อทันทีจนเกิดเป็นความวุ่นวายที่ทำลายทั้งตัวเขา ชู้รักและคู่หมั้นอย่างเลือดเย็นใน The Apartment (1996, ยิลล์ส ไมโนนี), Dobermann (1997, ยาน เคานีน) เขารับบทเป็นอาชญากรหนุ่มที่ตอนเด็กๆ กระบอกปืนของโจรหล่นลงมาในเปลนอนเขาพอดี ทำให้เจ้าหนูโตมาพร้อมความสามารถในการใช้ปืนแม่นยำยิ่งกว่าจับวาง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบ้าระห่ำและเดือดดาลจนเจ้าหน้าที่ตำรวจเวียนหัวเพราะหาวิธีจัดการเขาไม่ได้ และ Méditerranées (1999, ฟีลิปป์ เบรังเยร์) บทชายขวางโลกที่เพิ่งออกมาจากคุก ก่อนจะพบว่าโลกภายนอกเรือนจำนั้นเปลี่ยนแปลงไปจนทำให้เขาเจียนคลั่ง และแม้กระทั่งเมื่อเขามารับบทเป็นชายหนุ่มหัวใจเปราะบางใน Read My Lips (2001, ฌากส์ โอเดียร์) บทที่ว่าก็ยังมีปูมหลังเป็นนักโทษผู้กราดเกรี้ยวอยู่ดี

“พวกบทฮีโร่มันน่าเบื่อจะตาย แล้วบทพวกนั้นก็ไม่ได้นำเสนอสิ่งที่ผมพบเห็นในชีวิตประจำวันด้วย” กัสเซลบอกหน้าตาเฉย “ผมไม่ยักกะเห็นฮีโร่เท่าไหร่แฮะ แต่เห็นผู้คนมากมายที่เต็มไปด้วยปัญหาในชีวิต และส่วนใหญ่ที่คนพวกนี้เลวทรามและบ้าคลั่งขึ้นมา -คุณจะเรียกพวกเขาว่าอะไรก็เฮอะ- พวกเขาน่ะดูจริงยิ่งกว่าคนพวกที่ดูเปี่ยมไปด้วยศีลธรรมอีก” (แต่เขาก็เคยรับบทเป็นตัวละครที่มากอบกู้ความหายนะอยู่เหมือนกันนะใน Brotherhood of the Wolf, 2001)

และหนังดราม่า-ธริลเลอร์ชวนสติแตกก้ฉายสปอร์ตไลต์ไปยังกัสเซลอีกครั้งใน Irréversible (2002, กัสปาร์ โนเอ -เข้าชิงรางวัลปาล์มทอง) แม้ว่าเรื่องนี้ กัสเซลจะรับบทเป็น มาร์คัส หนุ่มธรรมดาที่เมาหัวทิ่มอยู่กับเพื่อนชายคนสนิทและคนรักสาว แต่แล้วคนรักของเขาก็ขอตัวกลับออกมาก่อน มาร์คัสไปพบเธออีกทีในสภาพร่างกายชอกช้ำจากการถูกข่มขืนและทำร้ายร่างกายอย่างหนักหน่วง เขาและเพื่อนจึงออกตามล่าผู้ร้าย และเตรียมลงทัณฑ์ด้วยน้ำมือของเขาเอง… โดยไม่รู้เลยว่านั่นจะทำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคิด

ตัวหนังโดดเด่นที่งานภาพจัดจ้านสไตล์โนเอ เหนือกว่านั้นคือการลำดับเรื่องอันชวนพิศวงจนไม่แปลกใจที่มันจะกลายเป็นหนังที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งในสายประกวดปีนั้น ตัวกัสเซลเองถูกพูดถึงอย่างมากในการกลายร่างจากคนเมาธรรมดา ไปสู่การเป็นปีศาจที่ตามไล่ล่าผู้ร้ายทั่วเมือง เราจะพบว่าความกดดันในหนังเพิ่มขึ้นสูงทุกครั้งหลังการปรากฏตัวและการแสดงอันน่าตื่นตะลึงของกัสเซล ยิ่งไปกว่านั้น ตัวหนังยังถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะที่ตัวละครของเขาเป็นภาพแทนของการเป็นศาลเตี้ย “ผมรู้ว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ได้ถูกสร้างมาสำหรับทุกคน มันรุนแรงและทรงพลังมากๆ ตอนที่เอาไปฉายในคานส์ผมยังนึกกลัวและตื่นเต้นอยู่เลย ยังกะเป็นผู้ก่อการร้ายเอาระเบิดไปวางในโบสถ์ยังไงยังงั้น”

ตามมาด้วยหนังโจรกรรมโคตรแสบอย่าง Ocean’s Twelve (2004, สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์) ที่กัสเซลไม่วายรับบทเป็นโจรหัวใสฝีมือดี และฉากผ่านด่านเลเซอร์อันลือลั่น, Sheitan (2006, คิม ชาปิรอน) เล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองที่ออกมาจากงานดิสโก้แล้วพักในที่พักเล็กๆ หวังจะได้ปาร์ตี้และทำอะไรต่อมิอะไรสุดเหวี่ยง แต่กลับดันไปเจอ โจเซฟ ชายปริศนาคลุ้มคลั่งที่พร้อมตบหน้าพวกเขาเรียงตัวแบบไม่เปิดโอกาสให้ได้สู้กลับ, Eastern Promises (2007, เดวิด โครเน็นเบิร์ก) การปะทะกับโคตรยอดนักแสดงชายจากเดนมาร์คอย่าง วิกโก มอร์เทนเซน โดยกัสเซลรับบทเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมาเฟียโหดในรัสเซีย หากแต่พ่อของเขากลับมอบอำนาจสืบทอดให้ นิโกไล (มอร์เทนเซน) แทนที่จะเป็นเขา การเชือดเฉือนกันจึงระเบิดขึ้นภายใต้บรรยากาศเยือกแข็งของรัสเซีย!

กัสเซลยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นวายร้ายด้วยการรับบทเป็น ฌาก เมย์รีญ อาชญากรชื่อกระฉ่อนของฝรั่งเศสที่ก่อคดีทั้งฆาตกรรม, ออกปล้นและลักพาตัวทั้งในฝรั่งเศส, สหรัฐฯ และแคนาดาจาก Mesrine: Killer Instinct (2008, ฌ็อง-ฟร็องซัว รีเชต์) “เอาจริงๆ นะ ผมไม่ได้ชื่นชมอะไรในตัวละครนี้ แต่ก็ไม่เคยไปตัดสินเขาในฐานะที่เป็นอาชญากรสักครั้ง” กัสเซลว่า “คือคุณก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าทำไมเขาถึงทำเรื่องอย่างนั้นลงไป ผมเรียนรู้จากเรื่องนี้เยอะ จนตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าคิดกับเขายังไง เอาแค่เรียนรู้ไปพร้อมกับคนที่กำลังดูหนังเรื่องนี้ก็พอเพราะเราไม่ได้บอกให้คุณออกความเห็นกับชายคนนี้สักหน่อย บางคราวเขาก็น่าสงสัย และบางคราวเขาคือไอ้เปรตที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอ”

และการมาถึงของ Black Swan (2010, ดาร์เรน อาโรนอฟสกี) หนังที่ส่ง นาตาลี พอร์ตแมน คว้านำหญิงยอดเยี่ยมจากออสการ์ได้เป็นครั้งแรก (หลังจากเข้าชิงสมทบหญิงใน Closer, 2004 มาแล้ว) หนังเล่าถึงนักเต้นบัลเล่ต์สาวที่พยายามจะทำให้การเต้นของเธอไร้ที่ติในทุกทาง และผู้กำกับ (กัสเซล) ที่พยายามดึงเอาด้านดำมืดของนักเต้นสาวออกมาใช้ในงานแสดง และนี่เป็นอีกบทที่ท้าทายของกัสเซล เพราะตัวละครของเขานั้นเต็มไปด้วยความยั่วยวนบางอย่าง ขณะเดียวกันก็โชยหึ่งไปด้วยกลิ่นของความคุกคามและอันตราย, Trance (2013, แดนนี บอยล์) หนังโจรกรรมบ้าพลัง เล่าถึง ไซมอน (เจมส์ แม็กอะวอย) ชายหนุ่มที่เตรียมโจรกรรมภาพเขียนมูลค่ามหาศาล แต่เขากลับจำไม่ได้ว่าเก็บภาพไว้ที่ไหนจน แฟรงค์ (กัสเซล) ชายหนุ่มที่ร่วมหัวจมท้ายกับการโจรกรรมครั้งนี้ต้องพาเขาไปพบจิตแพทย์สาวเพื่อดึงเอาความทรงจำนั้นกลับมา และนี่เองที่ทำให้เรื่องราวบายปลาย เมื่อไซมอนเริ่มไม่รู้แล้วว่า ระหว่างความทรงจำที่พร่ามัวของตัวเองกับบุคคลจริงๆ ที่ยืนตรงหน้าเขานี้ ใครกันที่เชื่อถือได้ การแสดงของแม็กอะวอยที่ดูสับสน บวกรวมกับบรรยากาศไม่เป็นมิตรจากกัสเซลยิ่งพาให้คนดูตั้งคำถามว่าใครกันที่อยู่เบื้่องหลังการโจรกรรมในครั้งนี้ และ It’s Only the End of the World (2016, ซาวิเยร์ โดลอง) กัสเซลรับบทเป็น อองตวน พี่ชายคนโตของครอบครัวที่กราดเกรี้ยว เอาแน่เอานอนไม่ได้และเปราะบางสุดขีดเมื่อต้องกลับมาเผชิญหน้ากับน้องชายผู้หายไปนาน

“พวกคนดีน่ะต้องแปดเปื้อนบ้างไม่งั้นพวกเขาก็น่าเบื่อตายชัก” กัสเซลกล่าว “และพวกคนเลว ถ้าพวกเขามีแต่ด้านมืดมันก็ไม่น่าสนใจหรอก เราถึงต้องหาแง่งามในเนื้อตัวเขานั่นไงล่ะ

“เอาจริงๆ ผมเริ่มจะเชื่ออยู่นะว่ามันมีบางอย่างที่เหมือนๆ กันในตัวละครที่ผมแสดง” กัสเซลว่า “ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่เดาว่าน่าจะเป็นตัวผมนี่แหละมั้ง”