The Revenant Tom Hardy ทอม ฮาร์ดี

‘ผมไม่สู้คน’ (แค่บทของผมเป็นนักสู้เฉยๆ!) ทอม ฮาร์ดี ในจักรวาลบทคนเถื่อนยอดนักสู้

Home / bioscope / ‘ผมไม่สู้คน’ (แค่บทของผมเป็นนักสู้เฉยๆ!) ทอม ฮาร์ดี ในจักรวาลบทคนเถื่อนยอดนักสู้

ก็อาจจะด้วยภาพลักษณ์ดิบเถื่อน ไว้หนวดไว้เครายุ่งเหยิงและแววตาคาดคั้นเอาเป็นเอาตาย ทำให้ ทอม ฮาร์ดี นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษมักได้รับสารพัดบทชายโฉดที่โผล่มาคุกคามเราผ่านภาพยนตร์อยู่บ่อยๆ บวกกับข่าวคราวส่วนตัวที่เขาเปิดเผยว่าอดีตเคยดื่มเหล้าอย่างหนักจนต้องไปบำบัด หรือการให้สัมภาษณ์สื่ออย่างถึงเป็นกันเอง (สูบบุหรี่ไฟฟ้าพ่นควันปุ๋ยอย่างอารมณ์ดี) และถึงพริกถึงขิงหลายครั้งหลายคราว ทำให้หลายๆ คนติดกับภาพว่า ในชีวิตจริง พี่แกก็คงไม่ห่างไกลกันกับบทนักหรอกน่า!

หากแต่นั่นผิดถนัด เพราะชีวิตจริงของฮาร์ดีนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสันทัดที่อุทิศเวลาส่วนมากให้กับลูกและหมา จนถูกแฟนคลับและสื่อแซวเอาว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นทอม ซอฟตี (Tom Softy -ทอม นุ่มนิ่ม) ได้แล้วพวก! และความมุ้งมิ้งของเขายังเคยถูกรายการ Good Morning Britain -ซึ่งเป็นช่องข่าวของอังกฤษ- ตัดคลิปความยาว 45 วินาทีที่ฮาร์ดีเล่นกับลูกหมาอย่างเดียว

“เอาจริงๆ นะ ผมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมาดแมนอะไรขนาดนั้น ชีวิตจริงผมไม่ได้เถื่อน ไม่ได้แข็งแกร่งหรือเก่งกาจอะไรเล้ย” ฮาร์ดีว่า “เวลาแสดงหนังผมก็เลียนแบบบุคลิกเหล่านั้น พยายามทำความเข้าใจหรือใส่มันลงไปในชีวิตประจำวันบ้าง ด้วยการลอกเลียนแบบมาจากคนที่ดูน่ากลัวๆ นั่นแหละ แต่ตัวผมไม่ใช่นักสู้นะ ผมเป็นแค่เจ้าหนูชนชั้นกลางตัวน้อยจากลอนดอนเท่านั้นเอง ผมไม่สู้ ผมเลียนแบบเอาเฉยๆ”

เราจึงอยากพาย้อนไปดูบทนักสู้ที่(อดีต)เจ้าหนูตัวน้อยจากลอนดอนเคยแสดงกัน และนี่เป็นหลักฐานชั้นดีที่พิสูจน์ว่าเขานั้นมีฝีมือมากแค่ไหน เพราะขนาดตัวจริงนุ่มนิ่มขนาดนั้น เขายังทำให้เราจำเขาได้ในฐานะชายเถื่อนเลยนะ!

Band of Brothers (2001)

มินิซีรีส์ร่วมสัญชาติสหรัฐอเมริกา-สหราชอาณาจักรที่ออกฉายทางโทรทัศน์ สร้างขึ้นจากบทสัมภาษณ์และจดหมายที่หลงเหลืออยู่ของเหล่านายทหารจากกองร้อยอีซี่ กองร้อยที่ 5 ของกองพัน 506 สหรัฐอเมริกา ที่ถูกส่งตัวไปรบในสงครามโลกครั้งที่สองจากหลายสมรภูมิ โดยแบ่งออกเป็นสิบตอนย่อยๆ เล่าเรื่องของสงครามผ่านมุมมองของนายทหารแต่ละคนซึ่งถูกส่งไปประจำการในสถานที่แต่ละแห่ง นับตั้งแต่วันฝึกของเหล่าพลร่มในอเมริกาและอังกฤษ, วันดี-เดย์ซึ่งนายทหารจากยุโรปยกพลขึ้นหาดนอร์มังดี (อันเป็นฉากขึ้นชื่อในหนังสกุลเดียวกันอย่าง Saving Private Ryan, 1998 และที่น่าสนใจคือ ทอม แฮงค์ส ซึ่งเป็นนักแสดงนำในหนังก็กำกับ, เขียนบทในมินิซีรีส์เรื่องนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน) หรือการต่อสู้อันดุเดือดที่บาสตอง ประเทศเบลเยี่ยม ในเรื่องนี้ ฮาร์ดีรับบทเป็นนายทหารหนุ่มน้อยที่ถูกส่งไปประจำการที่เยอรมนี โดยตัวละครของเขาตั้งคำถามได้อย่างน่าสะเทือนใจผ่านเนื้อหาในจดหมาย ถึงเหตุผลที่พวกเขาถูกส่งมาให้ต่อสู้ในสงครามที่คล้ายว่าใกล้จะมอดดับลงไปแล้ว

RocknRolla (2008, กาย ริตชีย์)

หนังรวมดาวแก๊งต้มตุ๋นที่มีกลิ่นอายของ Snatch (2000) หนังสร้างชื่อเรื่องก่อนของริตชีย์ โดย RocknRolla ว่าด้วยอาชญากรหัวใสในลอนดอนที่จ้องเงินมหาศาลจากการทุ่มทุนของมาเฟียรัสเซียที่วางแผนจะทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการจะทำให้โครงการสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องยืมมือวายร้ายชาวอังกฤษเจ้าถิ่น นี่จึงเป็นปฏิบัติการรวมตัวกันของแก๊งโจรตัวเอ้ ทั้งหัวขโมยข้างถนนมือไว, เจ้าหน้าที่บัญชีผู้ปราดเปรื่องที่ใช้ความสามารถของเขาหมดไปกับการหาช่องโหว่ของระบบตรวจสอบการเงิน ตลอดจนนักเลงหัวไม้ที่พร้อมฟาดไม่เลี้ยงหากใครขวางทาง

ฮาร์ดีรับบทเป็น บ็อบ อาชญากรหนุ่มเจ้าเล่ห์ที่แม้ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับใคร แต่ก็โชยกลิ่นความคุกคามออกมาทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวบนจอ และสร้างบุคลิกให้บ็อบกลายเป็นตัวละครที่คาดเดาอะไรไม่ได้นับตั้งแต่นาทีแรกที่เขาปรากฏตัวในหนังได้อย่างน่าประทับใจ (อย่างไรก็ตาม คริสโตเฟอร์ โนแลน ประทับใจฮาร์ดีจากหนังเรื่องนี้มากจนแคสต์ให้เขามาแสดงใน Inception หนังปี 2010 เลยทีเดียว)

Bronson (2008, นิโคลัส วินดิง เรฟิน)

การแสดงสุดเดือดดาลที่ส่งให้ฮาร์ดีคว้ารางวัลนำชายยอดเยี่ยมจากเวที British Independent Film และกลายเป็นที่จับตาทันทีจากบท ชาร์ลส์ บรอนสัน อาชญากรตัวเอ้แห่งเกาะอังกฤษ ที่ก่อคดีปล้นร้านขายเครื่องประดับจนถูกจำคุกชั่วระยะเวลาสั้นๆ หากแต่ความอื้อฉาวที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นหลังจากพฤติกรรมโคตรห่ามแบบคุมไม่อยู่ ทั้งการอาละวาด ต่อยตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ แลกหมัดกับผู้คนไปทั่วแบบไม่ไว้หน้าใครจนถูกขังเดี่ยวนานนับทศวรรษ (ทั้งที่ไม่เคยฆ่าใครเลยสักครั้ง!) และถูกขนานนามว่าเป็นนักโทษหัวรุนแรงที่สุดในคุกอังกฤษ

อย่างไรก็ดี เพื่อจะรับบทนี้ ฮาร์ดีเข้าพบกับบรอนสันเป็นการส่วนตัวและฝ่ายหลังประทับใจในการเพิ่มน้ำหนักกับกล้ามเนื้อของฮาร์ดีมากๆ ไม่เพียงเท่านั้น บรอนสันยังชื่นชมที่ฮาร์ดีลอกเลียนพฤติกรรมของเขาได้หมดจด และลงเอยด้วยการเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในชีวิตจริงนับแต่นั้นด้วย

Warrior (2011, กาวิน โอคอนเนอร์)

หนังนักสู้ที่นักวิจารณ์ยกย่องว่ามันทั้งทรงพลังและงดงาม ทอมมี (ฮาร์ดี) คืออดีตนาวิกโยธินผู้ถูกอดีตและสงครามที่เขาเคยเข้าร่วมหลอกหลอน จนเมื่อปลดประจำการแล้วจึงมาลงแข่งศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานเพื่อหวังเงินรางวัลและหาที่ระบายให้จิตใจที่แกว่งไกวจากแผลในอดีต แต่แล้วเขากลับพบว่า ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของสังเวียนนี้คือ เบร็นแดน (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน) พี่ชายอดีตนักสู้ที่เผชิญมรสุมชีวิตและหวังเงินรางวัลเช่นเดียวกันกับคอนลอน ทั้งยังได้เปรียบเขาทุกทางเพราะเบร็นแดนเคยเป็นนักชกอาชีพมาก่อน

ดังนั้น Warrior จึงไม่เป็นแต่เพียงหนังที่ว่าด้วยสองนักชกต่อสู้กันบนสังเวียนเท่านั้น แต่มันบอกเล่าถึงการกัดฟันต่อสู้ของมนุษย์คนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังล้มเหลวในการมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเบร็นแดนที่ถูกปัญหาหนี้สินและครอบครัวรุมเร้าในฐานะหัวหน้าครอบครัว หรือตัวทอมมีเองที่บาดแผลจากสงครามในอดีตยังหลอกหลอนเขาไม่เลิก อย่างไรก็ตาม สองนักแสดงนำรวดร้าวจากกระบวนการถ่ายทำไม่น้อย เอ็ดเกอร์ตันพลาดทำเอ็นข้าวหัวเข่าฉีกต้องพักยาว ส่วนฮาร์ดีนิ้วเท้า, นิ้วมือและซี่โครงหัก ต้องพักรักษาตัวนานไม่แพ้กัน (…)

The Dark Knight Rises (2012, คริสโตเฟอร์ โนแลน)

หลังจากร่วมงานกับโนแลนใน Inception แล้ว ฮาร์ดีก็กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับชาวอังกฤษอีกครั้งในหนังไตรภาคของซูเปอร์ฮีโร่อย่างแบตแมน โดยเขารับบทเป็น เบน อสุรกายที่ปรากฏตัวพร้อมหน้ากากขนาดยักษ์ปิดไปครึ่งหน้า ผู้ใช้เข่าหักกระดูกหลังแบตแมนจนได้รับบาดเจ็บปางตาย ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะกลายมาเป็นคู่ปรับตัวฉกาจผู้ทำให้แบตแมนพิกลพิการไปอยู่พักหนึ่งนั้น ตัวเบนเองกัดฟันเติบโตมาในคุกเพราะแม่เขาเป็นนักโทษ หนำซ้ำยังได้รับสารพิษมหาศาลจนเขาต้องสวมหน้ากากเพื่อสูดดมแก๊สที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดนั้น

ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ ฮาร์ดีจึงเหลือทางเลือกในการแสดงออกไม่มากนอกจากดวงตาที่อยู่เหนือหน้ากาก และด้วยทักษะเช่นนี้ ทำให้โนแลนไม่ลังเลเลยที่จะเลือกเขาให้มารับบทเป็นชายผู้กราดเกรี้ยวชีวิต ศัตรูตัวฉกาจของแบตแมน แม้ว่าฮาร์ดีจะไม่ได้ตัวสูงเท่าเบนในคอมิกก็ตาม (จนเขาต้องสวมรองเท้าพิเศษเพื่อให้ดูตัวใหญ่กว่า คริสเตียน เบล ผู้รับบทเป็นแบตแมนซึ่งสูงกว่าฮาร์ดีราวๆ 8 เซนติเมตร)

Child 44 (2015, ดาเนียล เอสปิโนซา)

Child 44 สร้างจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของ ทอม ร็อบ สมิธ ซึ่งเขียนขึ้นอิงเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐโซเวียตยุค 50 ภายใต้การปกครองระบอบสตาลิน และการโฆษณาจากรัฐที่กล่อมเกลาให้ประชาชนเชื่อว่า โซเวียตคือดินแดนไร้อาชญากรรม ท่ามกลางคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สังหารโหดเยาวชนทั้ง 44 รายที่รัฐพยายามปกปิดเพื่อไม่ให้อำนาจสั่นคลอน

ฮาร์ดีรับบทเป็น เดมิดอฟ นายทหารที่ไม่อาจทนอยู่เงียบเฉยๆ ตามคำสั่งรัฐได้ เขาจึงออกตามล่าหาตัวฆาตกรจนถูกรัฐป้ายสีว่าเป็นคนทรยศต่อความมั่นคงของชาติ (ในคราบนายทหารผ่านศึกนี่แหละ!) และแม้หนังทั้งเรื่องแทบจะไม่มีฉากต่อยตีเลย แต่แววตากราดเกรี้ยวเอาเป็นเอาตาย คาดคั้นความเป็นจริงของฮาร์ดีก็เป็นสิ่งที่ฉายโชนออกมาอย่างรุนแรงตลอดความยาวสองชั่วโมงครึ่งของหนัง

 

Legend (2015, ไบรอัน เฮลเกแลนด์)

บทฝาแฝดนั้นเป็นบทที่ท้าทายนักแสดงเสมอมา และฮาร์ดีก็ไม่ลังเลเมื่อโอกาสในการรับบทเป็นสองตัวละครในหนังเรื่องเดียวกันนี้มาถึง แถมยังมาเหนือด้วยการเป็นมาเฟียฝาแฝดที่มีบุคลิกต่างกันแทบจะคนละโลกอีกต่างหาก

ฝาแฝดเครย์ –เร็กกี และ รอนนี– คือมาเฟียที่เคยมีชีวิตอยู่จริงและปกครองลอนดอนฝั่งตะวันออกทั้งแถบ เร็กกี -แฝดพี่เป็นชายหนุ่มฉลาดเฉียวและใจเย็น ขณะที่รอนนีคนน้อง หุนหันพลันแล่นและโหมเหี้ยมกว่าพี่ชายมาก ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีอาการทางจิตอ่อนๆ ที่ฟ้องถึงความไม่ปกติบางอย่างที่รอนนีเองเชื่อว่ามีแต่พี่ชายที่จะเข้าใจเขา (และในเวลาต่อมา เขาได้รับการรับรองว่ามีอาการทางจิตอย่างรุนแรงจริงๆ ในปี 1979)

แน่นอนว่าฮาร์ดีถ่ายทอดความเลือดเย็นของแฝดพี่ และความรุนแรงเกินต้านของแฝดน้องได้เป็นอย่างดี ฉากการต่อสู้ในผับที่ทั้งดิบและเลือดสาดนั้นส่งผลให้ตัวฮาร์ดีได้รับบาดเจ็บอย่างจังที่ข้อเท้า อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นเรื่องที่ฮาร์ดีรับได้ดีทีเดียวเมื่อฉากที่ว่ากลายเป็นหนึ่งในฉากที่ได้รับการชื่นชมอย่างหนาหูทันทีที่หนังออกฉาย

Mad Max: Fury Road (2015, จอร์จ มิลเลอร์)

หนังฟอร์มยักษ์ของมิลเลอร์ เล่าถึงโลกล่มสลายที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การปกครองของ อิมมอร์ตัน โจ ในโลกแล้งไร้ที่มีแต่ทะเลทราย แม็กซ์ (ฮาร์ดี) ชายหนุ่มชะตาตกที่ถูกจับมาเป็น ‘ถุงเลือด’ ให้เหล่าพรรคพวกของโจ โดยเฉพาะ นักซ์ นักรบหนุ่มที่ป่วยหนักร่อแร่และต้องใช้เลือดของแม็กซ์เพื่อดำรงชีพ แถมชีวิตของแม็กซ์ยังซวยไปอีกขั้นเมื่อผู้นำอย่างโจ สั่งให้เหล่านักรบในสังกัดของเขาออกตามล่า ฟูริโอซา หญิงสาวที่บังอาจพาเหล่าเมียรักของเขาหนีไปจากอาณาจักรสวรรค์ แม็กซ์จึงถูกลากออกไปขึ้นรถรบด้วย และในความวุ่นวายสุดขีดนี่เองที่เขาหลุดพ้นจากการจับกุม มาเข้าร่วมกลุ่มปฏิวัติกับฟูริโอซา ก่อนจะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของโจในท้ายที่สุด!

The Revenant (2015, อเลคันโคร กอนซาเลซ อีนาร์ริตู)

หนังชิงออสการ์ 12 สาขาและคว้ากลับมาได้ 3 สาขา เล่าถึงยุค 1820 ในแดนเถื่อน ฮิวจ์ กลาสส์ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) นักสำรวจที่ออกเดินทางพร้อมลูกชายและคณะซึ่งประกอบด้วยชายฉกรรจ์มากหน้าหลายตา โดยเฉพาะ จอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ (ฮาร์ดี) ชายปากคอเราะร้ายที่ดูเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขา ระหว่างทาง กลาสส์เผชิญหน้ากับหมีขนาดยักษ์และโดนหมีขย้ำ ฉีกเป็นชิ้นๆ ไม่เหลือดีจนฟิตซ์เจอรัลด์ตัดสินใจทิ้งเขาไว้ให้ตายทั้งเป็นกลางป่าและหิมะ ทั้งยังฆ่าลูกชายของกลาสส์ทิ้งอย่างเลือดเย็น หากแต่กลาสส์กระเสือกกระสนรอดมาได้ และออกล่าล้างแค้นไอ้หนุ่มฟิตซ์เจอรัลด์อย่างหฤโหด

แม้ว่าสปอร์ตไลต์จะฉายจับไปยังดิคาปริโอซึ่งแสดงได้อย่างแทบจะถวายชีวิต หากแต่เราก็ยังต้องพูดถึงฮาร์ดีในบทบาทของคนแข็งกร้าวผู้พร้อมจะทอดทิ้งเพื่อนร่วมทางให้ขาดใจตายอย่างเย็นชา ขณะเดียวกัน เราก็ได้เห็นบุคลิกความเป็นคนเถื่อนที่ติดค้างอยู่ในแววตาของฟิตซ์เจอรัลด์ตลอดทั้งเรื่อง แม้ในฉากสุดท้ายก็ตามที