The Matrix the wachowskis

‘พี่น้องวาชอว์สกี’ คนทำหนังข้ามเพศคนแรกๆ ของฮอลลีวูด

Home / bioscope / ‘พี่น้องวาชอว์สกี’ คนทำหนังข้ามเพศคนแรกๆ ของฮอลลีวูด

พี่น้องวาชอว์สกี –ลานา และ ลิลี– แจ้งเกิดจาก The Matrix หนังไซ-ไฟล้ำยุคที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองและปรัชญา ผสมรวมกับฉากแอ็กชั่นอย่างถึงพริกถึงขิงและเทคนิคการถ่ายทำอันน่าตื่นตาตื่นใจ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หนังจะมีภาคต่อตามมาอีกสองภาคและได้รับความนิยมไม่แพ้กันอย่าง The Matrix Reloaded (2003) และ The Matrix Revolutions (2003) หากแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาถูกจับตาอย่างมาก ซึ่งอยู่นอกเหนือไปจากงานกำกับคือการเป็นคนทำหนังข้ามเพศคนแรกๆ

ข่าวคราวว่าลานา วาชอว์สกีคนพี่ข้ามเพศเริ่มเป็นที่พูดถึงตั้งแต่ต้นปี 2000 ซึ่งในยุคสมัยนั้น การข้ามเพศนับเป็นเรื่องใหม่เพราะมันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงเพศอย่างหมดจดจากเพศหนึ่งไปยังอีกเพศหนึ่ง

ลานาเติบโตมาในโรงเรียนคาทอลิกเคร่งศาสนา อันเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการสัมผัสรู้ถึงตัวตนลึกๆ ของตัวเองในวัยเด็ก ท่ามกลางกรอบกรงอันแน่นแฟ้นของศาสนาและความเชื่อของยุคสมัยที่ว่า มนุษย์มีเพียงสองเพศเท่านั้น คือชายและหญิง และจะเป็นเช่นนั้นนับตั้งแต่พวกเขาเกิดจนถึงตาย “หนึ่งในความทรงจำที่ยาวนานของฉันคือ ตอนที่เดินเรียงแถวอยู่ในกลุ่มเด็กผู้หญิงและรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา รู้ดีว่าเสื้อผ้าของฉันมันไม่เข้ากันเลยสักนิด และรู้ว่าฉันไม่เหมาะกับแถวนี้ ฉันหยุดเดินเอาดื้อๆ ยืนนิ่งอยู่เนิ่นนานท่ามกลางสายตาที่ทุกคนมองตรงมา โดยเฉพาะแม่ชี เธอบอกให้ฉันกลับเข้าไปในแถว แต่ฉันค้างนิ่งอยู่เช่นนั้น ขยับตัวไม่ได้ คิดว่าจิตใต้สำนึกส่วนหนึ่งคงหาคำตอบให้เรื่องนี้ ว่าที่ที่ฉันควรอยู่นั้นคือระหว่างกลางนั่นเอง”

และแม้กระทั่งเมื่อเธอเติบโตขึ้น การก้าวข้ามหรือยอมรับตัวเองในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับลานา “เป็นปีๆ ที่ฉันไม่อาจแม้จะพูดคำว่าคนข้ามเพศ (transgendered) หรือคนแปลงเพศ (transsexual) ได้ และเมื่อฉันเริ่มยอมรับตัวเอง ก็รู้ว่าต้องบอกพ่อกับแม่และพี่น้องแล้วล่ะ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ฉันขวัญผวามากเสียจนนอนไม่หลับอยู่หลายวันเลย สุดท้ายเลยวางแผนร่วมกับนักบำบัดที่คอยดูแลฉัน และกินเวลาอยู่สามปี หรืออาจจะห้าปีด้วยซ้ำ

“สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดคือสูญเสียครอบครัวไป และเมื่อพวกเขายอมรับในสิ่งที่ฉันเป็นแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ง่ายดายยังกับปอกกล้วย”

หากแต่ภายหลัง Speed Racer (2008) ออกฉาย ลานาเปลี่ยนเพศตัวเองหมดจด เธอรับเป็นคนทำหนังของฮอลลีวูดคนแรกๆ ที่เปิดตัวว่าเป็นคนข้ามเพศ และทำงานขับเคลื่อนสังคมในประเด็นนี้มาอย่างยาวนานจนปี 2012 เธอได้รับรางวัลในฐานะผู้รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนจาก Visibility Award และนับเป็นไม่กี่ครั้งที่ลานาเล่าถึงชีวิตส่วนตัวและการต่อสู้ในวัยเด็กของเธอว่า ความสับสน ขัดแย้งกับตัวเองที่เธอต้องเผชิญตั้งแต่วัยเยาวน์นั้นทำให้เธอเกือบลงเอยด้วยการฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้ง

“มีหลายอย่างที่เราทำเพื่อตัวเราเองค่ะ และมีหลายอย่างเหมือนกันที่เราทำเพื่อคนอื่น ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ (บนเวทีรับรางวัล) เพราะตอนที่ยังเด็กมากๆ ฉันปรารถนาเหลือเกินที่จะได้เป็นนักเขียน” ลานาเล่า “ปรารถนาเหลือเกินที่จะได้เป็นคนทำหนัง หากแต่ฉันไม่เคยพบเจอใครที่เหมือนฉันเลยในโลกนี้ ความฝันของฉันจึงดูเหมือนสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปเพราะเพศของฉันมันไม่เหมือนคนอื่น และหากฉันจะทำให้คนคนนั้นให้ใครสักคน(ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แปลกแยกจากคนอื่น)ได้ละก็ ฉันคิดว่าการเสียสละความเป็นส่วนตัวมันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน”

เช่นเดียวกันกับ ลิลลี หรือชื่อเดิมคือ แอนดรูว วาชอว์สกีคนน้องที่ข้ามเพศตามคนพี่ไปในเดือนมีนาคมปี 2016 ลิลลีประกาศตัวว่าเขาเป็นหญิงข้ามเพศ เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีค่ะ โชคดีที่คนในครอบครัวให้การสนับสนุน จ่ายค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และนักบำบัดที่ช่วยให้ฉันข้ามผ่านกระบวนการต่างๆ มาได้ คนข้ามเพศที่ไม่ได้รับการสนับสนุน ไม่ได้รับการช่วยเหลือและไม่ได้รับสิทธิต่างๆ เช่นนี้ หลายคนไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อมาได้” เธอว่า “ฉันรู้ดีว่าสักวันหนึ่งก็ต้องเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ เพราะเมื่อคุณใช้ชีวิตในฐานะคนข้ามเพศ การเก็บซ่อนตัวตนก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากจริงๆ

“ขอบคุณพี่สาวสุดเลิศของฉันด้วย เธอข้ามผ่านเรื่องเหล่านี้มาก่อนฉัน”

“สำหรับฉัน ฉันคือคนข้ามเพศที่กำลังข้ามผ่านอยู่ และจะข้ามผ่านเช่นนี้ไปตลอดชีวิตที่ยังเหลือระหว่างความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุดของเพศชายและเพศหญิง เช่นเดียวกับเลขอันเป็นอนันต์ระหว่างเลขศูนย์และเลขหนึ่งนั่นแหละค่ะ เราจำเป็นต้องยกระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการมีแค่สองเพศ เพราะการมีสองเพศนั้นมันเป็นตัวอย่างที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง”

อย่างไรก็ตาม ดังที่เรากล่าวไปแล้ว การเป็นคนข้ามเพศในยุคนั้นนับเป็นเรื่องที่สังคมทำความเข้าใจได้ยาก โดยเฉพาะกับสื่อมวลชน เมื่อสำนักข่าว DailyMail พาดหัวเรียกแขกว่า “จากน้องชายกลายเป็นน้องสาวสกุลวาชอว์สกีแล้วจ้า!!!” จนลิลลีเม้งแตก เขียนจดหมายฟาดกลับเสียยับว่า “นี่มันเหมือนพวกเขาอยู่หน้าประตูบ้านฉัน บอกว่า ‘มีคนข้ามเพศอีกคนนึง! ลากมันออกมาดูหน่อยซิ’ เลยนะคะเนี่ย”

และหลังจากประสบความสำเร็จกับ The Matrix แล้ว ทั้งสองพี่น้องห่างหายจากการทำหนังนานหลายปี และกลับมาอีกครั้งพร้อมหนังแข่งรถสีสันจัดจ้านสุดแซ่บ ผิดหูผิดตาไปจากหนังปรัชญาการใช้ชีวิตเรื่องก่อนของทั้งคู่อย่าง Speed Racer และ Cloud Atlas (2012) ซึ่งสองสาวร่วมกำกับกับ ทอม ทีคเวอร์ คนทำหนังสัญชาติเยอรมัน กับหน้าหนังที่แสนจะปรัชญา อันว่าด้วยการเวียนว่ายตายเกิดหลายภพหลายชาติของตัวละคร ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า การ ‘สลับสับเปลี่ยน’ หน้าตาและฐานะของตัวละครในเรื่องนั้นดูเป็นสิ่งที่สองพี่น้องให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะภายหลังการประกาศตัวว่าเป็นคนข้ามเพศ และแนวคิดที่ว่าด้วยชะตาชีวิตที่ถูกกำหนดนี้ ถูกตอกย้ำอีกครั้งใน Jupiter Ascending (2015) เมื่อตัวละครสาว จูปิเตอร์ คือหญิงสาวที่เกิดมาในยุคที่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตต่ำต้อยที่สุดในจักรวาล กลับพบว่าเธอถูกกำหนดให้ทำภารกิจปฏิวัติสิ่งมีชีวิตทุกดาวเคราะห์น้อยใหญ่ และแน่นอนว่าแฝงฝังไปด้วยปรัชญาอย่างเข้มข้นเช่นเคย

ตอนนี้ ทั้งสองพี่น้องยังไม่มีโปรเจ็กต์หนังใดๆ มาให้เราได้ติดตาม หากแต่ก็น่าจับตาว่า ในอนาคตนั้น หนังของพวกเขาจะเล่าเรื่องปรัชญาการกำเนิดและความเป็นมนุษย์ในแง่มุมไหนบ้าง

BIOSCOPE Theatre

เชิญชม Cloud Atlas (2012)

ในวันเสาร์ที่ 29 ธ.ค.

รับชมแบบฟรีๆ ตลอด 24 ชม. ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre