Mamoru Hosoda Mirai The Girl Who Leapt Through Time Wolf Children

เรื่องของ ‘เด็กๆ’ ในอนิเมะของ มาโมรุ โฮโซดะ

Home / bioscope / เรื่องของ ‘เด็กๆ’ ในอนิเมะของ มาโมรุ โฮโซดะ

 “ผมหวังว่าผู้ชมที่มาชมอนิเมะของผมจะได้รับพลังงานตรงนี้ไป และทำให้ชีวิตที่อาจจะมีปัญหาหรือรู้สึกแย่แล้วรู้สึกมีพลังใจมากขึ้นครับ”

ไม่น่าแปลกใจที่ มาโมรุ โฮโซดะ คนทำอนิเมะที่เรารักอย่าง The Girl Who Leapt Through Time (2006) และ Wolf Children (2012) จะกล่าวเช่นนั้น เพราะเอกลักษณ์หนึ่งในงานของเขา คือเรื่องเล่าที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความหวัง ซึ่งมาจากตัวละครหลักที่เป็น ‘เด็ก’ นั่นเอง ทั้งสองพี่น้องลูกหมาป่า, เด็กสาวที่ข้ามเวลาทะลุมิติ มาจนถึงเรื่องล่าสุดอย่าง Mirai (2018) ซึ่งเล่าเรื่องของ คุน เด็กชายวัยสี่ขวบที่ทะลุมิติข้ามเวลาไปเจอแม่ของเขาในวัยเด็ก กับน้องสาวทารกที่ในอนาคตกลายเป็นวัยรุ่นแก่นเซี้ยว นำมาสู่เรื่องชวนหัวอันแสนอบอุ่นตามสไตล์หนังของโฮโซดะ จนเป็นเหตุผลว่า เหตุใดหนังของเขาจึงเต็มไปด้วย ‘เด็กๆ’ เสมอมา

เช่นเดียวกับหลายๆ คน โฮโซดะในวัยเด็กอ่านมังงะและดูอนิเมะมหาศาล จนมันก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่่่สร้างชื่อให้เขาในเวลาต่อมา “ตอนผมยังเด็ก ผมเป็นเด็กที่ค่อนข้างมืดมนทีเดียว (หัวเราะ) แต่ก็ได้รับพลังงานแง่บวกจากอนิเมะที่ได้ดูเหมือนกัน ตอนนั้นผมดูการ์ตูนจากดิสนีย์เยอะมากเลยครับ (ยิ้ม) อย่างตอนเรียนมัธยมต้นผมดูเรื่อง Fantasia (1940) แล้วไม่มีบทพูดเลย มีแต่เพลงบรรเลงอย่างเดียวแต่กลับมอบพลังให้ผมมากๆ เลยครับ ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็เพิ่งได้ดู Beauty and the Beast (1991) และชอบมากๆ เลยครับ”

“นั่นทำให้ผมมองว่า ธรรมชาติของเด็กนั้นเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา มีพลังงานเยอะ เวลาทำภาพยนตร์ออกมา เราสามารถวาด ออกแบบให้เขาวิ่งเล่นและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ผมก็หวังว่าผู้ชมที่มาชมอนิเมะของผมจะได้รับพลังงานตรงนี้ไป และทำให้ชีวิตที่อาจจะมีปัญหาหรือรู้สึกแย่แล้วรู้สึกมีพลังใจมากขึ้น ผมว่าก็เป็นเรื่องที่ดีนะ

“ผมคิดว่าอย่างนี้นะ” เขาขยายความ “คือเราที่เป็นผู้ใหญ่เนี่ยเรารู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร รู้ว่ามีสิ่งที่ต้องทำ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ หากแต่มองอีกด้านหนึ่งมันก็แปลว่าเราถูกเรื่องเหล่านี้ผูกมัดไว้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ เวลาผมทำอนิเมะเหล่านี้ผมเลยอยากจะกลับไปเป็นเด็กที่ไม่ถูกผูกมัดด้วยเหมือนกัน ไม่ถูกผูกมัดทั้งในแง่ว่าเป็นใคร เป็นคนทำอนิเมะหรือเปล่า หรือในฐานะพ่อคน เด็กนั้นมองโลกด้วยความสงสัย ตื่นตาตื่นใจตลอดเวลา ตัวผมเองก็อยากกลับไปรู้สึกแบบนั้นอีกเหมือนกันเลยอยากทำอนิเมะที่พูดถึงเด็กๆ ดูครับ”

ความที่เป็นเด็กมืดหม่นมาก่อน ทำให้โฮโซดะพยายามรังสรรค์งานที่ว่าด้วยความสดชื่นและพลังงานของเด็ก อันเป็นสิ่งที่เขาเชื่อว่าจะทำให้ผู้ชมได้รับ ‘แรงกระเพื่อม’ นั้นไปใช้ในชีวิตด้วย และสิ่งเหล่านี้สะท้อนอยู่ในงานหลากหลายยุคของเขา ทั้ง The Girl Who Leapt Through Time ซึ่งส่งโฮโซดะคว้ารางวัลใหญ่จากเวที Japan Academy Awards มาแล้ว เล่าเรื่องของ มาโกโตะ เด็กสาวซุ่มซ่ามที่กระโดดข้ามเวลาไปแก้ไขอดีตได้ดั่งใจ จนนำมาซึ่งความวุ่นวายไปจนถึงบทเรียนสำคัญที่เธอได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิต และ Summer Wars (2009) เรื่องวุ่นวายของเด็กหนุ่มที่ถูกแปะป้ายเป็นอาชญากรในโลกอนาคตที่ข้อมูลทุกอย่างของประชากรขึ้นตรงกับรัฐบาล และแม้ว่าธีมของมันจะดูจริงจัง หากแต่โฮโซดะกลับบอกเล่ามันอย่างสดใสและอบอุ่นด้วยลายเส้น โทนสี และมุกตลกที่เกิดขึ้นจากเหล่าตัวละครหนุ่มสาวเหล่านี้นี่เอง

หากความสดใสในเนื้องานของโฮโซดะจะเป็นหนึ่งในวิธีการเล่าเรื่องที่โดดเด่นของเขาแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการที่ปรากฏในอนิเมะของเขาคือความแน่นแฟ้นของมิตรภาพ ไม่ว่าจะจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ที่ยิ่งตอกย้ำให้เหล่าเด็กๆ และเหล่าวัยรุ่นตระหนักว่า พวกเขานั้นไม่ว่าจะโดดเดี่ยว ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว

Wolf Children เรื่องแฟนตาซีของสาวน้อยที่ตกหลุมรักกับมนุษย์หมาป่า ชีวิตคู่ของพวกเขากำลังไปได้ดีเมื่อเธอมีลูกกับเขาสองคน หากแต่ชายหนุ่มมาด่วนจากไปจนเธอกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้เข้มแข็ง กับลูกๆ ที่เติบโตขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า พวกเขามีบางอย่างไม่เหมือนกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ และจำเป็นต้องเลือกหนทางใช้ชีวิตในภายภาคหน้า ในฐานะมนุษย์ และในฐานะหมาป่า

มันกลายเป็นหนังที่คว้ารางวัลจากเวทีอนิเมชั่นทั่วโลกในทันทีที่ออกฉาย ทั้งจากเวทีใหญ่ในบ้านตัวเองอย่าง Tokyo Anime Award ที่ชิงหกสาขาและคว้ากลับมาได้ทั้งหกสาขา รวมถึงสาขาแอนิเมชั่นแห่งปีและผู้กำกับแห่งปี, แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมจาก Awards of the Japanese Academy (หรือออสการ์ฝั่งญี่ปุ่น), เทศกาลหนังสำหรับเยาวชนนิวยอร์ค, เทศกาลหนังแฟนตาสติกอัมสเตอร์ดัม ทั้งหมดนี้คือผลตอบรับอันอบอุ่นจากการรังสรรค์อนิเมะอันทรงคุณค่าและปลอบประโลมหัวใจของโฮโซดะ

“ผมมักเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของผู้คนในครอบครัว ของเพื่อนฝูงลงในอนิเมะเสมอ” เขาว่า “นั่นเพราะอนิเมะที่มีความเป็นแฟนตาซีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้นส่วนใหญ่จะทำให้คนดูรู้สึกว่า ไกลตัวจังเลยนะ ผมจึงอยากใส่เรื่องความสัมพันธ์ของคนใกล้ตัว เรื่องชีวิตประจำวันของผู้คนที่คนดูสัมผัสได้มาไว้ในอนิเมะนั่นเองครับ เพราะเรื่องความสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนสัมผัสได้อยู่แล้ว”

BIOSCOPE Theatre
เสาร์ที่ 5 มกราคม
Wolf Children (2012, มาโมรุ โฮโซดะ)
รับชมได้ 24 ชม.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

Image may contain: text

ตัวอย่าง BIOSCOPE Theatre มกราคม 2019