Linkin Park Transformers

Linkin Park: ซาวด์แทร็คดังในหนังโลก

Home / bioscope / Linkin Park: ซาวด์แทร็คดังในหนังโลก

ปี 1996 วงร็อคจากแคลิฟอร์เนียร์ฟอร์มวงกันเป็นครั้งแรกในร้านพิซซ่าใกล้ๆ กับ UCLA (มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส) พวกเขาตั้งชื่อวงกันง่ายๆ ว่า Xero นำทัพโดย ไมค์ ชิโนดะ เด็กหนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่นและเพื่อนจากโรงเรียนมัธยมอีกสองคน ก่อนที่ในเวลาต่อมา ภายหลังการรวบรวมสมาชิกภาคส่วนอื่นๆ จนครบแล้ว จึงเป็นการมาถึงของฟร้อนต์แมนระดับโลกอย่าง เชสเตอร์ เบนนิงตัน เด็กหนุ่มจากแอริโซน่า และนั่นคือจุดกำเนิดของ Linkin Park วงนูเมทัลร็อคแห่งยุคสมัยที่สร้างตราประทับความสำเร็จลงในช่วงเวลาระหว่างปลายยุค 90 เชื่อมต่อมายังกลางปี 2000

Hybrid Theory คืออัลบั้มแรกที่พวกเขาปล่อยออกมาเมื่อปี 2000 และประสบความสำเร็จในระดับปรากฏการณ์ด้วยยอดขาย 32 ล้านก๊อปปี้ กับซิงเกิลหลัก One Step Closer และโดยเฉพาะกับ In the End ที่พุ่งทะยานขึ้นอันดับหนึ่งทุกชาร์ตเพลงโลก ติดลำดับที่ 121 ในลิสต์รายชื่อ ‘500 เพลงที่ดีที่สุดนับตั้งแต่คุณเกิดมา’ ของนิตยสาร Blender และยิ่งตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งด้วยอัลบั้ม Meteora ในอีกสามปีต่อมา กับแทร็คฮิตข้ามปีไม่ว่าจะเป็น Somewhere I Belong (เปิดตัวด้วยการคว้าลำดับที่ 47 ของชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 ในสหรัฐฯ), Numb (ติดอันดับชาร์ตเพลงอัลเตอร์เนทีฟ 12 สัปดาห์ติด) และ Breaking the Habit

ภายหลังจากหล่อหลอมยุคสมัย 2000 Linkin Park ยังคงออกอัลบั้มอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งการเสียชีวิตของเบนนิงตัน นักร้องนำในปี 2017 ภายหลังจากวงเพิ่งปล่อยอัลบั้มที่เจ็ดอย่าง One More Light อย่างไรก็ตาม Linkin Park ไม่เพียงแต่ทรงอิทธิพลในวงการดนตรีเท่านั้น เพราะในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ บทเพลงของพวกเขาถูกหยิบยกนำมาเป็นซาวด์แทร็ค ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้ตัวหนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เพลงของ Linkin Park ที่ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เป็นเพลงแรกคือ Points of Authority ประกอบซีรีส์แอนิเมชั่น Batman Beyond และหนัง Little Nicky (2000, สตีเวน บิลล์) ต่อมา ซิลเกิลฮิตอย่าง One Step Closer ยังถูกเปิดในหนังทุนต่ำสุดเซอร์ Dracula 2000 (2000, แพตริค ลุซเซียร์) แถมยังไปประกอบในหนังรางวัลสัญชาติเยอรมัน Das Experiment (2001, โอลิเวอร์ เฮิร์ชบีเกิล) และเพลง Session ในหนัง The Matrix Reloaded (2003, พี่น้องวาชอว์สกี)

แต่แน่นอนว่าแทร็คที่ฮิตที่สุด ได้รับการพูดถึงที่สุดคือ What I’ve Done ในหนังภาคแรกของแฟรนไชส์ใหญ่ยักษ์ของ ไมเคิล เบย์ อย่าง Transformers (2007) อันเป็นการผนวกรวมที่ประสบความสำเร็จสุดขีด เพราะไม่เพียงแต่หนัง -ที่ว่าด้วยหุ่นยนต์ต่างดาวลงมาต่อสู้กันบนโลกมนุษย์ ทั้งยังมีกลิ่นอายของอนิเมะญี่ปุ่นผสมผสานกับความเล่นใหญ่ระเบิดระเบ้อของฮอลลีวูด- จะได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยการทำรายได้ไปทั้งสิ้น 836.3 ล้านเหรียญฯ ตัวเพลงเองยังถูกพูดถึงอย่างมาก จนในเวลาต่อมามันได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเพลงที่เป็นที่รู้จักที่สุดของวง ตามมาด้วยภาคต่อ Transformers: Revenge of the Fallen (2009) ที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน กับเพลง New Divide

 

“เราคุยกับผู้กำกับบ่อยทีเดียวระหว่างกระบวนการทำเพลงน่ะ” ชิโนดะเล่า “ตอนสมัย Revenge of the Fallen พวกเขาเอาหนังที่ตัดอย่างหยาบๆ มาให้เราดูที่เราผสมเอาจินตนาการตัวเองบวกรวมไปกับโลกของไมเคิลน่ะ

“สิ่งสำคัญคือ แซม (ไชอา ลาบัฟ) กำลังจะต้องทอดทิ้งชีวิตแบบเดิมๆ เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ใหม่กว่า ซึ่งการก้าวข้ามทางแยกเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และนี่แหละครับที่เป็นส่วนหนึ่งของชื่อและธีมเพลง ใครบ้างที่ไม่เคยมีประสบการณ์ที่ต้องพยายามก้าวไปข้างหน้าให้ได้บ้าง”

ขณะที่แทร็คฮิตจากอัลบั้ม Minutes to Midnight อย่าง Leave Out All the Rest ก็ถูกใช้ประกอบในหนังโรแมนติก-แฟนตาซี Twilight (2008, แคเธอรีน ฮาร์ดวิค) เช่นเดียวกันกับเพลง Iridescent ที่กลายมาเป็นธีมหลักของแอนิเมชั่น Kung Fu Panda 2 (2011, เจนนิเฟอร์ ยูห์ เนลสัน)

เราอาจจะกล่าวได้ว่า Linkin Park ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมดนตรีเท่านั้น แต่ในวงการภาพยนตร์ พวกเขายังถูกจดจำและเป็นที่รักเสมอจากซาวด์แทร็คฮิตในหนังหลายต่อหลายเรื่องนั่นเอง