Brokeback Mountain Denis Villeneuve Donnie Darko Enemy Jake Gyllenhaal Nightcrawler Prisoners Southpaw Spider-Man: Far From Home Stronger Velvet Buzzsaw

สารพัดบทบาทเดือดเลือดพล่านของ เจค จิลเลนฮาล ที่คุณต้องกรี๊ด

Home / bioscope / สารพัดบทบาทเดือดเลือดพล่านของ เจค จิลเลนฮาล ที่คุณต้องกรี๊ด

การประเดิมปี 2019 ด้วยบทเกย์หนุ่มหัวใจสั่นไหวรักสาวนักค้างานศิลป์ใน Velvet Buzzsaw (2019, แดน กิลรอย) ก็ทำให้เราอยากพาทุกคนหวนกลับไปยังบทบาทสุดเดือดในอดีตของพ่อหนุ่ม เจค จิลเลนฮาล ที่มองในภาพรวมแล้ว ดูเหมือนเขาจะผ่านสังเวียนการแสดงหนังทุกรูปแบบมาได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะหนังอินดี้ฟอร์มเล็ก, หนังบล็อกบัสเตอร์, หนังรักน้ำตาท่วม ตลอดจนหนังธริลเลอร์บ้าระห่ำ

ทั้งในอนาคต เรายังจะได้เห็นเขาในหนังทุนสร้างมหาศาลอย่าง Spider-Man: Far From Home (2019, จอน วัตต์ส), Finest Kind (2020) งานกำกับของ ไบรอัน เฮลเกแลนด์ จากหนังดราม่า A Knight’s Tale (2001), Legend (2015) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบทที่แสนจะน่าจับตาอีกด้วย!

 

Donnie Darko (2001, ริชาร์ด เคลลี)

เด็ก(เปรต)มีปัญหา หา หา ช่วยไม่ได้เลยเธอ

หนังเซอร์สติแตกระเบิดระเบ้อทุนต่ำด้วยทุนเพียง 4.5 ล้านเหรียญฯ หากแต่พล็อตของมันนั้นทะเยอทะยานเป็นอย่างยิ่งเสียจนสองนักแสดงนำอย่างจิลเลนฮาลและ เซ็ธ โรเก็น เห็นพ้องต้องกันว่าไม่รู้แล้วว่านี่มันหนังเกี่ยวกับอะไรกันแน่! เรื่องราวของ ดอนนี (จิลเลนฮาล) เด็กหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 1988 เดินละเมอออกมาจากบ้านตัวเอง แล้วเห็น เอ่อ… กระต่ายยักษ์นาม แฟรงค์ กระซิบบอกว่าโลกกำลังจะถึงจุดจบในอีก 28 วัน (กรี๊ด!) และถ้านั่นยังไม่เซอร์พอ ดอนนียังต้องเจอรูหนอนที่ทำให้เขาสงสัยว่า เขากำลังอยู่ในโลกดวงไหน ช่วงเวลาใดกัน

พล็อตหนังธริลเลอร์แกมบรรยากาศไซ-ไฟแบบนี้ เคลลีได้มาระหว่างนั่งดูอเมริกันฟุตบอลแล้วเห็น จอห์น แมดเด็น โค้ชชื่อดังใช้เทคโนโลยี telestrator วิเคราะห์เกมสดๆ ด้วยการหยุดเทปแล้วคะเนว่าผู้เล่นควรจะอยู่ในตำแหน่งไหนของสนาม แล้วปล่อยให้เทปวิ่งอีกครั้ง ไอเดียของการเหลื่อมของเวลาจึงพุ่งเข้าหัวของเคลลีทันที และส่งให้ Donnie Darko กลายเป็นหนังคัลต์แห่งยุคไปโดยปริยายด้วยคะแนนโหวตจากคนดูว่าดูไม่รู้เรื่องเลยจ้าอย่างท่วมท้น (อย่าว่าแต่คนดู แม้แต่นักแสดงเองก็ไม่เข้าใจหนังสักเท่าไหร่)

“ผมออดิชั่นบทหนังมาตั้งแต่อายุยังน้อย และคิดตลอดว่า ‘หนังนี่มันอะไรกันวะ ไม่เห็นเหมือนที่โรงเรียนเลย’ แต่พอมาถึง Donnie Darko ผมก็ค่อยรู้สึกว่า ‘นี่แหละว่า ประสบการณ์ในโรงเรียนแบบที่เรารู้จัก'” จิลเลนฮาลเล่าติดตลกในภายหลัง

 

Brokeback Mountain (2005, หลี่อัน)

เกย์หนุ่มหัวใจแตกสลาย

หนังชายรักชายอันงดงามและลือลั่นของหลี่อันที่คว้าออสการ์กลับมาได้สามสาขา (จากเข้าชิงแปดสาขา) ตัวหนังดัดแปลงจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ แอนนี พรูลซ์ จับจ้องไปยังอเมริกาช่วงยุค 60-70 เล่าเรื่องของ เดล มาร์ (ฮีธ เลดเจอร์) คาวบอยหนุ่มเงียบขรึมเก็บเนื้อเก็บตัวที่ต้องขึ้นไปทำงานต้อนแกะบนหุบเขาโบรคแบ็คอันหนาวเหน็บ ณ ที่แห่งนั้น เขาพบกับ แจ็ค ทวิสต์ (จิลเลนฮาล) ชายหนุ่มแปลกหน้าที่ในเวลาต่อมา พวกเขาก็ค่อยๆ สนิทสนมจนข้ามเส้นแบ่งของการเป็นเพื่อนสนิท หากแต่ความสัมพันธ์บนหุบเขาแสนสั้น หมดระยะเวลาการต้อนแกะ คนทั้งสองแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตภายใต้บรรยากาศความเข้มข้นของการเหยียดเพศในอเมริกาตะวันตกที่ทำให้เดลและแจ็คไม่อาจมีฝันถึงอนาคตที่มีกันและกันในชีวิตได้

บทแจ็คส่งให้จิลเลนฮาลเข้าชิงออสการ์สาขาสมทบชายได้เป็นครั้งแรก การรับบทเป็นชายหนุ่มที่ต้องเก็บความต้องการของตัวเองไว้จนลึกสุดใจนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เขาข้ามพ้นจากการถูกมองว่าเป็นนักแสดงหนุ่มหน้าหล่ออย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังพิสูจน์ว่าเขาเป็นนักแสดงมากฝีมือลำดับต้นๆ ของนักแสดงรุ่นเดียวกัน “จริงๆ แล้วผมได้ข่าวของบทหนังเรื่องนี้มานานหลายปีก่อนเปิดกล้องถ่ายทำอีกครับ และรู้สึกว่ามันน่าสนใจดีเหมือนกัน ยังได้เจอกับผู้กำกับคนก่อนหน้าที่ถูกวางตัวในโปรเจ็กต์นี้ก่อนจะมาเป็นหลี่อัน

“ผมรู้ว่ามันน่าจะเป็นหนังที่สร้างยาก และคงมีคนดูบางส่วนไม่ชอบอยู่เหมือนกัน ผมเองไม่รู้หรอกว่าการทำหนังเรื่องนี้จะยากแค่ไหน แต่สมาชิกในครอบครัวผมที่สนิทกัน อย่างพ่อบุญธรรมก็เป็นคู่เกย์ มันเลยเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้มีอคติอะไรด้วยในประเด็นนี้”

 

Enemy (2013, เดอนีส์ วิลล์เนิฟ)

อาจารย์ผู้สับสนในตัวเอง

หนังว่าด้วย อดัม เบลล์ (จิลเลนฮาล) ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยที่วันหนึ่งพบว่ามีนักแสดงชายคนหนึ่งหน้าตาเหมือนเขาทุกระเบียดนิ้ว และเมื่อทั้งสองนัดมาพบกัน บรรยากาศความหลอนเฮี้ยนและคุกคามในหนังก็ระเบิดขึ้นโดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอ่ยคำพูดใด ภายใต้กลิ่นอายของความไม่ไว้วางใจกันของเหล่าตัวละคร อดัมค่อยๆ เผยให้เห็นความหวั่นกลัว เครียดเขม็งและถูกคุกคามอย่างช้าๆ ผ่านการแสดงอันน่าจับตาของจิลเลนฮาล ที่ไม่เพียงแต่รับบทเป็นศาสตราจารย์เท่านั้น แต่เขายังต้องรับบทเป็นนักแสดงชายผู้ฉงนฉงายกับข้อเท็จจริงที่ว่าคนมีหน้าตาเหมือนกันกับเขาอยู่บนโลกด้วย

เพื่อจะแสดงให้ได้ทั้งสองบท จิลเลนฮาลจึงควานหาข้อแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ของสองตัวละคร “เหมือนเวลาเราเห็นใครสักคนเดินเข้ามาในห้อง มันก็บอกความต่างบางอย่างได้แล้วครับ มีทั้งคนประเภทไม่ยอมลงให้ใคร หรือคนที่ขอโทษขอโพยไปเสียทุกอย่าง” เขาอธิบาย แต่ความยากจริงๆ ของการรับบทนี้ไม่ใช่แค่การต้องแสดงเป็นคนสองคนเท่านั้น หากแต่เป็นการหาจังหวะการแสดงให้แตกต่างกันเมื่อตัวละครผลัดกันเป็นฝ่ายเล่าเรื่อง ทำให้จิลเลนฮาลกับผู้กำกับและตากล้องต้องจับจังหวะการแสดง, การเคลื่อนกล้อง ตลอดจนมุมกล้องให้ดีว่ามันมากพอจะถ่ายทอดความแตกต่างของทิศทางการเล่าเรื่องที่มาจากตัวละครคนละตัวได้หรือยัง “แถมบางทีไอ้ที่คิดมาตั้งแต่แรกก็ไม่เวิร์คอีก เราเลยต้องคิดหาทางใหม่ๆ ในการเล่าเรื่องตลอดเวลาเลยครับ” เขาเล่า

 

Prisoners (2013, วิลล์เนิฟ)

ตำรวจปะทะพ่อสติแตก

และในปีเดียวกันนั้นเอง จิลเลนฮาลร่วมงานกับวิลล์เนิฟอีกหนในหนังธริลเลอร์เดือดความยาวสองชั่วโมงครึ่ง (วิลล์เนิฟประทับใจเขามากจนให้เขามาแสดงในเรื่องนี้โดยไม่ต้องออดิชั่นเลย) โดยเขารับบทเป็น โลกิ นายตำรวจที่รับตามสืบคดีลูกสาววัยหกขวบของ เคลเลอร์ (ฮิวจ์ แจ็คแมน) หายตัวอย่างลึกลับช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า และดูเหมือนว่าทุกเป้าจะชี้ว่าคนร้ายคือชายหนุ่มคนขับรถ (พอล ดาโน) ที่บังเอิญอยู่แถวๆ สถานที่เกิดเหตุ แต่ในขณะเดียวกัน ทุกข้อสำรวจก็บ่งชี้ว่านายคนนี้ไม่น่ามีกำลังมากพอจะก่อคดีอาชญากรรมได้ด้วยข้อจำกัดทางสมอง หากแต่ทั้งเคลเลอร์ผู้พ่อก็ปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่าชายผู้พูดจาไม่รู้เรื่องรายนี้คือคนที่ลักพาตัวลูกสาวเขาไปและเริ่มทรมานให้เขาพูดความจริง ขณะที่โลกิ -ภายใต้หน้าที่ของตำรวจ- เริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับสัญชาติญาณอันดิบเถื่อนของมนุษย์ที่สะท้อนผ่านความกราดเกรี้ยวของเคลเลอร์

มันได้กลายเป็นหนังขึ้นหิ้งอีกเรื่องของวิลล์เนิฟ เขาใช้สีดิบๆ และเย็นชาเพื่อเน้นบรรยากาศแห้งแล้งในเพนซิลเวเนีย สถานที่เกิดเหตุในหนัง ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศการคุกคามและบ้าคลั่งของตัวละครผู้ตามหาลูกสาวกับนักสืบที่เค้นทุกสิ่งที่มีเพื่อโยงใยทุกเบาะแสเข้าด้วยกัน บวกกับการแสดงระดับระเบิดพลังของแจ็คแมนและจิลเลนฮาลที่ขับเคี่ยวกันใต้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างรุนแรง

 

Nightcrawler (2014, แดน กิลรอย)

นักข่าวเฮี้ยนระห่ำ

“ตอนที่ผมพูดไดอะล็อกตัวละครแล้วคงลืมกะพริบตาไปเองละมั้ง ผมไม่รู้ตัวเลย มันเหมือนสัตว์ที่กำลังจับจ้องเหยื่อน่ะ” จิลเลนฮาลกล่าวถึง ลู บลูม ตัวละครสุดจิตจาก Nightcrawler หนังที่เขาหวนกลับมาร่วมงานกับกิลรอยอีกครั้ง

หนังเล่าเรื่องของลู หนุ่มตกงานที่จับจุดได้ว่า ฟุตเตจดิบๆ ของเหตุการณ์อาชญากรรมต่างๆ นั้นสามารถทำเงินให้เขาได้ ลูจึงตระเวนขับรถไปทั่วเมือง ดักฟังวิทยุของตำรวจเพื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุได้ทันเวลาหรือก่อนหน้าตำรวจจะไปถึง แล้วถ่ายเหตุนองเลือดอันหมายรวมถึงอุบัติเหตุตลอดจนการฆาตกรรม เพื่อเอาไปขายให้สำนักข่าวใหญ่ใช้เรียกเรตติ้งของช่อง และหนังขยับไปไกลกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ศีลธรรมของคนทำข่าว -ไม่ว่าจะตัวของลูหรือเจ้าของสำนักข่าวเองก็ตาม- แต่มันกำลังพูดถึงความกระหายเรื่องราวน่าตื่นเต้นของผู้คนในเมืองใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อหน่ายจนข่าวความรุนแรงคือแหล่งปล่อยอะดรีนาลีนของพวกเขา ตลอดจนความอ่อนไหวของคนขาวในเมืองที่ทำให้สำนักข่าวเอามาขยี้เพื่อขายได้มากขึ้น

และแน่นอนว่าลูจะไม่น่ากลัวและไม่คุกคามเท่านี้เลยหากไม่ได้การแสดงระดับระเบิดพลังของเจค จิลเลนฮาลมาขับเน้น กิลรอยจึงจับไปที่ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงแข็งค้างแทบตลอดเวลาของลู, น้ำเสียงเย็นเยียบ และร่างกายผ่ายผอมแบบคนที่ไม่ยอมกินไม่ยอมนอนเพื่อบรรลุเป้าประสงค์บางอย่าง และในที่นี้คือการออกตระเวนหา ‘เหยื่อข่าว’ กลางค่ำคืน!

 

Southpaw (2015, แอนโธนี ฟูกัว)

นักมวยผู้สูญเสียทุกอย่าง

“เจคมีร่างกายที่น่าทึ่งมาก ก็คือว่าตอนถ่าย Nightcrawler เขาหนักสัก 168 ปอนด์ (ประมาณ 76 กก.) ได้ แล้วพอไปแสดงเรื่อง Southpaw (2015, แอนโธนี ฟูกัว) หมอนี่ก็เพิ่มน้ำหนักอยู่ที่ 195 ปอนด์ (ประมาณ 88 กก.)” กิลรอยกล่าวอย่างชื่นชม เพราะบทหนังลำดับถัดมาของจิลเลนฮาลคือ บิลลี โฮป นักมวยรุ่นจูเนียร์ มิดเดิลเวตหัวร้อนที่ประสบความสำเร็จสุดขีดด้วยการคว้าแชมป์หลายสมัย หากแต่แล้วภายหลังการสูญเสียคนรักเพราะความใจร้อนของตัวเอง โฮปก็เผชิญหน้ากับความรู้สึกล่มสลาย ทั้งถูกวงการมวยแบนไม่ให้ขึ้นชก ตลอดจนลูกสาวกำลังจะถูกพรากไปอยู่ในมือองค์กรพิทักษ์สิทธิเด็กเนื่องจากเขาได้รับการพิจารณาว่าไม่มีความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรได้ จนเขาต้องตะกายกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ตัวเองทั้งในฐานะนักกีฬา และในฐานะพ่อคน

จิลเลนฮาลทุ่มเทกับบทนี้ด้วยการเพิ่มน้ำหนักตามที่กิลรอยเล่า ทั้งยังฝึกร่างกายและหัดต่อยมวยสองครั้งต่อวัน ซิตอัพ 2,000 ครั้งต่อวัน (!!) เป็นเวลาเจ็ดวันต่อสัปดาห์ นานหลายเดือนกว่าจะเปิดกล้อง “ก็ผมไม่รู้เลยว่าเขาต่อยมวยกันยังไง และกลัวว่าจะขึ้นไปทำอะไรเซ่อๆ บนสังเวียนน่ะ” เจ้าตัวอธิบาย นอกจากนี้ยังปฏิเสธจะใช้นักแสดงแทนเวลาขึ้นต่อยด้วย “เพราะคุณจะบอกว่าตัวเองเข้าใจความเป็นนักมวยไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้โดนชกเข้าน่ะนะ ครึ่งวันแรกผมต้องเรียนรู้เรื่องเชิงเทคนิคต่างๆ พวกการออกหมัด ฟุตเวิร์ค ครึ่งหลังออกกำลังกายให้ร่างกายเหมือนนักมวย การเปลี่ยนแปลงร่างกายนี่แหละครับที่ทำให้เราเข้าถึงตัวละครได้ ช่วงนั้นก็เลยแทบไม่ได้ไปสังสรรค์กับใครที่ไหนเลย”

 

Stronger (2017, เดวิด กอร์ดอน กรีน)

ชายขาขาดจากแรงระเบิดในงานวิ่งมาราธอน

หนึ่งในหนังที่หลายคนออกอาการเสียดายที่มันไม่แม้แต่เข้าชิงออสการ์เลยสักสาขา ทั้งที่หนังแสนจะสะเทือนใจและประกอบไปด้วยการแสดงอันทรงพลังของจิลเลนฮาล โดยสร้างมาจากเรื่องจริงของ เจฟฟ์ โบแมน คนธรรมดาที่โดนลูกหลงจากเหตุระเบิดงานวิ่งมาราธอนที่บอสตันเมื่อปี 2013 หากแต่การพยายามกอบกู้ความหวังและชีวิตให้กลับมาอีกครั้งของเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของหลายๆ คนในเวลาต่อมา

เพื่อจะเตรียมการสำหรับบทบาทนี้ จิลเลนฮาลใช้เวลาอยู่กับโบแมนตัวจริงนานนับปีเพื่อทำความรู้จักจนสนิทสนมกัน ตลอดจนรู้จักกันกับครอบครัวและเพื่อนฝูงของโบแมนเป็นอย่างดี เพื่อหล่อหลอมเอาบุคลิกเฉพาะตัวของโบแมนออกมา ทั้งยังศึกษาการเคลื่อนไหว การทิ้งน้ำหนัก และการออกแรงของโบแมนอย่างละเอียดอีกด้วย

 

Velvet Buzzsaw (2019, กิลรอย)

เกย์ที่หลงรักสาวเข้าเต็มหัวใจ

หนังเรื่องล่าสุดที่จิลเลนฮาลกลับมาแท็กทีมกับกิลรอยอีกหน หนัง ว่าด้วยเรื่องราวของเหล่าคนในแวดวงศิลปะที่ไปบังเอิญเจองานลึกลับของศิลปินผู้ล่วงลับและนำออกมาขายทอดตลาดในราคาสูงลิ่ว และพร้อมๆ กันนั้น คนในแวดวงศิลปะก็เกิดล้มตายอย่างน่าสยดสยอง จุดศูนย์กลางดูเหมือนจะเริ่มมาจากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับภาพเหล่านี้ และ มอฟฟ์ (จิลเลนฮาล) เกย์หนุ่มนักวิจารณ์งานศิลปะก็ต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดจากหายนะครั้งนี้ให้ได้ ทั้งที่ชีวิตส่วนตัวก็กำลังพินาศเต็มทีเพราะเขาดันไปตกหลุมรักหญิงสาวผู้เป็นนายหน้าค้างานศิลป์ จนเกิดเรื่องชวนหัวตามมาหลังจากนั้นไม่น้อย

“ผมว่ามันน่าสนใจดีที่ได้รับบทเป็นเกย์และรักผู้หญิงสักคน” จิลเลนฮาลว่า “เขา(มอฟฟ์)พูดไว้น่าสนใจว่าเพราะ ‘เรามีรสนิยมเรื่องความสัมพันธ์’ มันคือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากความชอบพออะไรเหมือนๆ กันแค่นั้นเองครับ”