Amanda Seyfried Jennifer's Body Megan Fox

10 ปี Jennifer’s Body โคตรหนังคัลต์สุดเซ็กซี่ที่มาก่อนกาล

Home / bioscope / 10 ปี Jennifer’s Body โคตรหนังคัลต์สุดเซ็กซี่ที่มาก่อนกาล

Jennifer’s Body (2009) หนังเฮอร์เรอร์ยั่วยวนชวนเข้าสู่ด้านมืดของ คารีน คุซามะ แป้กสนั่นด้วยการทำเงินไปเพียง 31 ล้านเหรียญฯ จากทุน 16 ล้านเหรียญฯ แถมยังส่ง เมแกน ฟ็อกซ์ นางจิ้งจอกสาวผู้เร่าร้อนชิงรางวัลนักแสดงหญิงห่วยจากเวทีราซซี่อวอร์ด (หนำซ้ำ ชื่อของเธอยังชิงจากหนังสองเรื่องที่เข้าฉายในปีเดียวกันนั้นอย่าง Jennifer’s Body และ Transformers: Revenge of the Fallen)

ทั้งทีหากเราเปิดหนังเรื่องนี้ดูในปัจจุบัน ก็จะพบว่ามันเป็นหนังเสียดสีสังคมชายเป็นใหญ่ได้อย่างแสบซ่านถึงแก่น และวิพากษ์ความเป็นหญิงที่ถูกกดทับในสังคมนี้อย่างชาญฉลาด เสียจนมันได้กลายเป็นหนังเก่าเรื่องสำคัญที่หลายคนยกให้เป็นหนังคัลต์ที่ดันมาก่อนกาลเท่านั้นเอง!

หนังเล่าเรื่องของ เจนนิเฟอร์ (ฟ็อกซ์) เด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาที่ตามแฟนหนุ่มกับแก๊งนักดนตรีขึ้นรถหายเข้าไปในป่า และเมื่อเธอกลับออกมา ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีเพียงแต่ นีดดี (อแมนดา ไซย์ฟรีด) สาวเนิร์ดเพื่อนสนิทของเจนนิเฟอร์เท่านั้นที่จับสังเกตได้ว่าเพื่อนรักของเธอเปลี่ยนไป และสาเหตุมาจากการที่เจนนิเฟอร์ถูกปีศาจกระหายเลือดสิงร่าง! มิหนำซ้ำ ปีศาจที่ว่ายังยั่วยวนเหล่าเด็กหนุ่มที่ลุ่มหลงในเรือนร่างเย้ายวนของเจนนิเฟอร์จนหายสาบสูญไปหลายคน แน่นอนว่าปลายทางของชายหนุ่มและความใคร่เหล่านั้นคือความตาย

หนังแทบจะเดินตามสูตรสำเร็จของหนังเฮอร์เรอร์ยุค 90 ทั้งนักแสดงนำที่เป็นสาวเซ็กซี่แห่งยุคสมัย, เรื่องของปีศาจที่ออกล่าเหยื่อด้วยการดื่มกินเลือดเนื้อของอีกฝ่าย, ฉากเร่าร้อนระหว่างหญิงชายตลอดจนหญิงกับหญิง จนมันถูกมองว่าเป็นแค่หนังอีกเรื่องที่เอาไว้สนองความต้องการของคนดูผู้ชายที่อยากเห็นสาวสวย -ระดับเมแกน ฟ็อกซ์- มายั่วยวนตรงหน้า

หากแต่สิ่งที่ทำให้เจ้าหนังเรื่องนี้แตกต่างไปจากหนังเฮอร์เรอร์ขายเซ็กซี่เรื่องอื่นๆ ที่มีจนเกลื่อนฮอลลีวูดนั้น คือการที่มันจับจ้องไปยังพื้นที่ทางสังคมของเพศหญิงและการถูกกดทับโดยชายเป็นใหญ่ การถูกตีตราว่าเป็นนังสาวเชียร์ลีดเดอร์ไร้สมองของเจนนิเฟอร์จากคนทั้งโรงเรียนทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้ว เธอเป็นแต่เพียงเด็กสาวที่ช่างสงสัยใคร่รู้ในเรื่องของความสัมพันธ์ และเป็นเด็กธรรมดาที่คบเพื่อนสาวเนิร์ดๆ ดูไม่เข้ากันเท่านั้น นอกจากนี้ หนังยังกระชากเอาวัฒนธรรมการข่มขืนและการคุกคามจากเพศชายมาตีแผ่อย่างถึงเลือดถึงเนื้อ เสียจนฉาก ‘บูชายัน’ นั้นได้กลายเป็นฉากสะเทือนใจและเรียกน้ำตาของหลายๆ คน เพราะมันสะท้อนถึงความไร้อำนาจและการไม่อาจต้านทานความรุนแรงของเพศหญิงที่มีต่อเพศชายได้เลย

“ฉันเตือนทีมงานตลอดแหละว่า ‘ทุกคน เราจะทำการตลาดหนังเรื่องนี้ให้เป็นหนังของพวกผู้ชายไม่ได้นะ'” คุซามะเล่า “แล้วจากนั้นพวกเขาก็ไปดูหนัง เห็นเมแกน ฟ็อกซ์ถอดเสื้อแล้วกินผู้ชาย” นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักที่คุซามะเชื่อว่าทำให้หนังเรื่องนี้พังถล่มทลาย เมื่อทีมการตลาดดันโปรโมตมันด้วยถ้อยคำชวนเหวอว่า ‘Jennifer sexy, she steal your boyfriend.’ เสียจน เดียโบล โคดี คนเขียนบทหนังเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Juno (2007) ถึงกับหัวเสียจนออกปากว่า “ยังกะให้มนุษย์ถ้ำมาเขียนแน่ะ!” ก่อนจะเสริมอย่างเผ็ดร้อนว่า “ทีนี้คนเลยอยากเข้าไปดูอะไรที่มันกะหลั่วๆ ไร้ราคาและกะขายแม่สาวฮ็อตจากหนัง Transformers น่ะสิ” และแน่นอนว่าการตลาดเช่นนี้ได้ผลักคนดูออกไปจำนวนหนึ่ง หนำซ้ำ กลุ่มคนที่เข้าไปดูหนังจากคำโปรยสุดยั่วยวนนั้นก็ดันต้องผิดหวัง เพราะแทนที่จะได้ดูเรื่องราวยั่วบดของแม่สาวฮ็อตวัยมัธยม ดันกลายเป็นหนังเฮี้ยนที่ทำให้ต้องรู้สึกเสียวสันหลังหน้าตาเฉย! เพราะไม่มีผู้ชายคนใดในเรื่องเลยที่สุขสมเพราะเจนนิเฟอร์

Jennifer’s Body จึงกลายเป็นหนังคัลต์ที่มีมากกว่าการขายเรือนร่างของนักแสดงสาว หากแต่มันมุ่งมั่นแสดงให้เห็นแรงระเบิดของความอัดอั้นภายใต้กรอบกรงของเพศหญิงที่สังคมกำหนด จนเมื่อหยิบมันมาดูในปัจจุบันที่กระแส #Metoo และสิทธิของเพศหญิงกำลังเฟื่องฟูและเป็นประเด็นนั้น มันก็ช่างดูไปกันได้ดีในสถานการณ์ปัจจุบันนี้เหลือเกิน