MALILA The Farewell Flower มะลิลา สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28 อนุชา บุญยวรรธนะ เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์

จาก “หวังว่าหนังไทยจะได้รับการดูแลดีกว่านี้” …สมาพันธ์ฯ ว่าอย่างไร?

Home / bioscope / จาก “หวังว่าหนังไทยจะได้รับการดูแลดีกว่านี้” …สมาพันธ์ฯ ว่าอย่างไร?

โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์ บรรณาธิการฝ่ายหนังไทย BIOSCOPE

 

“ดิฉันก็ได้รางวัลมาตั้งแต่ปีที่แล้วเยอะมาก แต่พอเรามองไปถึงอนาคต มันมองไม่เห็นอนาคตที่สดใสนัก จะดีใจก็ได้ไม่เต็มที่ คือภาพยนตร์ไทยไม่ได้รับการปกป้อง ไม่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลที่ผ่านมาเท่าที่ควร ดิฉันอยากชื่นชมนักทำหนังทุกท่าน ผู้กำกับทุกคนที่มีใจต่อสู้ ถึงแม้เราจะไม่ได้รับการเหลียวแล แต่ก็พยายามสู้ในสิ่งที่ตัวเองเชื่อจนเกิดเป็นผลงานขึ้นมา หวังว่าในอนาคตถ้ามีรัฐบาลใหม่ก็จะสนใจและดูแลภาพยนตร์ไทยให้ดีขึ้นกว่านี้ ขอบคุณค่ะ”

นี่น่าจะเป็นคำกล่าวขอบคุณบนเวทีที่สั่นสะเทือนที่สุดในประวัติศาสตร์สุพรรณหงส์ จากปากของ อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้คว้ารางวัลกำกับยอดเยี่ยมจาก ‘มะลิลา’ แม้ว่ามันจะเป็นความเห็นที่คนทำหนังแทบทั้งวงการพูดถึงอยู่เสมอ และเกิดการเคลื่อนไหวในกลุ่มคนทำหนังเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นเซอร์, การกำหนดสัดส่วนการฉาย, กลไกเพื่อลดการผูกขาดทางธุรกิจภาพยนตร์ และอีกมากมายที่ผู้สร้างยังต้องการความเป็นธรรมในการทำงาน …ทั้งหมดนี้คนทำหนังขับเคลื่อนกันเองและพ่ายแพ้กลับไปแทบทุกครั้ง

คำซ้ำๆ ความหมายเดิมๆ ใยถึงทรงพลังได้เพียงนี้ บางทีมันอาจขึ้นอยู่กับจังหวะ ช่วงเวลา และรวมไปถึงวาทศิลป์ของผู้ที่พูดอยู่ก็เป็นได้…

สุพรรณหงส์ในปัจจุบันเป็นการตัดสินด้วยวิธีโหวตจากคนในวงการหนังไทยทั้งวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง ทีมงานทุกแผนก สื่อมวลชน โรงภาพยนตร์ และนักวิชาการภาพยนตร์ ผลการตัดสินจึงเปรียบเสมือนมติเห็นชอบจากคนหนังไทยที่ต้องการจะยกย่องเชิดชูภาพยนตร์ในแง่มุมใดๆ ดังนั้น การลำดับเนื้อหาบนเวทีของอนุชาในวันนั้นจึงเข้าไปอยู่ในใจคนหนังไทยได้ไม่ยาก

เริ่มจากการกล่าวขอบคุณและชื่นชมคนทำหนังไทยทุกคนทั้งในฐานะผู้ร่วมลงคะแนนจนเธอได้รางวัล ไปจนถึงในสถานะนักต่อสู้เพื่อเอาชนะในสิ่งที่แต่ละคนเชื่อ แม้จะต้องบากบั่นฟันฝ่าอุปสรรคมากมายโดยไม่ต้องให้รายละเอียดอีกต่อไปว่า การทำหนังไทยในทุกวันนี้ต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง เพราะสำหรับคนทำหนังไทยทุกคนต่างเจอข้อจำกัดในมิติที่แตกต่างกันไปจนทำให้การผลิตผลงานเป็นเรื่องที่ ‘ไม่ง่าย’ ก่อนจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่ด้วยหวังว่าหนังไทยที่ถูกกดทับจากทุกทิศทางจะได้รับการช่วยเหลือในอนาคต

สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ในนาม ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ให้ความเห็นต่อคำกล่าวบนเวทีของอนุชาไว้ว่า “หนัง ‘มะลิลา’ เขาได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลและประสบความสำเร็จ แต่กับหนังเรื่องอื่นไม่ใช่ว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนแบบนี้ เขาพูดในฐานะตัวแทนของคนทำหนังไทยทุกคน มันเป็นมุมมองของเขาต่อวงการเมื่อเทียบกับอีกหลายคน แนวคิดของสมาพันธ์ฯ จึงมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องน่ารัก ที่เขาพูดเพื่อส่วนรวมไม่ใช่พูดเพื่อตัวเองอย่างเดียว ก่อนนั้นผมยังคุยกับท่านรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ว่าแต่ละประเทศเขาช่วยเหลือวงการหนังของเขาอย่างไร เมื่อมีโอกาสท่านจึงพูดว่า ‘ไม่ต้องรอรัฐบาลหน้า’ ซึ่งคนอาจจะมองแค่ชั้นเดียวว่าคุณอนุชาเขาพูดโจมตีรัฐบาลแต่มันมีเนื้อหามากกว่านั้น”

สุพรรณหงส์ในวาระของการเป็นตัวแทนของคนหนังไทยทั้งวงการ ดำเนินการโดย สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ องค์กรที่ทำงานให้กับวงการหนังไทย และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงภาครัฐกับวงการหนังไทยมาตลอด ซึ่งสุพรรณหงส์ได้รับการสนับสนุนหลักจาก กระทรวงวัฒนธรรม และทั้งหมดนี้ถ่ายทอดสมผ่านฟรีทีวี นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญ (เท่าที่มี) ที่คนทำหนังจะได้ใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อบอกกล่าวอะไรบางอย่างสู่ภาครัฐและภาคประชาชน และด้วยกติกาของงานที่จำกัดไมโครโฟนไว้ให้แค่นักแสดง, ผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้าง (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) โอกาสเดียวที่ใครสักคนจะได้พูดแทนวงการหนังไทยจึงอยู่ที่ ‘ผู้กำกับ’ เท่านั้น

สถานะของสุพรรณหงส์ในยุคนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นเวทีเดียวที่ศักดิ์ศรีของคนทำหนังทั้งระบบมีเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อมันได้รับการจำกัดความเป็นรางวัล ‘ภาพยนตร์แห่งชาติ’ ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรที่เป็นตัวแทนของหนังไทยทั้งวงการ และได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ ทว่ามันกลับไม่ได้รับการใส่ใจอย่างเท่าเทียมกันโดยแท้จริงเมื่อมันได้รับพื้นที่ในสื่อกระแสหลักอย่างฟรีทีวี จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คนในวงการหนังถกเถียงถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘แอร์ไทม์’ ของทีมงานคนอื่นๆ ในการถ่ายทอดงานประกาศรางวัล สมชัยตอบว่า “อย่างคุณอนุชาเขาน่ารักที่พูดแทนส่วนรวม แต่ประเด็นนี้มันเป็นเรื่องของบุคคล ซึ่งการถ่ายทอดงานประกาศรางวัลมันมีข้อจำกัดอย่างเวลาของสถานีโทรทัศน์ซึ่งเราไม่สามารถให้ทุกคนได้ทั่วถึง”

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่อนุชากล่าวบนเวทีนั้น ได้สร้างหัวข้อสนทนาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งคำถามถึงแผนพัฒนาวงการหนังไทยให้เป็นระบบอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว อันสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบวิชาชีพได้อย่างแท้จริง และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ ในนามของสมาพันธ์ฯ ซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในวงการหนัง สมชัยเผยว่าภารกิจของสมาพันธ์ฯ ยังต้องดำเนินต่อไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น “เราพยายามหาข้อมูลว่าการสนับสนุนวงการหนังของแต่ละประเทศเป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันไม่มีใครศึกษาอย่างจริงจัง ตอนนี้สมาพันธ์ฯ กำลังแก้กฎหมายใน พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยพิจารณาไปทีละมาตรา พยายามจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เพราะต้องยอมรับว่าหนังไทยบางเรื่องไปประสบความสำเร็จในต่างประเทศ มันก็เกิดจากการที่พวกเขาช่วยเหลือตัวเองทั้งนั้น เราก็เข้าไปศึกษาข้อมูลร่วมกัน หรือประเทศจีนที่มีโควตาภาพยนตร์ เราก็ทำการบ้านกันว่าเขามีระบบอย่างไรที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนกับต่างชาติด้วย”

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่กับ ‘ปรากฏการณ์หนังไทย’ ที่เกิดขึ้นบนเวทีสุพรรณหงส์ปีนี้ แต่หนังไทยยังคงเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ด้วยมิติทางศิลปะอันหลากหลายของมัน สุดท้ายการโอบอุ้มจากภาครัฐด้วยวิสัยทัศน์ที่เข้าใจกลไกทางภาพยนตร์อย่างแท้จริงจึงมีความจำเป็นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง 

รู้จัก ‘มะลิลา’ เพิ่มเติมได้ ที่นี่
หรือรับชม มะลิลา Malila: The Farewell Flower ทาง MONOMAX สมัครวันนี้ รับชมฟรี 30 วัน
Download App MONOMAX
iOS: https://apple.co/2QJ7ypJ
Android: http://bit.ly/2Mo6uq0
Website: http://bit.ly/2CcoOhk