Evangelion: Hideaki Anno Neon Genesis Evangelion

3 เหตุผลที่เราควรดู Evangelion แฟรนไชส์อนิเมะในตำนาน

Home / bioscope / 3 เหตุผลที่เราควรดู Evangelion แฟรนไชส์อนิเมะในตำนาน

โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง

 

ไลน์อัพปี 2019 ของเน็ตฟลิกซ์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ไม่ว่าจะ Stranger Things ซีซั่น 3, Black Mirror ซีซั่น 5 หรือ Aggretsuko ซีซั่น 2 แต่หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนฮือฮาคือข่าวที่ว่าแอนิเมชั่น Neon Genesis Evangelion จะมาฉายทางสตรีมมิ่งเจ้านี้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี

เราสามารถนิยามได้ว่า Evangelion คือการ์ตูนคัลต์ระดับตำนานที่มีแฟนติดตามทั่วโลก แม้จะฉายครั้งแรกทางโทรทัศน์ตั้งแต่ปี 1995 โดยมีผู้ให้กำเนิดคือ ฮิเดอากิ อันโนะ (ผู้กำกับ Shin Godzilla ปี 2016) แต่กระแสความนิยมยังคงดำเนินมาถึงปัจจุบัน เพราะ Evangelion ทิ้งปริศนาและคำถามมากมายให้แฟนๆ ได้ถกเถียงกัน และภาคใหม่ๆ ที่สร้างตามออกมาก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรกระจ่างขึ้น แต่กลับทำให้คนดูงุนงงหนักกว่าเดิม

ตั้งแต่ช่วงปี 2007 เป็นต้นมา อนิเมะชุดนี้มีภาคหนังโรงสร้างใหม่ที่ชื่อว่า Rebuild of Evangelion ที่ผู้สร้างประกาศว่าจะมีทั้งหมด 4 ภาคด้วยกัน แต่ภาค 4 นั้นก็เลื่อนฉายมาเรื่อยๆ จนล่าสุดกำหนดฉายอยู่ที่ปี 2020 ส่วน Evangelion ที่จะฉายทางเน็ตฟลิกซ์นั้นประกอบด้วยซีรีส์ทางทีวี 26 ตอนที่ฉายเมื่อปี 1995 และหนังอีกสองภาคที่ฉายโรงในปี 1997 นั่นคือ Death & Rebirth และ The End of Evangelion

เช่นนั้นแล้ว การดู Evangelion ทางเน็ตฟลิกซ์จึงเป็นการเตรียมตัวทบทวนความรู้ เพื่อไปผจญภัยกับหนังใหญ่ภาคสุดท้ายในปี 2020 นั่นเอง นอกจากนั้น เรายังคิดว่ามีเหตุผลหลักๆ อีก 3 ข้อที่ซีรีส์ชุดนี้ควรค่าแก่การสละเวลาชม

1) เพราะมันไม่ใช่การ์ตูนหุ่นยนต์ธรรมดา

เนื้อเรื่องโดยหลักๆ ของ Evangelion คือเหล่าเด็กอายุ 14 ปีที่ต้องขึ้นไปขับหุ่นยนต์ ‘อีวา’ เพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า ‘เทวทูต’ โดยปกติแล้วการ์ตูนแนวนี้ตัวเอกมักห้าวหาญ มีใจต่อสู้ หรืออาจจะหวาดกลัวในช่วงแรกแต่ค่อยๆ แสดงความกล้าออกมา ทว่า อิคาริ ชินจิ พระเอก Evangelion กลับไม่มีลักษณะแบบนั้นเลย ยิ่งออกไปฟาดฟันกับศัตรูมากเท่าไร เขาก็ยิ่งจิตตกมากขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงขั้นสติแตกในที่สุด

หลายครั้งมีการกล่าวกันว่า แท้จริง Evangelion ไม่ใช่การ์ตูนแนวต่อสู้ แต่มันคือเรื่องการ์ตูนจิตวิทยา อย่างฉากจบของภาคโทรทัศน์นั้นแทบไม่มีฉากแอ็กชั่น มีแต่ตัวละครคุย คุย และคุยกัน ซึ่งมันคือการแสดงถึงสภาพจิตใจของชินจินั่นเอง การเลือกจบแบบนี้มีทั้งฝ่ายที่ชอบและชัง แต่ภาคหนังใหญ่ The End of Evangelion ที่ตามมาก็มีฉากต่อสู้ถึงเลือดถึงเนื้ออันแสนโหดร้าย

 

2) เพราะมันเต็มไปปริศนาและการตีความ

Evangelion มีสัญลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น การอ้างอิงถึงศาสนาคริสต์อย่างการระเบิดของเทวทูตที่กลายเป็นรูปไม้กางเขน หรือชื่อเหล่าเทวทูตที่มาจากคัมภีร์ไบเบิ้ล นอกจากนั้น แม้จะเป็นการ์ตูนที่อิงกับเทคโนโลยีขั้นสูง แต่หุ่นยนต์อีวากลับมีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิตเอามากๆ เช่น ตัวห้องขับเคลื่อนที่ปล่อยน้ำสีส้มออกทำให้ชวนนึกถึงน้ำคร่ำและสภาวะในครรภ์มารดา หรืออยู่ดีๆ ก็มีฉากที่แขนมนุษย์งอกออกมาจากอีวาซะงั้น

อย่างไรก็ดี Evangelion มีลักษณะคลุมเครือมากมาย ทั้งทฤษฎีสมทบคิดต่างๆ ที่เราอาจไม่แน่ใจได้ว่าตกลงแล้วเทวทูตเป็นตัวร้ายจริงหรือไม่ ใครส่งพวกมันมา รัฐบาลหรือหน่วยงานต่างๆ มีส่วนรู้เห็นแค่ไหน รวมไปถึงตัวละครที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดอย่าง อิคาริ เก็นโด ผู้บัญชาการของ NERV หน่วยงานที่รับผิดชอบหุ่นอีวา ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของชินจิด้วย

3) เพราะมันเป็นจักรวาลที่ไม่สิ้นสุด

หนังใหญ่ชุด Rebuild of Evangelion ภาคแรกนั้นเป็นเพียงการสรุปเรื่องราวภาคหนังทีวีและทำกราฟิกใหม่ให้สวยขึ้น ทว่าตอนท้ายของภาคสองกลับมีเนื้อเรื่องที่ต่างไปจากภาคทีวี และความงงก็มาถึงจุดสูงสุดในภาคสามที่อยู่ดีๆ เรื่องราวก็กลายเป็นเหตุการณ์ 14 ปีถัดมาแบบที่ไม่มีการเกริ่นนำใดๆ จนคนดูงงเป็นไก่ตาแตกว่านี่คือ Evangelion ที่ฉันรู้จักจริงๆ เหรอ(วะ)

ทั้งนี้มีข้อสันนิษฐานถึงเนื้อเรื่องของภาคสามในหลายทาง อาทิ มันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจริงๆ, เป็นจักรวาลคู่ขนาน หรือทั้งหมดเป็นเพียงความคิดของชินจิ ซึ่งเราก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าหนังภาคสี่จะช่วยทำให้ความสับสนเหล่านี้คลี่คลายหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าไม่ว่าจะ Evangelion ภาคไหนก็สามารถทำให้คนดูปวดหัวปวดตับได้เสมอ ทว่านี่แหละคือเสน่ห์ของแอนิเมชั่นที่ยืนยงมาได้มากกว่าสองทศวรรษ

Tips แถมท้าย : วิธีเรียงลำดับการดู Evangelion 

1) Neon Genesis Evangelion (1995) (ภาคทีวี 26 ตอน)

2) Neon Genesis Evangelion: Death & Rebirth (1997) (หนังโรง)

3) The End of Evangelion (1997) (หนังโรง)

[ข้อ 1-3 จะฉายทางเน็ตฟลิกซ์]

4) Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone (2007) (หนังโรง)

5) Evangelion: 2.0 You Can (Not) Advance (2009) (หนังโรง)

6) Evangelion: 3.0 You Can (Not) Redo (2012) (หนังโรง)

[ข้อ 4-6 ต้องหาดูเอง มีแผ่นลิขสิทธิ์ในบ้านเราจ้า]

7) Evangelion: 3.0+1.0 (หนังโรงฉายปี 2020 …ถ้าไม่เลื่อน)