Pedro Almod?var Penelope Cruz Volver

แรด สาว ฉาว โฉ่ ผู้หญิงในภาพยนตร์ของ เปโดร อัลโมโดวาร์

Home / bioscope / แรด สาว ฉาว โฉ่ ผู้หญิงในภาพยนตร์ของ เปโดร อัลโมโดวาร์

“พ่อรูดซิปกางเกงลง บอกว่าไม่มีอะไรผิดหรอกเพราะพ่อไม่ใช่พ่อหนู” หล่อนเล่าตะกุกตะกัก ชะงักเมื่อเงยหน้าเห็น ไรมุนดา -แม่ของเธอ- น้ำตาคลอหน่วย “หนูเลยหยิบมีดในลิ้นชัดขึ้นมาเพราะกลัวมาก หนูแค่อยากขู่เขา แต่พ่อไม่เชื่อ พ่อบอกว่าหนูไม่กล้า… แล้วพ่อก็กระโจนใส่หนู…”

ไรมุนดาสวมกอดลูกสาว “ลูกไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น จำไว้ว่าแม่เป็นคนฆ่าพ่อเอง”

และนั่นคือชะตากรรมตัวละครผู้หญิงส่วนใหญ่ในหนังของ เปโดร อัลโมโดวาร์ นอกเหนือไปจากสองแม่ลูกที่ดิ้นรนใฝ่หาชีวิตที่ดีกว่า ยังมีเรื่องราวของนักสู้วัวกระทิงที่บรรเลงเพลงสวาทอย่างดุเดือดเพื่อปลดปล่อยความหวาดหวั่นและความเครียดขึ้งจากการแข่งขัน, สาวสวยที่ใช้เรือนร่างของตัวเองไขว่คว้าเอาทุกอย่างมาเป็นของตัว, หญิงวัยกลางคนที่ลูกชายถามว่า ‘แม่คงจะขายตัวเพื่อดูแลผมใช่ไหม’ ฯลฯ พวกหล่อนล้วนเร่าร้อน มีชีวิตชีวา บ้าระห่ำและบางคราวก็เศร้าสร้อยแต่ไม่เคยสิ้นหวัง ตัวละครหญิงสาวของอัลโมโดวาร์จะปาดน้ำตาแล้วกัดฟันสู้ไปอีกยกและอีกยก เปลี่ยนคู่นอนอีกกี่คนต่อกี่คน ตบตีเพื่อแย่งชิงอีกกี่หนต่อกี่หนก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเธอแข็งแกร่ง!

ชีวิตของอัลโมโดวาร์เต็มไปด้วยแรงปะทะและแรงขับเคลื่อนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย เขาถูกพ่อส่งไปอยู่ในโรงเรียนประจำของคาธอลิก อยู่ในสังคมชายล้วนที่ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับบาทหลวงและประสบการณ์น่าสะอิดสะเอียน ( “เราต้องจูบหลังมือของพวกเขาซึ่งฉันว่ามันน่าขยะแขยงมาก แถมหมอนั่นยังก่อเรื่องฉาวด้วยการมีฮาเร็มเด็กผู้ชายอีก 20 คนไว้ด้วย แต่ตอนนี้เขาลาออกไปแล้วล่ะนะ” เขาเล่าอย่างขมขื่น) ขณะที่ ฟรานซิสกา คาบาลเลโร ผู้เป็นแม่ของเขานั้น อัลโมโดวาร์บรรยายว่า “แม่มักออกไปยืนเมาธ์มอยกับเพื่อนบ้านอยู่ตรงริมถนนในคืนฤดูร้อน แม่มักพูดถึงคนที่ฆ่าตัวตาย คนที่เอากันเองกับญาติๆ หรือไม่ก็ร่วมร้องเพลงด้วยกันกับแก๊งเพื่อนบ้านของแม่

“แม่แต่งกายในชุดไว้ทุกข์อยู่ 35 ปี รวมถึงเวลาที่แม่ให้กำเนิดฉันด้วย นั่นคือนับตั้งแต่ที่แม่อายุได้สามขวบเมื่อคุณตาจากไป แม่ก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำมาโดยตลอด” เขาเล่า และคาบาลเลโรตัดสินใจเลิกแต่งชุดดำก็เมื่ออัลโมโดวาร์ชวนหล่อนมารับบทรับเชิญเล็กๆ ในหนังของเขาอย่าง Women on the Verge of a Nervous Breakdown (1988) “จำได้เลยว่า อยู่ๆ แม่ก็พูดกับคอสตูมดีไซเนอร์ในกองว่า ‘ไม่อยากสวมชุดดำอีกแล้วล่ะ หาเสื้อผ้าที่สดใสกว่านี้ให้ฉันทีเถอะ’ น่ะ” อัลโมโดวาร์เล่าอย่างปลาบปลื้ม

“แม่มีความสามารถอย่างมากในการเสแสร้งหรือปั้นแต่งเรื่องราวมากมายเพื่อแก้ปัญหา” เขาระลึกถึงแม่ตังเองอย่างชื่นชม ตลอดจนไปน้าสาวและเพื่อนๆ ของแม่ที่เลี้ยงดูเขาขึ้นมาในวัยเด็ก “แม่ๆ ทั้งหลายแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ จะเรื่องใดๆ ก็ตาม พวกหล่อนจะปกป้องเราที่ยังเล็กมากๆ ด้วยเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นมา และความเชื่อมั่นของพวกหล่อนยิ่งทำให้เรื่องแต่งเหล่านั้นดูสมจริงเหลือเกิน”

เพเนโลเป ครูซ นักแสดงสาวคู่บุญของอัลโมโดวาร์ที่กอดคอกันมาตั้งแต่ All About My Mother (1999), Volver (2006) และ Broken Embraces (2009) เล่าถึงการได้มีโอกาสเจอคาบาลเลโรก่อนหน้าที่หล่อนจะเสียชีวิตในปี 1999 ว่า “”ฉันโชคดีที่ได้เจอกับแม่ของเขาเมื่อหล่อนยังมีชีวิตอยู่ มันช่วยให้ฉันเข้าใจได้ว่าเขาหลงใหลอะไรในผู้หญิง และเขารู้จักผู้หญิงในแง่มุมไหน แม่เขาเป็นคนเลี้ยงดูเขาขึ้นมาพร้อมน้องสาวของหล่อนกับเพื่อนบ้าน มันจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันเยอะๆ ซึ่งคุณคงจะเห็นได้จาก Volver ค่ะ”

ดังนั้น ชีวิตของอัลโมโดวาร์จึงเกี่ยวเนื่องกับเพศหญิงอย่างลึกซึ้ง เขาให้ความเคารพพวกหล่อนและนำเสนอพวกหล่อนในฐานะตัวละครนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ หนังในยุคแรกๆ ของเขาอย่าง Fuck… Fuck… Fuck Me, Tim! (1978), Pepi, Luci, Bom and Other Girls Like Mom (1980), Labyrinth of Passion (1982) จึงมักเล่าเรื่องราวของผู้หญิงที่เปิดเปลือยความต้องการของตัวเองอย่างหมดจด ท่ามกลางสภาพสังคมที่กดทับพวกหล่อนและกันพวกหล่อนให้เป็นอื่นอยู่เสมอของประเทศสเปน “ฉันว่าผู้หญิงในยุค 80 กล้าได้กล้าเสียมากกว่าผู้หญิงในยุคปัจจุบันนะ อาจจะเพราะว่าช่วงนั้นพวกหล่อนรู้สึกปลดปล่อยและมีอิสรเสรีมากกว่าเดิมด้วย คือว่าในทุกวันนี้ ผู้หญิงไม่ได้ต้องเผชิญสถานการณ์แบบเดียวกับที่สาวๆ สมัย 80 เจอด้วยไง” เขาอธิบาย “จริงๆ ฉันจะเขียนตัวละครทั้งหญิงทั้งชายก็ได้อะนะ แต่แบบว่าในวัฒนธรรมของสเปนเนี่ย ผู้หญิงมันมีชีวิตชีวากว่า ตรงไปตรงมากว่า แถมยังแสดงออกมากกว่าด้วย ซึ่งฉันว่ามันเป็นองค์ประกอบที่เยี่ยมยอดของหนังเลยนะ”

อันที่จริง เขาเองเคยทำหนังที่ว่าด้วยผู้ชายเป็นหลักเหมือนกัน นั่นคือ Live Flesh (1997) ฉากรักร้อนแรงของชายหนุ่มสองคนกับ Bad Education (2004) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตวัยเด็กในโรงเรียนคาธอลิกที่ทำให้เขาต้องเจอเรื่องอึ๋ยๆ “คือจริงๆ ตัวละครชายมันมีแง่มุมให้เราเล่าเยอะ เป็นตัวละครหลักในเรื่องมหากาพย์อลังการได้” เขาสาธยาย “แต่สิ่งที่ฉันสนใจมันคือเรื่องราวทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันมากกว่าจ้ะ ซึ่งผู้ชายในสเปนเนี่ยข้อจำกัดเยอะมากเชียวล่ะจะบอกให้”

อย่างไรก็ตาม สภาพสังคมที่เปิดมากขึ้นของสเปน กลับส่งให้ตัวละครหญิงของอัลโมโดวาร์โฉ่งฉ่างและเผ็ดร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง Matador (1986) ที่ตัวละครหญิงร่วมรักกับตัวละครชายอย่างเริงรื่น, All About My Mother ชำแหละบาดแผลและความสัมพันธ์ระหว่างแม่-ลูกที่แสนจะเจ็บปวดและคลุมเครือ มากไปกว่านั้นมันยังวิพากษ์และให้คำจำกัดความของ ‘ความเป็นแม่’ ขึ้นมาอย่างดุเดือดและจัดจ้าน, Volver สาวสู้ชีวิตที่วันดีคืนดีก็พบว่าแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วหวนกลับมาหาเธอ (หืม!)

และในหนังเหล่านี้เอง ที่เขาดึงเสน่ห์ความเป็นผู้หญิงของนักแสดงแต่ละคนออกมาได้อย่างถึงแก่น “ฉันชอบทำงานกับคนที่ขึ้นกล้องมากกว่า ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวเลยว่าคุณจะหน้าสวยแค่ไหน กล้องจะเป็นคนตัดสินเองแหละว่าว่าใครรอดใครไม่รอด อย่างเพเนโลเปเนี่ยขึ้นกล้องม๊ากมาก แต่ในเวลาเดียวกันฉันก็ชอบหน้าตาอย่าง รอซซี เดอ พัลมา -ซึ่งความงามของเธอมันอยู่ที่ความไม่สมดุลย์บนใบหน้า- ด้วยเหมือนกัน ใบหน้าของเธอเหมาะกับภาพยนตร์ แสดงออกชัดและสวยมากๆ ด้วย”

และในปีนี้ อัลโมโดวาร์หวนคืนสู่วงการภาพยนตร์อีกครั้งใน Dolor y gloria หรือ Pain & Glory (นำแสดงโดยครูซเช่นเคย) แต่มันจับจ้องไปยังเรื่องราวของชายหนุ่มนักทำหนัง กับชีวิตที่พัวพันกับสตรีเพศของเขา! ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของอัลโมโดวาร์เช่นเคย จะสวิงสวายและเดือดดาลขนาดไหนนั้น ทางเราก็ได้แต่ลุ้นรอรับชมไปพร้อมกันในปลายเดือนมีนาคมนี้นะจ๊ะ

BIOSCOPE Theatre

เสาร์ที่ 16 มีนาคม
Volver

รับชมได้ 24 ชม.
ทาง movie.mthai.com/bioscopetheatre

Image may contain: 2 people, shoes and text

ตัวอย่าง BIOSCOPE Theatre มีนาคม 2019