ไซอิ๋ว

ตือโป๊ยก่ายมาเกิดใหม่ ส่วนเห้งเจียไปไถ่บาป ‘ไซอิ๋ว’ ในสายตาชาวตะวันตก

Home / bioscope / ตือโป๊ยก่ายมาเกิดใหม่ ส่วนเห้งเจียไปไถ่บาป ‘ไซอิ๋ว’ ในสายตาชาวตะวันตก

เป็นเวลานานนับร้อยปีแล้วที่วรรณกรรม ‘ไซอิ๋ว’ หรือในภาษาอังกฤษ Journey to the West ของ อู๋เฉิงเอิน ก่อกำเนิดขึ้นบนโลกหลังจากถูกตีพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 16 บอกเล่าเรื่องของคณะแสวงบุญเพื่อไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญคัมภีร์พระพุทธศาสนาของ พระถังซัมจั๋ง พระจีนผู้อ่อนโยน, เห้งเจียหรือซุนหงอคง วานรมากฤทธิ์ที่พระถังปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากการถูกหินทับมานานกว่า 500 ปี, ตือโป๊ยก่าย อดีตชาวสวรรค์ที่ไปลวนลามนางฟ้าเข้าจนถูกสาปให้ลงมายังโลกมนุษย์และซัวเจ๋ง อดีตชาวสวรรค์แต่โดนทำโทษเนื่องจากสร้างความเดือดร้อน

ไซอิ๋วเป็นหนึ่งในวรรณกรรมคลาสสิกของจีน ร่วมสมัยกันกับ สามก๊ก (Romance of the Three Kingdoms), ซ้องกั๋ง (Water Margin) และ ความฝันในหอแดง (Dream of the Red Chamber) เช่นเดียวกับวรรณกรรมหลายๆ เรื่องในยุคนั้น มันได้กลายเป็นพื้นที่สะท้อนสังคม การเมือง การต่อสู้และความเชื่อของชนชาวจีน ตัวอู๋เฉิงเอินสนใจในวรรณกรรมตลอดจนเรื่องเล่าปรัมปราในจีนมาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งหมดนี้มันได้หล่อหลอมและกลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งในวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่เรื่องนี้ ก่อนที่ในเวลาต่อมา มันจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมาอย่างยาวนาน และถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ตลอดจนงอกเงยเป็นเรื่องเล่าเรื่องอื่นๆ อีกมากมายนับร้อยเรื่อง ทั้งยังขยับขยายพรมแดนไปยังโลกตะวันตก แม้ว่าองค์ประกอบในเรื่องเล่าเหล่านี้จะแสนตะวันออกมากก็ตามที ทั้งศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋าและขงจื๊อ

และด้วยเหตุนี้เองอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวตะวันตกสนใจ ‘สาร’ ที่แนบมากับวรรณกรรมหรือภาพยนตร์เกี่ยวกับไซอิ๋วเรื่องนี้ โดยเฉพาะตัวละครเห้งเจีย วานรสวรรค์ที่ซ่าป่วนสวรรค์จนองค์ยูไลต้องลงมาปราบ และลงโทษเห้งเจียด้วยการให้โดนภูเขายักษ์ทับอยู่นาน 500 ปี ได้ถูกตีความว่าเป็นภาพแทนของความเป็นปัจเจก ระยะแรกนั้นเห้งเจีย -อันเป็นตัวละครหลักของเรื่อง- มีตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง และอาละวาดจนถูกริบ ‘เสรีภาพ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ถือกำเนิดโดยการถูกสั่งจำคุกนาน 500 ปี และจะหลุดพ้นได้ก็ต่อเมื่อพระถังซัมจั๋งมาปลดปล่อย พร้อมรับใช้พระจีนรูปนี้ในการเดินทางไปยังชมพูทวีป หลังจากนั้นเราจึงจะพบว่า เห้งเจียได้มีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่นมากขึ้น ทั้งการปกป้องพระถังซัมจั๋งและผองเพื่อน ตลอดจนการเสียสละตัวเองในการต่อสู้หลายๆ ครั้ง

ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋าและขงจื๊อคือส่วนสำคัญของเรื่องเล่าในไซอิ๋ว โดยเฉพาะขงจื๊อที่มาก่อนและเป็นแนวคิดหลักๆ ที่ถูกปลูกฝังลงในกระบวนวิธีคิดแบบจีนมาอย่างยาวนาน อู๋เฉิงเอินที่มีสถานะเป็นบัณฑิตมากความรู้เองก็ซึมซับเอาวิธีคิดเช่นนี้บวกรวมกับเต๋าและพุทธซึ่งมาทีหลังสุดเข้าไว้ด้วยเช่นกัน ไซอิ๋วจึงมีแนวคิดเด่นชัดในเรื่องการวิพากษ์สถาบันการปกครองที่อ่อนแอของจีนซึ่งเวลานั้นถูกปกครองโดยราชวงศ์หมิงผ่านแนวคิดแบบขงจื๊อที่ชูผู้นำเปี่ยมคุณธรรมซึ่งสะท้อนผ่านหัวหน้าคณะเดินทางอย่างพระถังซัมจั๋ง หรือแม้แต่การเกิดใหม่ซึ่งเป็นความเชื่อแบบพุทธ ก็สะท้อนให้เห็นผ่านเห้งเจีย, ตือโป๊ยก่ายและซัวเจ๋ง พวกเขาล้วนเป็นอดีตชาวสวรรค์ที่ถูกสาปส่งให้มาเกิดในโลกมนุษย์ ทั้งยังถูกจองจำให้เกิดในร่างผิดแผก อันเนื่องมาจากการปฏิบัติตนไม่สมกับเป็นชาวสวรรค์ผู้ควรจะมากความดี

ประเด็นเหล่านี้อาจจะไม่โยงเข้ากับแนวคิดว่าด้วยเสรีภาพของปัจเจกหรือเรื่องโลกหลังความตายที่หมายถึงการไปอยู่กับพระเจ้าตามแบบศาสนาคริสต์ (ไม่ได้หมายถึงการเกิดใหม่) แบบชาวตะวันตก แต่สิ่งที่ไซอิ๋วจับใจผู้คนได้คือการเติบโตและเรียนรู้ของตัวละคร ทั้งความดื้อแพ่งของเก้งเจียที่ลดน้อยลงตามลำดับเมื่อได้ออกเดินทาง หรือแม้แต่ความสมัครสมานสามัคคีของคนทั้งสี่ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่นับรวมว่าตัวละครวานรแบบเห้งเจียนั้นแสนจะเป็นที่ประทับใจคอหนังแฟนตาซีชาวตะวันตก เพราะมันเพียบไปด้วยอภินิหาริย์และความสามารถตระการตาแบบที่หนังตะวันตกบางเรื่องมอบให้ไม่ได้ (นึกถึงฉากยืดไม่พลองจากอันเท่าไม้แคะหูแล้วขยายใหญ่เท่าเสาบ้านดูสิ!) ทั้งไตรภาค The Monkey King (2014, 2016 และ 2018, เจิ้งป๋อไช่) ที่ได้ดาวนักสู้อย่าง ดอนนี่ เยน มารับบทเป็นเห้งเจีย หรือ A Korean Odyssey ซีรีส์สัญชาติเกาหลีที่วางโครงเรื่องหลวมๆ มาจากไซอิ๋ว และ The Forbidden Kingdom (2008, ร็อบ มินค็อฟฟ์) หนังร่วมทุนสร้างจีน-สหรัฐอเมริกา และกวาดรายได้ไปเป็นกอบเป็นกำที่ 128 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 55 ล้านเหรียญฯ

อีกอย่างหนึ่ง เหตุผลที่เรื่องราวการต่อสู้ของคนทั้งสี่ยังยืนยาวอมตะในใจผู้คน อาจไม่ใช่แค่เพราะมันสนุกหรือเต็มไปด้วยความโลดโผนทางจินตนาการ แต่มันยังมีหลายประเด็นที่ชวนให้ได้รับการตีความ วิพากษ์วิจารณ์ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยอยู่เสมอ และนั่นเองอาจส่งให้มันได้กลายเป็นเรื่องเล่าอมตะที่ยืนยงมาร้อยกว่าปีได้ในที่สุด