The Only Mom ชาติชาย เกษนัส มาร-ดา

เมื่อ ‘มาร’ เป็น ‘แม่’ ผี ผู้หญิงและมนุษย์แม่ใน ‘มาร-ดา’ ของ ชาติชาย เกษนัส

Home / bioscope / เมื่อ ‘มาร’ เป็น ‘แม่’ ผี ผู้หญิงและมนุษย์แม่ใน ‘มาร-ดา’ ของ ชาติชาย เกษนัส

ในอุตสาหกรรมหนังเมียนมาที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนั้น ใครจะเชื่อว่าหนังสัญชาติไทย-เมียนมาที่ว่าด้วยผู้หญิงช่วงชิงอำนาจความเป็นแม่อย่าง ‘มาร-ดา’ ทำเงินถล่มทลายจนต้องเพิ่มรอบและเพิ่มโรงที่เมียนมาในเวลาอันรวดเร็ว มิหนำซ้ำ เมื่อมันขยับขยายเขตแดนเข้ามาฉายในไทย ความแรงของมันก็หาได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด วัดจากกระแสปากต่อปากที่เล่าต่อๆ กันถึงความเฮี้ยนจนต้องปิดตาในโรงเมื่อหนังออกฉายรอบปฐมทัศน์วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

‘มาร-ดา’ หรือ The Only Mom -ว่าด้วยแม่ที่พบว่ามี ‘วิญญาณ’ อื่นอาศัยอยู่ในร่างลูกสาวเธอ- คือหนังยาวลำดับที่สองของ ชาติชาย เกษนัส หลังจากเขาประสบความสำเร็จสุดขีดจาก From Bangkok to Mandalay หรือ ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ (2016) หนังรักร่วมทุนสร้างไทย-เมียนมาเรื่องแรกของเขา ประสบความสำเร็จสุดขีดทั้งคำวิจารณ์และรายได้ เสียจนต้องทำให้ Doctor Strange (2016, สก็อตต์ เดอร์ริคสัน) ที่เข้าฉายพร้อมกันยอมหลีกทางให้ด้วยการเลื่อนเวลาเข้าฉายมาแล้ว

และแม้ว่า ‘มาร-ดา’ จะไม่ได้ฉายชนกับหนังซูเปอร์ฮีโร่จากแดนตะวันตกจนกลายเป็นปัจจัยให้วัดความแรง แต่ดังที่กล่าวไปแล้วว่าเงื่อนไขต่างๆ ของหนัง ทั้งที่มันว่าด้วยผู้หญิงและแม่ ในสังคมและอุตสาหกรรมที่ชายเป็นใหญ่ ก็ยังทำเงินถล่มทลายและยังไม่มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงง่ายๆ ก็อาจเป็นตัววัดที่ดีเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“เราก็ต้องยอมรับ ว่าเรื่องที่มันว่าด้วยผู้หญิงแบบนี้มันเป็นอุปสรรคเหมือนกัน แต่เราไม่สนใจ” ชาติชายยิ้ม “ถ้าให้ยกตัวอย่างคือ ปกติค่าตัวดาราผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิง เวลาวางงบนี่เห็นเลยว่าผู้ชายจะมีค่าตัวเยอะกว่ามาก สมมติสักสองล้าน ผู้หญิงจะอยู่ประมาณหนึ่งล้านห้า และแม้ว่าเรื่องนี้ค่าตัวคุณวุด มน ชเว ยี (รับบทแม่ในเรื่อง) สูงที่สุด แต่ตอนขึ้นโปสเตอร์หรือหนังตัวอย่าง ก็มักจะขึ้นชื่อนักแสดงชายก่อนเหมือนเป็นธรรมเนียม

“ในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่อย่างเมียนมา เกณฑ์คะแนนการสอบเข้าเรียนหมอของเด็กผู้หญิงจะสูงกว่าเด็กผู้ชาย คือถ้าเด็กผู้หญิงอยากสอบติดหมอคุณต้องทำคะแนนให้ได้เยอะมากๆ ขณะที่เด็กผู้ชายคะแนนจะต่ำลงมาหน่อย เชื่อไหมว่าคนเป็นหมอที่นั่นเป็นเด็กผู้หญิงเสียส่วนใหญ่ มันเป็นเรื่องของการปรับตัวกับเงื่อนไขและเราคิดว่าตรงนี้แหละน่าสนใจมาก”

แม่ใน ‘มาร-ดา’ ผู้ทนทุกข์กับการถูกตีตราจากมาตรฐานสังคมว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเพราะคุมลูกสาวไม่ได้ จึงพยายามเอาใจลูกทุกทาง แต่การณ์กลับเลวร้ายลงกว่านั้นเมื่อเธอพบว่า มีวิญญาณแปลกปลอมเข้ามาสิงร่างลูกสาวเธอ นำมาสู่การพยายามจัดการวิญญาณเด็กในโลกหลังความตาย และวิญญาณของลูกสาวเธอในโลกคนเป็น “เรารู้สึกว่าในโลกแถบอุษาคเนย์ เขาจะให้น้ำหนักกับผู้หญิงมากกว่าจากการตั้งชื่อที่ใช้คำว่า ‘แม่’ เช่นแม่น้ำ พระแม่โพสพ เราเลยสนใจเรื่องนี้” ชาติชายเล่า “แต่ที่น่าสนใจคือการจัดการพลังงานของการอยู่ร่วมกันในเมียนมา ที่จักรวาลความเชื่อซ้อนทับกันหลากหลาย มันอยู่ร่วมกันแบบผสมแต่ไม่ผสาน ต่างคนต่างอยู่”

มนุษย์แม่ในเรื่องจึงพยายามจัดการปัญหาในครอบครัวของตัวเอง แต่เมื่อปัญหานั้นขยายทับซ้อนไปสู่โลกวิญญาณมันจึงเกินขอบเขตที่เธอจะจัดการได้ แม่จึงต้องเชิญนัตหรือวิญญาณที่มีอำนาจมาจัดการ นั่นคือ อะเหม่จัม ซึ่งเป็นนัตองค์หนึ่งที่วิญญาณเด็กจะกลัวมาปราบวิญญาณในร่างลูกสาวเธอ “อย่างชื่อหนัง ภาษาเมียนมาคือ เลเพียซานเอน แปลว่าบ้านผีเสื้อ ซึ่งมันมีอีกความหมายนึงในภาษาพม่าคือวิญญาณของคนที่ยังมีชีวิต เป็นเจ้าหญิงนิทราหรืออะไรทำนองนั้น แล้วพอตัดๆ หนังไปเราก็คิดแล้วว่าชื่อภาษาอังกฤษมันควรเป็นคำว่า The Only Mom และบวกกับทุกคนฟันธงหลังดูคัตติ้งไปแล้วสี่เวอร์ชั่นว่าเรื่องนี้วุด มน ชเว ยีเขานำ เรื่องนี้มันเป็นบทของเธอจริงๆ พลังในการนำเรื่องมันออกมาเยอะ และท้ายเรื่องมันก็ว่าด้วยการแย่งชิงความเป็นแม่ที่แท้จริง แย่งชิงอำนาจของความเป็นแม่ ระหว่างแม่ที่เป็นมนุษย์กับแม่ที่เป็นวิญญาณ ตัวละครต้องการเชิญอะเหม่จัมเพื่อจัดการปัญหาทางโลกวิญญาณ”

หนังทั้งเรื่องที่นำแสดงด้วยนักแสดงนำหญิง บทที่ว่าด้วยผู้หญิง หรือแม้แต่การหลุดเข้าไปสู่โลกหลังความตายที่ก็ยังเป็นการต่อสู้กันเพื่อชิงอำนาจของผู้หญิง ชวนให้สงสัยว่าอะไรทำให้ชาติชายสนใจในเรื่องราวของผู้หญิงและความเป็นแม่มากขนาดนั้น และอันที่จริง คำตอบนั้นดูเหมือนจะอยู่ในเนื้อตัวเขามาตั้งแต่สมัยเรียน “ไม่แน่ใจว่าสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เราอาจจะเก็บมาทีละเล็กทีละน้อยก็ได้นะ อย่างแน่นอนคือลูกทุกคนจะอยู่กับแม่กับยายมากกว่า แล้วจากนั้นเราเลือกเรียนสายศิลป์ด้วยมั้ง ผู้หญิงเต็มห้องเรียนเลย

“จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องแปลกเหมือนกันนะ เราก็ไม่รู้หรอก นึกย้อนกลับไปตอนเรียนหนังสือเราก็ทำหนังวิทยานิพนธ์เรื่องผีไทย เอาวรรณกรรมอเมริกันว่าด้วยแม่มดหมอผีมาทำ แล้วเราพบจุดร่วมของการที่ผู้หญิงที่มีอำนาจมักจะถูกมองว่าเป็นผี ผลักเขาให้เป็นอื่นอยู่เสมอ แล้วพอศึกษามากขึ้นเราพบว่าเซนส์บางอย่างของผู้หญิงมันละเอียดกว่าผู้ชาย แล้วสิ่งหนึ่งที่ผู้ชายไม่มีโอกาสได้สัมผัสคือ การจะมีอีกหนึ่งชีวิตกำเนิดขึ้นในร่างแล้วออกมาจากตัว และเป็นโมเมนต์ความเป็นความตายด้วย ในความรู้สึกเรา ผู้หญิงจะมีความแข็งแรงทางจิตใจ -เราดูจากเพื่อนรอบตัวนะ- มากกว่าผู้ชาย อย่างผู้ชายมันอาจจะมีเรื่องความรุนแรง แข็งแรงเชิงร่างกาย แต่ถ้าเชิงจิตใจนั้นเราว่าผู้หญิงจะแข็งแรงกว่า”

“ตอนที่ภรรยาเราท้อง เราเห็นพัฒนาการค่อนข้างเยอะ เห็นความกังวลของเขา และต้องคอยดูแลใกล้ชิด เคมีในร่างกายเปลี่ยนแปลง ตอนคลอดลูกก็มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งในอดีตเรายังไม่เข้าใจ ไม่รู้จักเรื่องพวกนี้ คนบางกลุ่มถูกผลักว่าเป็นคนวิปลาส หรือผีเข้า แต่ก็มีวิธีการจัดการผ่านเรื่องของแม่ซื้่อ เราว่ามันเป็นเรื่องการปรับสมดุลย์ เรื่องของ psychology หรือการรับขวัญ แล้วทั้งหมดนี้มันก็เป็นเรื่องที่คนยังเชื่อกันอยู่ เราเองมองมันเป็นวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่ง”