Brie Larson Unicorn Store

Unicorn Store โลกสีรุ้งและยูนิคอร์นในหัวใจของ บรี ลาร์สัน

Home / bioscope / Unicorn Store โลกสีรุ้งและยูนิคอร์นในหัวใจของ บรี ลาร์สัน

“ในตัวฉันมันมีเด็กคนนึงที่ไม่เคยแม้แต่ปริปากพูด เป็นส่วนที่ไร้เดียงสาในตัวฉัน ส่วนที่เป็นความฝัน ความหวังและพลังมองโลกในแง่บวกที่กำลังตายลงอย่างช้าๆ การทำหนังเรื่องนี้ สำหรับฉันมันจึงราวกับการขุดลึกลงไปยังแก่นกลางของความมืด เผยให้เห็นด้านหม่นหมองของโลกซึ่งเราจำเป็นต้องรู้จักมันไว้ แต่อย่างน้อย -กับตัวฉันเองนะ- ฉันก็อยากจะจำโลกด้านนี้ไว้ จำว่ามันเป็นยังไงเท่านั้นแหละค่ะ” บรี ลาร์สัน

มีหลายสิ่งเกี่ยวกับ บรี ลาร์สัน ที่เราคิดว่าน่าสนใจ ประการแรก เธอเข้าวงการมาตั้งแต่ยังเด็กแต่เพิ่งมาดังเป็นพลุแตกเมื่อตอนคว้าออสการ์นำหญิงจาก Room (2015, เลนนี อับราฮัมสัน) ประการที่สอง ก่อนหน้าจะวาดลวดลายในวงการหนังฟอร์มเล็กนั้น เธออยู่แต่ในหนังคอมิดี้โปกฮา ประการที่สาม เมื่อเรานั่งอ่านและฟังบทสัมภาษณ์โดยรวมของเธอ เราพบว่าลาร์สันมีบุคลิกของความจริงจังเคร่งขรึมไม่น้อย และประการที่สี่ เมื่อเธอทำหนังเรื่องแรกอย่าง Unicorn Store (2017) มันกลับเป็นหนังหน้าตาฟรุ้งฟริ้งแสนจะปลอบประโลมหัวใจผู้ใหญ่ที่แหว่งวิ่นไปด้วยบาดแผลจากการเติบโต

“ฉันรู้สึกเสมอแหละว่าฉันนั้นเกิดมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง” ลาร์สันเล่า “จริงๆ แล้วฉันทำหนังมาตลอดทั้งชีวิตนั่นแหละค่ะ ทุกซัมเมอร์ ฉันนั่งเขียนบทแล้วก็กำกับหนังกับญาติๆ ถ่ายทำกันในโกดังมั่งโรงรถมั่ง

“ฉันอยากทำหนังที่นุ่มนวลและเป็นผู้หญิงมากๆ อยากให้ผู้ชายก้าวออกมาข้างหน้าและเข้ามาอยู่ในโลกของฉันบ้าง เพราะที่ผ่านมาฉันเคยเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของพวกเขามาตลอดทั้งชีวิต คราวนี้ล่ะที่พวกเขาจะได้เข้ามายังพื้นที่ของฉันบ้าง”

ไม่ผิดไปจากนั้น หนังของเธอมีกลิ่นอายความนุ่มนวลและเป็นผู้หญิงอยู่สูง Unicorn Store เล่าเรื่องของ คิต (ลาร์สัน) นักเรียนศิลปะที่งานอาร์ตของเธอถูกปัดตก เรียนจบออกมาก็รู้สึกไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เธอใช้เวลาทั้งวันแกร่วอยู่ในบ้านกับพ่อแม่จอมเนิร์ด และตัดสินใจสมัครเป็นพนักงานชั่วคราวของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งทำหน้าที่ถ่ายเอกสารวันต่อวัน

ชีวิตของคิตพลิกผันเมื่อจู่ๆ เธอได้รับการติดต่อจากพนักงานขาย (ซามูแอล แอล แจ็คสัน) ลึกลับที่บอกว่ามียูนิคอร์นเป็นๆ รอให้เธอรับไปเลี้ยงอยู่ แต่คิตต้องทำตามเงื่อนไขจำนวนมากให้ได้เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอกม้า, การจัดหาฟางจำนวนมาก และการเตรียมความรักมอบให้เจ้าสัตว์วิเศษ เพื่อจะจัดการเรื่องนี้ให้ลุล่วง เธอจึงติดต่อไปยัง เวอร์จิล (มามูดู แอธี) ช่างไม้ช่างสงสัย ว่าสิ่งที่คิตทำนั้นเป็นเพราะยูนิคอร์นมีตัวตนอยู่จริงหรือเป็นแต่เพียงความเพ้อเจ้อในหัวของหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้น

UniCorn Store เขียนบทโดย ซาแมนธา แม็กอินไทร์ นักแสดงสาว -ร่วมแสดงในเรื่องด้วย- ที่ฝากฝีมือการเขียนบทมาแล้วจากซีรีส์ Roommates กับ Married สิ่งที่น่าจับตาอย่างมากคือ ตัวลาร์สันเองขยายความว่าเธอใส่ความเป็นตัวเองและเรื่องราวอันเป็นส่วนตัวมากมาย ดังนั้น ด้านหนึ่งหนังมันจึงเป็นบทสะท้อนตัวตนเล็กๆ ของเธอที่อยู่ข้างหลังการเป็นนักแสดงหญิงรางวัลออสการ์ หรือแม้แต่การสวมบทบาทเป็นฮีโร่สาว

ตอนยังเด็ก เธอเชื่อว่าในห้องนอนมีปลากระเบนซ่อนอยู่ใต้เตียง และหากเธอยื่นเท้าออกไปจากผ้าห่มก็จะสัมผัสตัวมันได้ และเช่นเดียวกันกับเด็กอีกหลายๆ คน เธอมีเพื่อนในจินตนาการ (“พวกเขาเป็นหนูสามตัว หน้าตาเหมือนหนูจริงๆ ที่สวมเสื้อผ้าแบบเราๆ”) ที่ระเหิดหายไปเมื่อเธอเติบโตขึ้น… และนี่เองที่เธอดึงประสบการณ์ส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับผุ้ใหญ่หัวใจยังเด็กทั่วทั้งโลกผ่านหนังเรื่องแรก

แม้ว่าก่อนหน้านี้ ลาร์สันกำกับหนังสั้นที่ออกฉายอย่างเป็นทางการมาสองเรื่องคือ The Arm (2012 -ชายหนุ่มที่พบว่าหญิงสาวที่เขาจีบเกิดตายระหว่างพิมพ์ข้อความส่งหากัน) และ Weighting (2013, กำกับร่วมกับ ดัสติน โบวเซอร์ -ว่าด้วยเรื่องเล่าที่เวียนไปไม่มีจุดจบ) แน่นอนว่าหนัง Unicorn Store จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งของลาร์สันในฐานะผู้กำกับ เพราะมันนับเป็นประตูบานสำคัญที่จะพาเธอไปสู่อีกบทบาทหนึ่งจากนักแสดงหนังคอมิดี้, หญิงสาวเจ้าบทบาทในแวดวงหนังฟอร์มเล็ก ตลอดจนการฐานะ ‘ซูเปอร์ฮีโร่สาว’ ของจักรวาลมาร์เวล

“การทำหนังสั้นเป็นหนทางนึงในการพยายามควบคุมบางอย่างระหว่างรองานแสดงชิ้นต่อไป ฉันทำทุกอย่างที่ช่วยให้ตัวเองรู้สึกถึงชีวิตที่พ้นไปจากโลกการแสดงนั่นแหละ เพราะงั้นตอนที่ยังไม่มีงาน ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าโลกกำลังจะถึงจุดจบ แค่รู้สึกเหมือนชิ้นส่วนบางอย่างได้จบลงไปแล้วมากกว่า” เธออธิบาย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการมาถึงของบทแม่สู้ชีวิตใน Room หรือบทยอดมนุษย์ใน Captain Marvel (2019, แอนนา โบเด็น กับ ไรอัน เฟล็ค) เคยมีความพยายามของสตูดิโอในการจะสร้างหนัง UniCorn Store ขึ้นมาก่อนแล้ว และถึงขั้นที่เรียกออดิชั่นนักแสดงสาวเพื่อมารับบทเป็นคิต หนึ่งในคนที่เข้ารับการออดิชั่นครั้งนั้นคือลาร์สัน แต่แน่นอนว่าเธอชวดบทไปอย่างน่าเสียดาย

หากแต่โปรเจ็กต์ UniCorn Store กลับถูกระงับและเงียบหายไป ตัวลาร์สันเองหันไปแสดงหนังอีกหลายเรื่องตลอดจนกำกับหนังสั้นเล็กๆ น้อยๆ ไปพร้อมกันนั้น เธอหาโอกาสที่จะกำกับหนังยาวสักเรื่องมาโดยตลอด และนั่นคือจังหวะเวลาที่โปรเจ็กต์ Unicorn Store ได้รับการพูดถึงจาดสตูดิโออีกครั้ง ประจวบเหมาะกับการคว้าออสการ์สาขานำหญิงจาก Room ที่ส่งให้ลาร์สันมีชื่อในวงกว้าง จนมันเป็นเป็นประตูบานสำคัญที่เปิดโอกาสให้เธอได้ลองยื่นข้อเสนอในการทำหนังแก่สตูดิโอที่รับฟังเธอมากขึ้นเมื่อพิสูจน์แล้วว่าชื่อของเธอนั้น ‘ขายได้’

“การกำกับหนังมันมาพร้อมความเปราะบางบางอย่างนะ ตอนที่เราพูดว่า ‘นี่คือมุมมองของฉันล่ะ นี่คือวิธีที่ฉันมองโลก มันเปี่ยมความหมายสำหรับฉันมาก และฉันก็หวังว่ามันจะเปี่ยมความหมายต่อคนอื่นๆ เหมือนกัน'” ลาร์สันเล่าถึงความกดดันของเธอในฐานะคนทำหนัง “ส่วนที่ยากที่สุดในการกำกับ คือการที่ฉันสงสัยเสมอว่าคนอื่นๆ จะเชื่อใจฉันมากแค่ไหนกัน และตระหนักได้ว่าในฐานะนักแสดง การตอบรับร่วมงานในหนังสักเรื่องนั้นคือการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นแล้ว

“หนังเรื่องนี้มันเหมือนการวาดภาพเหมือนตัวเองแบบนามธรรมน่ะ” เธอว่า “การทำหนังเรื่องนี้มันสนุกและสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของการสร้างสรรค์เลย แต่มันก็มีบางจังหวะเวลาที่ฉันนึกขึ้นมาว่า มันดีแล้วเหรอที่จะบอกความคิดนี้ออกไป ฉันฑูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อได้จริงๆ เหรอ หรือนี่เรากำลังจะโดนถล่มยับแหลกเป็นชิ้นๆ หรือเปล่า

“เราต่างมีวัยเยาว์และความไร้เดียงสานั้นอยู่ในตัวเองเสมอ แม้ในเวลาที่เราเผชิญหน้ากับความกลัว กับความดำมืด ความเป็นเด็กของเราก็จะยังอยู่ ณ ที่แห่งนั้นเสมอค่ะ”