13 Reasons Why American Horror Story Billie Eilish horror ROMA Spirited Away The Babadook The Walking Dead When We All Fall Asleep Where Do We Go?

บิลลี ไอลิช นักร้องสาวฮ็อตหลอนจิตแห่งยุค กับโลก Horror บันดาลใจ!

Home / bioscope / บิลลี ไอลิช นักร้องสาวฮ็อตหลอนจิตแห่งยุค กับโลก Horror บันดาลใจ!

“ฉันแค่ชอบแนวคิดในการเชิดชูสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คนเรา ‘กลัวอย่างถึงที่สุด’ น่ะค่ะ” คือประโยคที่ บิลลี ไอลิช -นักร้องสาวที่กำลัง ‘ฮ็อตฮิต’ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก- ได้กล่าวไว้ถึงแรงบันดาลใจในการทำงานของเธอ

…ว่าแต่เหตุใดเด็กสาววัย 17 อย่างไอลิชจึงกลายมาเป็นสาวฮ็อตของวงการดนตรีโลกในนาทีนี้?

อาจเป็นเพราะ หนึ่ง, อัลบั้มแรกชื่อยาวของเธออย่าง When We All Fall Asleep, Where Do We Go? กำลังถูกพูดถึงอย่างหนาหูในหมู่ผู้ฟังและนักวิจารณ์ ด้วยแนวเพลงในสไตล์อิเล็กโทรป๊อปที่เต็มไปด้วยลูกล่อลูกชนสุดหลอกหลอน ทั้งในแง่เนื้อหาและดนตรีอันเป็นผลผลิตของไอลิชและ ฟินนีส โอคอนเนลล์ พี่ชายผู้เป็นโปรดิวเซอร์ของเธอ

When We All Fall Asleep, Where Do We Go?

สอง, เธอเพิ่งสร้างสถิติเป็น ‘ศิลปินคนแรกที่เกิดในยุค 2000 ที่มีอัลบั้มอันดับ 1 บนชาร์ตบิลล์บอร์ด’ ของสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ หลังจากข้ามฝั่งไปคว้าอันดับ 1 บนอัลบั้มชาร์ตมาได้จากหลากหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ สวีเดน เบลเยี่ยม ฯลฯ

และสาม, ทัศนคติเท่ๆ เหวอๆ ในการทำเพลงและการใช้ชีวิตของเธอนั้นช่างน่าสนใจจนสื่อเล็กสื่อใหญ่รุมสัมภาษณ์กันไม่หยุดหย่อนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเฉพาะการที่เธอหยิบเอารสนิยมความชื่นชอบส่วนตัวที่มีต่อ ‘เรื่องเล่าสยองขวัญ’ ในสื่อภาพยนตร์หรือโทรทัศน์มาแปรสภาพเป็นผลงานเพลง-รวมถึงมิวสิกวิดีโอ-แนว ‘ขนหัวลุก’ ที่เปี่ยมเอกลักษณ์และสดใหม่ดังที่เราได้ฟังกัน …ซึ่งนี่เองคือสิ่งที่ BIOSCOPE สนอกสนใจเป็นยิ่งนัก!

อีพี Don’t Smile at Me

“ฉันโตมาจากการนั่งเรียนอยู่บ้านค่ะ ฉันเลยคุกรุ่นไปด้วยไอเดียและความคิดสร้างสรรค์เนื่องจากฉันมีเวลาเหลืออยู่เพียบ มันทำให้ฉันได้ดูหนังหลายเรื่อง และได้ทดลองทำเรื่องบ้าๆ บอๆ อีกเต็มไปหมด” ซึ่งหนังส่วนหนึ่งที่เธอหมายถึงก็คือ ‘หนังสยองขวัญ’ (Horror) นี่เอง “ฉันโคตรชอบพวกหนังสยองขวัญเลยค่ะ” เธอยืนยัน

และก็ดูเหมือนว่า ไอลิชจะรับเอาเรื่องเล่าสยองขวัญเหล่านี้มาปรับแปลงเป็นเรื่องราวในงานเพลงของเธออยู่เสมอ และหลายครั้ง เธอก็ดูจะเพลิดเพลินเสียเหลือเกินกับการสื่อสารถึง ‘ความกลัว’ บนโลกในรูปแบบที่ต่างกันไป ผ่านบรรยากาศในงานดนตรีที่บ้างก็หลอกหลอนบ้างก็หน่วงหนักทึมทึบ (จนฟังดูคล้ายสกอร์ประกอบหนังสยองขวัญ!) และเสียงร้องกึ่งหนักกึ่งเบาที่ผันแปรไปตามเนื้อหาอันน่าสะพรึงของเพลง ยกตัวอย่างเช่น การเล่าเรื่องหญิงจิตป่วงที่ฆาตกรรมเพื่อนๆ แล้วทิ้งศพไว้หลังรถในเพลง Bellyache จาก Don’t Smile at Me อีพีอัลบั้มก่อนหน้านี้เมื่อปี 2017 (หลังแจ้งเกิดจากซิงเกิ้ล Ocean Eyes ปี 2015) “เวลาฉันเขียนเพลง ฉันพยายามที่จะกลายเป็นตัวละครที่ต่างกันไป คุณสามารถเขียนเพลงเกี่ยวกับการตกหลุมรักใครสักคนได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปรักใครจริงๆ หรือเขียนเพลงเกี่ยวกับการฆ่าใครสักคนโดยที่ไม่ต้องฆ่าคนจริงๆ เพลงอย่าง Bellyache ก็เกี่ยวกับการทำสิ่งเหล่านี้แหละค่ะ แต่ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวกับความรู้สึกเสียใจและความรู้สึกผิดมากกว่า – การเป็นตัวละครนี่มันสนุกดีนะคะ เพราะคุณจะได้วางตัวเองอยู่ในจุดที่คุณไม่เคยเป็นจริงๆ มาก่อน

You Should See Me in a Crown
When the Party’s Over

ไม่เพียงกับงานเพลงเท่านั้น แต่กับงานด้านวิชวลอย่างมิวสิกวิดีโอ ไอลิชก็ดูจะตีความและถ่ายทอดความสยดสยองหรือแม้แต่ความกลัวออกมาให้เราได้เห็นกันอย่างเด่นชัด ทั้งใน You Should See Me in a Crown ที่เธอเอา ‘แมงมุม’ หลากสายพันธุ์มาปีนป่ายอยู่บนใบหน้า (กรี๊ด!), When the Party’s Over ที่เธอร้องไห้ออกมาเป็นสายน้ำสีดำลึกล้ำที่ดูราวกับเลือดข้นๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ หรือ Bury a Friend ที่นอกจากจะนำเสียง ‘สว่านกรอฟัน’ มาใช้กับเพลงที่ว่าด้วย ‘ปีศาจใต้เตียง’ นี้แล้ว เอ็มวีก็ยังจัดเต็มกับมุมกล้อง การตัดต่อ และการเล่นแสงเงาที่ขับเน้น ‘ความน่ากลัว’ ออกมาจนดูเหมือนกับเรากำลังดูหนังสยองขวัญสักเรื่อง!

ฉันแค่ชอบแนวคิดในการเชิดชูสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คนเรา ‘กลัวอย่างถึงที่สุด’ น่ะค่ะ คุณรู้มั้ยว่ามันมีทั้งคนที่กลัวเข็ม, คนที่กลัวอะไรก็ตามที่อยู่ใต้เตียง แล้วก็คนที่กลัวความมืด …ฉันแค่อยากทำอะไรบางอย่างให้คนสะดุ้งน่ะ” เธอเล่า “คุณคงเห็นวิดีโอของฉันที่มีแมงมุมโผล่ออกมาจากปาก ซึ่งมาจาก You Should See Me in a Crown ฉันต้องให้แมงมุมทารันทูลาตัวเบิ้มคลานออกมาจากปากของฉัน ซึ่งนั่นเป็นของจริงนะคะ! ทุกอย่าง(ในวิดีโอ)ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องสมจริงสำหรับฉัน อย่างน้ำตาสีดำใน When the Party’s Over นั่นก็ของจริง ตอนที่ตาฉันดำสนิทและดูน่ากลัวมากๆ นั่นก็เป็นเพราะฉันใส่คอนแท็กต์ฯ จริงๆ ฉันเกลียดการทำทุกอย่างด้วย CGI มากเลยขอบอก …หรืออย่าง Bury a Friend นั่นก็ได้รับอิทธิพลมาจากหนังสยองขวัญหลายเรื่องเลยค่ะ หนังอย่าง The Babadook นี่ถือเป็นเรื่องหลักเลย ฉันคิดว่าวิดีโอนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นมาได้เลยหากไม่มี The Babadook

“จริงๆ งานวิชวลเป็นอีกเรื่องนึงที่ฉันชอบค่ะ เพราะฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือน ‘ศิลปินวิชวล’ มากกว่าเวลานึกถึงตัวเอง เพราะ ‘ภาพ’ มันมักจะมาก่อนเสมอ” เธอเล่า “ฉันเพิ่งจะมานึกเอาได้เมื่อเร็วๆ นี้เองว่า Spirited Away เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่และส่งอิทธิพลสำหรับฉันมากขนาดไหน ทุกอย่างที่ดูสร้างสรรค์, Spirited Away และ The Babadook ก็ด้วย ฉันคลั่ง The Babadook กับพวกงานวิชวลแนวขนหัวลุกมากๆ เลยค่ะ

นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องเล่าสยองขวัญสุดโปรดอย่างหนัง Get Out, ซีรีส์ American Horror Story (โดยเฉพาะ Murder House กับ Coven) และ The Walking Dead ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับงานของไอลิชอีกด้วย โดยเฉพาะซีรีส์ซอมบี้เรื่องหลังสุดที่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการแต่งเพลงแรกๆ ของเธอตอนอายุ 11 “เพลงแรกจริงๆ ที่ฉันแต่งมันเกี่ยวกับวันสิ้นโลกหลังซอมบี้บุกน่ะค่ะ ซึ่งมันก็พิลึกมากเพราะตอนที่มันถูกปล่อยออกมา ไม่มีใครรู้เลยว่ามันเป็นเพลงเกี่ยวกับอะไร เพลงนี้ชื่อ Fingers Crossed ซึ่งตอนที่ฉันนั่งดู The Walking Dead ฉันก็แต่งบางท่อนมาจากมัน ลองกลับไปดู The Walking Dead ทุกตอนสิคะ คุณจะเจออะไรหลายอย่างเลยที่อยู่ในเพลงนี้ของฉัน ชื่อตอนหลายตอนก็อยู่ในนั้นนั่นแหละ”

อย่างไรก็ดี เธอไม่ได้เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการทำเพลงว่าด้วย ‘ความกลัว’ หากแต่ยังลองเล่าเรื่องอื่นๆ ในลีลาหลอกหลอนของเธอไปด้วยเช่นกัน และหลายครั้งมันก็เข้าไปพัวพันกับหนัง/ซีรีส์โดยอัตโนมัติ อาทิ การทำเพลงชื่อ Lovely ร่วมกับศิลปินหนุ่ม Khalid ซึ่งก็ออกมาหลอนปนโศกจนได้ไปประกอบในซีซั่นสองของซีรีส์ดัง 13 Reasons Why เป็นหนที่สอง (เพลง Bored ของเธอเคยประกอบในซีซั่นแรกมาแล้ว), การนำบทพูดสุดเหวอในซีรีส์โปรดอย่าง The Office มาตัดแปะไปทั่วทั้งเพลงใน My Strange Addiction อันเป็นแทร็คหนึ่งในอัลบั้ม และยังทำเพลงบัลลาด When I Was Older ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฉากต่างๆ -ทั้งฉากทะเลและฉากไฟไหม้ป่า- ในหนังขวัญใจนักวิจารณ์อย่าง Roma ของ อัลฟองโซ กัวร็อง อีกต่างหาก

“การเป็นตัวละครนี่มันสนุกดีนะคะ เพราะคุณจะได้วางตัวเองอยู่ในจุดที่คุณไม่เคยเป็นจริงๆ มาก่อน” – คำพูดนี้ก่อนหน้าของเธอคงช่วยให้ใครหลายคนหายข้องใจว่า เหตุใดเด็กสาวที่มีอายุเพียง 17 ปีคนนี้ที่พยายามสร้างความหลากหลายและแปลกต่างในงานเพลงของตนมาตลอดหลายปี จึงสามารถมีมุมมองต่อชีวิตที่ดูเติบโตเป็นผู้ใหญ่เกินวัยนัก และสามารถพัฒนางานสร้างสรรค์ทั้งภาพและเสียงได้อย่างก้าวกระโดดเช่นนี้

…และเหตุใดที่ชื่อของ บิลลี ไอลิช จึงขึ้นแท่นเป็น ‘ศิลปินเพลง/วิชวล’ คนสำคัญที่น่าจับตาแห่งยุคได้อย่างไร้ข้อกังขา!