Love Actually

ตอนนี้ รักของคุณเป็นแบบไหนใน Love Actually: หนังรักที่อยู่กับเราในทุกเวลา

Home / bioscope / ตอนนี้ รักของคุณเป็นแบบไหนใน Love Actually: หนังรักที่อยู่กับเราในทุกเวลา

Love Actually (2003) หนังรักของ ริชาร์ด เคอร์ติส ที่กวาดเงินไปทั้งสิ้น 246 ล้านเหรียญฯ จากทุนเพียง 45 ล้านเหรียญฯ ทั้งยังเป็นหนังขึ้นหิ้งที่ถูกนำมาเปิดซ้ำๆ ในหลายเทศกาล ไม่ว่าจะคริสต์มาส, ปีใหม่ หรือวาเลนไทน์ (อาจจะรวมวัยหยุดยาวอย่างสงกรานต์นี้ด้วยก็ได้นะเอ้อ!) ด้วยเหตุผลที่ว่า มันเป็นหนังที่ไม่ว่าคุณจะเติบโตไปอย่างไร อยู่ในวัยไหน แต่เรื่องราวของความรักจากคนทั้งเก้าคู่ ก็คงสัมผัสคุณบ้างไม่มากก็น้อย

และนี่เองคือเหตุผลที่ว่า ทำไม Love Actually ถึงได้เป็นหนึ่งในหนังที่เดินทางข้ามกาลเวลามาได้อย่างยาวนาน แม้ในโลกที่เต็มไปด้วยหนังรักมากหน้าหลายตาและถูกผลิตขึ้นมาในทุกๆ ปีก็ตาม… มาดูกันว่าช่วงจังหวะเวลาไหนในชีวิตที่คุณอาจจะ ‘อิน’ ไปกับเรื่องราวของตัวละครและชีวิตรักของพวกเขาเป็นพิเศษ

 

‘รักแรก’ ของเจ้าหนูแซมกับเด็กหญิง

รักแรกอันทุกข์ระทมของ แซม (โทมัส โบรดี-แซงสเตอร์) เด็กชายที่แม่เสียชีวิตและต้องอยู่กับ แดเนียล พ่อเลี้ยง (เลียม นีสัน) ความทุกข์ใจของเขาอันมาจากการชอบสาวป๊อปในโรงเรียนประถมทำให้เขาเก็บเนื้อเก็บตัวจนแดเนียลเข้าใจไปว่าเขาทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีพอ หากแต่เมื่อเขานั่งลงคุยกับแซมแล้วจึงพบว่าเจ้าหนูเพียงแต่เศร้าใจกับการหลงรักสาวน้อยนางหนึ่งเท่านั้น และนี่ช่างเป็นรักแรกที่ตราตรึงในสายตาของแดเนียลจนเขาทำทุกทางเพื่อให้ลูกชายได้สารภาพความในใจกับเด็กหญิง

เราเชื่อว่าหลายคนอาจมีโมเมนต์ในชีวิตเช่นเดียวกับแซม นั่นคือภาวะรักแรกและมึนงงกับมันจนรับมือไม่ไหว เว้นเสียแต่ว่าจะได้ความช่วยเหลืออันอบอุ่นจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูงมาประคับประคองให้ผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน

 

‘รักโรแมนติก’ ของประธานาธิบดีกับสาวใช้

เช่นเดียวกับหนังสร้างชื่อที่เขาเขียนบทให้เรื่องก่อนหน้าอย่าง Notting Hill (1999) เคอร์ติสชาญฉลาดอย่างยิ่งในการสร้างบรรยากาศแบบเทพนิยายในเรื่อง หาก Notting Hill ว่าด้วยเรื่องความรักของชายธรรมดากับนักแสดงสาวสวย สิ่งที่เป็นเทพนิยายใน Love Actually คือความรักระหว่างประธานาธิบดี (ฮิวจ์ แกรนต์ -พลิกบทบาทจากชายหนุ่มเฉิ่มเชยมาเป็นผู้บริหารประเทศสุดเนี้ยบ) กับ นาตาลี (มาร์ตีน แม็กคัตชอน) สาวใช้ที่ทักทายเขาอย่างตื่นเต้นด้วยการอุทานคำหยาบจนประธานาธิบดีประทับใจ (โอ้…) รักต่างชนชั้นดำเนินไปอย่างน่าจับตาและน่ารัก ว่าระหว่างสาวบ้านธรรมดากับหนุ่มมาดขรึมผู้มีอารมณ์ขันเป็นของตัวเองจะลงเอยอย่างไร แต่ทางเราเชื่อว่า ตอนนี้หลายๆ คนอาจกำลังเจอกับความรักโรแมนติกดุจเทพนิยายแบบนี้ในชีวิตจริงก็เป็นได้

 

‘ข้าวใหม่ปลามัน’ แบบปีเตอร์และจูเลียต

คู่รักหนุ่มสาวในเรื่องที่รับบทโดย ชิวีเทล เอจิโอฟอร์ กับ เคียรา ไนต์ลีย์ ควงแขนกันเข้าพิธีแต่งงานกันตั้งแต่ต้นเรื่อง พร้อมสักขีพยานมากมาย และเป็นไปได้ว่าช่วงที่ผ่านมาอาจเป็นฤกษ์งามยามดีที่หลายๆ คนเพิ่งตกลงปลงใจจัดพิธีแต่งงานร่วมกันแบบปีเตอร์และจูเลียต

 

‘(แอบ)รักคนที่เป็นไปไม่ได้’ ของมาร์ค

สืบเนื่องจากคู่ด้านบน หนึ่งในฉากขึ้นชื่อของ Love Actually คือฉากที่จูเลียตพบว่า มาร์ค (แอนดรูว ลินคอล์น) เพื่อนรักของปีเตอร์ ถ่ายวิดีโองานแต่งโดยมีแค่เธอเท่านั้น มาร์คงำความคิดไว้โดยแสร้งเดินหายออกมาจากบ้านพัก (พร้อมกับเพลง Here With Me ของศิลปินสาว ไดโด ที่ดังขึ้นอย่างได้จังหวะและหมดจดมากๆ) ก่อนเขาจะกลับไปหาเธออีกครั้งในวันคริสต์มาส เพื่อบอกความในใจโดยไม่หวังในผลลัพธ์ -เพราะไม่อาจเป็นได้จริงอยู่แล้ว- และดูเหมือนเขาจะเป็นหนึ่งในตัวละครที่เผชิญหน้ากับรักต้องห้ามที่น่าเห็นใจมากที่สุดคนหนึ่งในโลกภาพยนตร์ และได้แต่หวังว่าคงไม่มีใครต้องเผชิญสถานการณ์เดียวกันกับเขา หรือหากมี… ก็อย่านานเกินไปนัก

 

‘รักไม่ได้ (TT)’ แบบซาราห์

ซาราห์ (ลอรา ลินนีย์) สาวออฟฟิศหน้าตาสะสวยที่ทำงานเก่งกาจจนเป็นที่วางใจของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน ปัญหาเดียวที่เธอมีในชีวิตคือน้องชายที่มีอาการคุ้มดีคุ้มร้ายจนต้องโทรศัพท์มาตามตัวให้เธอไปอยู่ดูแลเขาเสมอ จนซาราห์แล้งไร้หนุ่มมาดูแลเพราะเธออุทิศทั้งชีวิตให้ครอบครัว แม้ว่าจะออกเดตกับ คาร์ล (ร็อดริโก ซานโตโร) เพื่อนร่วมงานหนุ่มลูกครึ่งสุดฮ็อต จนแม้ทุกอย่างไปได้สวย เธอก็ไม่อาจ ‘ข้ามเส้น’ การประคับประคองครอบครัวที่ทำให้ชีวิตส่วนตัวของเธอพังทลายลงไปได้

 

‘ต้องรักต่อไป’ ของคู่สามีภรรยา

แฮร์รี (อลัน ริคแมน) แต่งงานและอยู่กินกับ คาเร็น (เอ็มมา ทอมป์สัน) มานานแสนนาน ก่อนวันคริสต์มาส คาเร็นแอบไปเห็นว่าแฮร์รีซื้อสร้อยคอราคาแพงหูฉี่มาเป็นของขวัญและเข้าใจเอาเองว่าเขานั้นซื้อมาเซอร์ไพรซ์เธอ แต่การณ์กลับไม่เป็นดังนั้น เอ็มมา ทอมป์สัน ได้ทำให้ตัวละครแม่และเมียที่ดีรายนี้เป็นที่จดจำอย่างยิ่งด้วยแววตาหลังเห็นของขวัญที่เธอได้ ตลอดไปจนความเข้มแข็งที่เธอกู้คืนมาให้ตัวเองหลังกะพริบตาไล่น้ำตาเสร็จสิ้น และเดินหน้าประคับประคองครอบครัวของตัวเองต่อไป

นี่อาจเป็นปลายทางของคู่รักหลายๆ คู่ ที่แม้มันหักพังไปแล้วแต่ก็ยังต้องฝืนเดินหน้าเพื่อก้าวต่อไปนั่นแหละนะ