Game of Thrones Game of Thrones Season 8

ฉากเปิดนั้นสำคัญไฉน… ชำแหละ Title Sequence สุดอลังการของ Game of Thrones

Home / bioscope / ฉากเปิดนั้นสำคัญไฉน… ชำแหละ Title Sequence สุดอลังการของ Game of Thrones

โดย กฤตนัย จงไกรจักร

 

Game of Thrones คือสุดยอดซีรีส์สำหรับผู้ชมค่อนโลกที่เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 8 -อันถือเป็นซีซั่นสุดท้ายแล้ว- ในปีนี้ โดยเล่าเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจแห่ง ‘บัลลังก์เหล็ก’ ที่เกิดขึ้นระหว่าง 7 อาณาจักร ผ่านตัวละครมากกว่า 200 ตัว! …แน่นอนว่าถ้าคุณเป็นมือใหม่ของซีรีส์มหากาพย์เรื่องนี้ ในช่วงแรกๆ ของการรับชม คุณอาจต้องเปิดแผนผังครอบครัวของตระกูลทั้งหมด อ่านบทสรุปเรื่องราวในแต่ละตอน หรือแม้กระทั่งกางแผนที่ทวีปเวสเทอรอส เพื่อทำความเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นมันคืออะไรกันแน่?

แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว คุณอาจไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลานั่งทำสิ่งเหล่านั้น เพราะคุณสามารถเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ ได้ด้วยการนั่งจับสังเกต ‘ไตเติ้ล ซีเควนซ์’ (Title Sequence) หรือ ‘ฉากเปิดเรื่อง’ -ซึ่งมักถูกออกแบบขึ้นมาสำหรับแนะนำเรื่องราว ตัวละคร รวมถึงรายชื่อนักแสดง/ทีมงานผู้ผลิต- ในช่วงต้นของซีรีส์ชุดนี้เท่านั้นเอง!

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในปัจจุบันนี้ แทบจะไม่มีใครอยากมานั่งดูไตเติ้ล ซีเควนซ์กันอีกต่อไปแล้ว และคนดูหลายราย-ในสตรีมมิ่งเซอร์วิส-ก็ถึงขั้นกดข้ามมันไปเพื่อประหยัดเวลาเสียด้วยซ้ำ ทว่าสำหรับไตเติ้ล ซีเควนซ์ของซีรีส์ของ Game of Thrones นั้นกลับเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะผู้ชมต่างเฝ้ารอดูฉากเปิดของซีรีส์ชุดนี้ในแต่ละครั้งอย่างใจจดใจจ่อ และมันก็ยังไปไกลถึงขนาดถูกนำไปวิเคราะห์กันเป็นฉากๆ เลยก็มี – เรียกได้ว่าเหล่าคนดูให้ความสนใจในส่วนนี้ไม่แพ้ตัวเนื้อเรื่องเลยทีเดียว

ว่าแต่อะไรกันที่ทำให้ไตเติ้ล ซีเควนซ์ของ Game of Thrones ประสบความสำเร็จขนาดนี้ เราจะมาชำแหละวิธีการสร้างและพัฒนาการต่างๆ ของเจ้าสิ่งนี้กัน!

ไตเติ้ล ซีเควนซ์ดังกล่าวถูกสร้างโดยบริษัท Elastic ภายใต้การดูแลของโปรดิวเซอร์อย่าง แองกัส วอลล์ โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดเบื้องต้นในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ว่า “เมื่อแรกทำ ผมก็รู้ทันทีว่า พวกเราต้องเล่าภูมิศาสตร์ของโลกใบนี้ให้คนดูได้รับรู้” โดยเขาตัดสินใจต่อยอดมันขึ้นมาจาก ‘แผนที่ของเวสเทอรอส’ นั่นเอง เพราะเนื่องจากเรื่องราวของ Game of Thrones เกิดขึ้นในเวสเทอรอส-อันเป็นทวีปที่ถูกสมมติขึ้นมาและประกอบไปด้วยอาณาจักรถึง 7 แห่ง ซึ่งก็รวมทั้งปราสาทและสถานที่สำคัญต่างๆ ที่จำเป็นต่อเรื่องเล่าชุดนี้อีกจำนวนไม่น้อยด้วย

ในช่วงแรก ทีมผู้สร้างได้วางโครงร่างของไตเติ้ลฯ ให้มีลักษณะเหมือนแผนที่ของนักบิน และนำเสนอในรูปแบบของการขับเครื่องบินจากปราสาทคิงส์แลนดิ้ง (King’s Landing) ไปจนถึงเดอะ วอลล์ (The Wall) แต่เมื่อทำเสร็จออกมา มันกลับดูไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย วอลล์จึงจัดการปรับเปลี่ยนไตเติ้ลฯ ใหม่แทบทั้งหมด โดยคราวนี้ เขาเลือกใช้ ‘ภาพแอนิเมชั่นสามมิติ’ ที่แสดงถึงปราสาทหรือสถานที่ที่สำคัญๆ ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวข้องในแต่ละตอนเพียงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ชมนั่นเอง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ วอลล์ยังสร้างความน่าตื่นเต้นด้วยการใส่ ‘เรื่องราวที่กำลังดำเนินไป’ ของซีรีส์ลงไปในแอนิเมชั่นภูมิศาสตร์ของเขา (เช่น เมืองไหนที่ถูกเผาทำลาย เราก็จะเห็นควันพวยพุ่งออกมา เป็นต้น) แถมยังใส่ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลต่างๆ ลงไปในปราสาทแต่ละแห่งเพื่อแสดงถึงตระกูลที่กำลังปกครองเมืองอยู่ในขณะนั้นอีกด้วย (โดยหากปราสาทแห่งนั้นมีการเปลี่ยนมือ ตราสัญลักษณ์ก็จะเปลี่ยนตาม) – ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกกลั่นกรองและเลือกหยิบมาใช้ จนกลายเป็นที่มาของไตเติ้ล ซีเควนซ์สุดอลังการและแสนสนุกที่แฟนๆ ชื่นชอบในแบบที่เราได้เห็นกันอยู่นี้

วินเทอร์เฟลล์จากไตเติ้ล ซีเควนซ์ในร่างแรกๆ
1.
รู้หรือไม่ …ไตเติ้ล ซีเควนซ์ของ Game of Thrones ถูกสร้างขึ้นจาก ‘กฎ 3 ข้อ’

เมื่อวอลล์วางหลักการไว้ว่า ฉากเปิดเรื่องของซีรีส์ต้องถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดรับกับเนื้อเรื่องของซีรีส์ในขณะนั้น เขาจึงไม่ได้กำหนดกรอบที่ตายตัวแต่อย่างใด และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลอดทั้ง 8 ซีซั่นของ Game of Thrones มีไตเติ้ล ซีเควนซ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยหนึ่งในโปรดิวเซอร์อย่าง เกร็ก สเปนซ์ ได้สร้าง ‘กฎ 3 ข้อ’ เอาไว้ให้ทีมงานใช้ในการสร้างไตเติ้ลฯ ซึ่งเขาได้อธิบายหลักการไว้ดังนี้ :

กฎข้อ 1 : ในไตเติ้ล ซีเควนซ์ทุกครั้ง ต้องมี ‘4 สถานที่หลัก’ นี้ปรากฏอยู่ด้วยเสมอ

คิงส์แลนดิ้ง, วินเทอร์เฟลล์ (Winterfell), เดอะ วอลล์ และสถานที่ที่ เดเนอริส ทาร์แกเรียน อยู่ในขณะนั้น คือ 4 สถานที่สำคัญที่จะต้องถูกยึดไว้เป็นสถานที่หลักที่ต้องปรากฏเสมอ เนื่องจากทั้งหมดนี้คือสถานที่ที่จะนำมาซึ่งเหตุการณ์สำคัญของซีรีส์เสมอ – กล่าวคือ คิงส์แลนดิ้งเป็นสถานที่ตั้งของบังลังก์เหล็ก-ศูนย์รวมอำนาจทั้งหมดของเวสเทอรอส / ปราสาทวินเทอร์เฟลล์คือปราสาทของตระกูล สตาร์ค -อีกหนึ่งตระกูลสำคัญที่กำลังช่วงชิงอำนาจของบังลังก์เหล็ก / และเดอะ วอลล์ กำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานโดยกองทัพ ไวต์ วอล์คเกอร์ ผีดิบเดินได้ซึ่งจะกลายมาเป็นกลุ่มตัวละครสำคัญในซีซั่นสุดท้าย

ส่วนสถานที่ที่เดเนอริสอยู่นั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงตามจุดที่นางเดินทางไปถึงอยู่ตลอด ซึ่งสเปนซ์อธิบายว่า “เหตุผลที่เราต้องใส่ลงไปนั้น เพราะกล้องจะแพนข้ามจากเวสเทอรอสไปที่เอสซอส (อีกฝั่งหนึ่งของเวสเทอรอส-ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอพำนักอยู่ในช่วงแรก) ซึ่งมันจะช่วยอธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของทวีปดังกล่าวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการทบทวนถึงเส้นทางการเดินทางเพื่อชิงบัลลังก์เหล็กของเธอด้วยเช่นกัน” ยกตัวอย่างเช่น ในซีซั่นที่ 1 ไตเติ้ล ซีเควนซ์จะแสดงให้เห็นเอสซอสที่เป็นสถานที่เริ่มต้นในเส้นเรื่องของเธอ ขณะที่ในซีซั่นที่ 7 ไตเติ้ล ซีเควนซ์กลับแสดงให้เห็นถึงปราสาทดราก้อนสโตน (Dragon Stone) ที่เธอเดินทางไปถึงนั่นเอง

กฎข้อ 2 : อย่าเสียเวลากับการสร้าง ‘เมืองที่ปรากฏขึ้นแค่เพียงตอนเดียว’

สืบเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณและเวลาการผลิต ทำให้การสร้างไตเติ้ล ซีเควนซ์ต้องออกมา ‘คุ้มค่า’ ที่สุด โดยใน 1 ตอนจะต้องมีระยะเวลาเพียง 90 วินาทีตามความยาวของเพลงเท่านั้น สเปนซ์จึงต้องใส่รายละเอียดสำคัญทั้งหมดให้ครบถ้วนภายในเวลาดังกล่าว ซึ่งด้วยข้อจำกัดนี้ หากมีปราสาทหรือเมืองไหนที่ปรากฏเพียงแค่ตอนเดียว มันก็จะไม่ถูกรวมอยู่ในไตเติ้ลฯ เช่น ในซีซั่นที่ 5 ซานซา หญิงสาวตระกูลสตาร์คผู้นำคนสำคัญของวินเทอเฟลล์ และ ลอร์ดเบลิช อำมาตย์ผู้ติดตาม ได้อาศัยอยู่ที่รูนสโตน (Runestone) ปราสาทในอาณาจักรเวลส์ แต่เนื่องจากพวกเขาอยู่เพียงแค่ตอนเดียวเท่านั้น ทางทีมงานจึงเลือกที่จะไม่สร้างปราสาทรูนสโตนลงไปในไตเติ้ลฯ และใช้สัญลักษณ์แสดงแทนว่าซานซาและลอร์ดเบลิชกำลังอยู่ที่อาณาจักรเวลส์เท่านั้น แม้ว่าเนื้อเรื่องในส่วนนี้จะสำคัญมากสักแค่ไหนก็ตาม

สัญลักษณ์บน King’s Landing
กฎข้อ 3 : หากมีสถานที่สำคัญเยอะกว่า 4 แห่ง ก็เร่ง ‘ความเร็ว’ เสียสิ

หากในซีซั่นใดมีฉากที่สำคัญมากกว่า 4 ฉาก (ดังที่กล่าวไปในข้อ 1) และไม่สามารถตัดออกได้ สิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้ไตเติ้ล ซีเควนซ์สามารถแสดงภาพสถานที่ได้มากกว่า 4 แห่งก็คือ ‘ความเร็ว’ ของตัวแอนิเมชั่น ทั้งการผุดขึ้นของปราสาทต่างๆ และการแพนกล้อง โดยการเกิดขึ้นของเมืองและปราสาทในไตเติ้ลฯ นั้นจะเกิดจากการหมุนฟันเฟืองที่ต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ ไป ซึ่งในบางสถานที่ที่มีรายละเอียดเยอะ ก็จะมีระยะเวลาการหมุนตรงส่วนนี้นานกว่าปกติ (เช่น ปราสาทคิงส์แลนดิ้ง) ดังนั้น หากทีมงานต้องการจะเพิ่มสถานที่อีกแห่งเข้าไป การลดรายละเอียดฟันเฟืองของปราสาทเหล่านี้จะทำให้ประหยัดเวลาไปได้มากขึ้นอีก ประกอบกับการแพนกล้องจากเมืองหนึ่งไปสู่อีกเมืองหนึ่งนั้น หากปรับความเร็วมากยิ่งขึ้นก็จะสามารถช่วยเพิ่มระยะเวลาได้เช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น ในซีซั่นที่ 5 ตอนที่ 2 มีสถานที่ปรากฏในไตเติ้ลฯ ถึง 8 แห่ง โดยนอกจาก 4 สถานที่หลักแล้ว ยังมีเมืองใหม่ที่ถูกเพิ่มขึ้นมา คือเมืองเพนทอส (Pentos) ที่ ทีเรียน แลนนิสเตอร์ หลบหนีออกมาจากคิงส์แลนดิ้ง, เมืองบราวอส (Bravos) เมืองที่ อาร์ยา สตาร์ค กำลังฝึกการต่อสู้อยู่ในขณะนั้น อาณาจักรเวลส์ที่ซานซาอยู่ และการเปิดตัวอาณาจักรดอร์น (Dorne) 1 ใน 7 อาณาจักรสำคัญของเรื่อง เนื่องจากทั้งหมดนี้เป็นเนื้อเรื่องสำคัญที่จะส่งผลในช่วงท้ายของซีซั่น ทางทีมงานจึงต้องใส่เพิ่มลงไป ทำให้ความเร็วของการผุดขึ้นของสถานที่และจังหวะการซูมเข้า-ออกของกล้องรวดเร็วขึ้นกว่าที่เคย

หลังจากที่นำกฎทั้ง 3 ข้อมารวมกันแล้ว ผลลัพธ์ที่ถอดออกมาจากสมการดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในไตเติ้ล ซีเควนซ์ทุกตัว ซึ่งจะอธิบายได้ตามลำดับขั้นตอนดังนี้ :

เริ่มต้นจากการแพนกล้องไปยังวงกลมที่เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ของเวสเทอรอส ซึ่งคล้ายคลึงกับโคมไฟที่อยู่ในซิทาเดล (Citadel) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บประวัติศาสตร์สำคัญของเวสเทอรอส การใส่ลูกเล่นนี้ลงไปจึงเหมือนกับการเปรียบเปรยเป็นนัยๆ ว่า ต่อไปนี้ เราจะมาสำรวจประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเวสเทอรอสกัน

ถัดมา กล้องก็จะแพนมาที่คิงส์แลนดิ้งเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเวสเทอรอส และเป็นที่ตั้งของบัลลังก์เหล็ก-จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด โดยคิงส์แลนดิ้งจะถูกสร้างขึ้นผ่านการหมุนฟั่นเฟืองต่างๆ ซึ่งส่งผลให้เมืองอื่นๆ ที่ปรากฏต่อไปนั้น เกิดขึ้นและหายไปในไตเติ้ลฯ แต่ละตอน …ตรงส่วนนี้จึงแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของคิงส์แลนดิ้ง เพราะหากมีการเคลื่อนไหวของเมืองหลวงนี้เมื่อไหร่ มันจะส่งผลกระทบต่อทุกหัวเมืองที่เหลือในเวสเทอรอสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากนั้น มุมกล้องจึงค่อยๆ ขยับไปยังวินเทอเฟลล์ เดอะวอลล์ และสถานที่ที่เดเนอริสอยู่ โดยลำดับและภาพของสถานที่ที่ปรากฏในแต่ละซีซั่นจะขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น เช่น ในซีซั่นที่ 5 ปราสาทวินเทอร์เฟลล์มีควันปกคลุมบริเวณปราสาท เนื่องจากในช่วงดังกล่าว ปราสาทถูกเผาและยึดครองโดย โบลตัน แรมเซย์ ผู้ก่อกบฏต่อตระกูลสตาร์ค

นอกจากนี้ ในระหว่างไตเติ้ล ซีเควนซ์ยังมีการแสดงให้เห็นวงแหวนของดวงอาทิตย์อีกเป็นจำนวน 3 รอบ ซึ่งจะปรากฏเป็นภาพเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นในเวสเทอรอส เช่น ในไตเติ้ลฯ ของซีซั่น 1 ที่ปรากฏภาพการก่อกบฏของ โรเบิร์ต บาราเธียน เป็นต้น และตลอดเวลา 90 วินาทีของไตเติ้ลฯ จะมีรายชื่อนักแสดงและสัญลักษณ์ประจำตระกูลของตัวละครที่เขารับบท ปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

 

2.
แล้วใน Game of Thrones ซีซั่น 8 …ไตเติ้ล ซีเควนซ์ ‘แตกต่าง’ จากเดิมแค่ไหน?

ในปี 2019 นี้ Game of Thrones ได้เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 8 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายและเป็นบทสรุปของสงครามมหาอำนาจดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่า ไตเติ้ล ซีเควนซ์ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เราจะมาดูกันว่าบทสรุปของสงครามทั้งหมดนี้ ไตเติ้ลฯ ได้แอบทิ้งเบาะแสอะไรเอาไว้ตรงไหนบ้าง

The Wall และ Last Hearth
เดอะ วอลล์กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของซีซั่น

เป็นครั้งแรกที่หลังจากกล้องซูมผ่านดวงอาทิตย์ในช่วงต้นของไตเติ้ลฯ แล้ว สถานที่ต่อมาที่สร้างขึ้นโดยฟันเฟืองนั้นไม่ใช่คิงส์แลนดิ้งอีกต่อไป แต่กลับเป็นเดอะ วอลล์แทน โดยในส่วนนี้ แองกัส วอลล์เคยให้สัมภาษณ์ว่า “เรื่องราวของไวต์ วอล์คเกอร์ในซีซั่นนี้ดูน่าสนใจกว่าเรื่องราวทางตอนใต้ (คิงส์แลนดิ้ง) ผมเลยคิดว่ามันเหมาะสมแล้วที่เราจะเริ่มเรื่องราวจากทางเหนือก่อนดูบ้าง” …ซึ่งก็ถูกของเขา เพราะซีซั่นนี้ได้เกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่าง ‘คนเป็น’ และ ‘คนตาย’ ไปแล้วเรียบร้อย

มีสถานที่ใหม่ๆ ปรากฏขึ้น

จากเรื่องราวในซีซั่นสุดท้ายนี้ ระหว่างการเดินทางของไวต์ วอล์คเกอร์หลังข้ามเดอะ วอลล์มา สถานที่ที่จะต้องเป็นปราการด่านแรกนั้นก็คือ ลาสต์ ฮาร์ธ (Last Hearth) ปราสาทของตระกูล อัมเบอร์ ทีมงานจึงต้องสร้างปราสาทนี้ขึ้นมาในฉากเปิดตัวเป็นครั้งแรก และถ้าหากเราลองมองตัวปราสาทจากมุมบนนั้น เราจะสังเกตเห็นรูปแบบปราสาทที่หมุนเป็น ‘เกลียว’ ซึ่งคล้ายกับสัญลักษณ์ของไวต์ วอล์คเกอร์ที่มักนำซากอวัยวะมนุษย์มาเรียงเป็น ‘เกลียว’ เหมือนกัน …ซึ่งสื่อว่าไวต์ วอล์คเกอร์ได้มาเยือนปราสาทนี้แล้ว

เป็นครั้งแรกที่ไตเติ้ล ซีเควนซ์พาเราไปสำรวจ ‘ภายใน’ ปราสาท

และนี่ก็ยังเป็นครั้งแรกของทีมงานในการสร้างแอนิเมชั่นภายในปราสาทวินเทอร์เฟลล์ โดยใช้การแพนกล้องเข้าไปภายในปราสาท และเคลื่อนผ่านสุสานใต้ดินของตระกูลสตาร์ค เพื่อเป็นการอ้างอิงถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ลีอันนา สตาร์ค และ จอน สโนว์ ซึ่งจะกลายเป็นเนื้อหาสำคัญของซีซั่นนี้

การก้าวขึ้นเป็น ‘แม่มังกร’ ของเดเนอริส
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ถูกจารึก

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าบนภาพ ‘ดวงอาทิตย์’ ในไตเติ้ล ซีเควนซ์นั้นจะมีการบันทึกเรื่องราวสำคัญของเวสเทอรอสอยู่ตลอด โดยเฉพาะยิ่งเมื่อมีเรื่องราวใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งในซีซั่นนี้มีเหตุการณ์ที่ปรากฏบนดวงอาทิตย์ถึง 3 อย่าง ได้แก่ เหตุการณ์ที่มังกรของ ไนต์ คิง ใช้ไฟทำลายเดอะ วอลล์เพื่อบุกเข้ามายังแดนเหนือ, ฉากวิวาห์สีเลือดระหว่างตระกูลสตาร์คและตระกูล เฟรย์ ที่ส่งผลให้สตาร์คต้องสูญเสียบุคคลสำคัญในตระกูลไปเป็นจำนวนมาก และการถือกำเนิดของเดเนอริสในฐานะของ ‘แม่มังกร’ (Mother of Dragon) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการชิงบัลลังก์คืนมาของตระกูลทาร์แกเรียน

ทุกเรื่องราวจะบรรจบลงที่ ‘บัลลังก์มหาอำนาจ’

ไม่ได้มีแต่เดอะ วอลล์เท่านั้นที่ถูกปรับลำดับการเล่า-ให้มาอยู่หน้าสุด-ในไตเติ้ล ซีเควนซ์ ทว่าคิงส์แลนดิ้งก็ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถูกปรับลำดับ โดยเลื่อนให้มาอยู่ในช่วงสุดท้ายของไตเติ้ลฯ แทน โดยแองกัส วอลล์ให้เหตุผลว่า “เมื่อซีรีส์เรื่องนี้มีชื่อว่า Game of Thrones ซึ่งเกี่ยวข้องกับบัลลังก์เหล็กที่อยู่ในคิงส์แลนดิ้งโดยตรง ผมจึงคิดว่า วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างไตเติ้ล ซีเควนซ์ของซีซั่นสุดท้าย คือการไปจบเอาที่ต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด-ซึ่งก็คือบัลลังก์เหล็กนี่แหละ …แบบนี้มันก็น่าจะดูเหมาะสมดีนะผมว่า” เขาทิ้งท้าย