batman Batman Returns Catwoman Danny DeVito Michelle Pfeiffer Penguin Tim Burton

Catwoman + Penguin : สร้าง ‘ตัวร้าย’ ให้คนจดจำแบบ Batman Returns

Home / bioscope / Catwoman + Penguin : สร้าง ‘ตัวร้าย’ ให้คนจดจำแบบ Batman Returns

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด ที่เราจะได้ยินแฟนคลับและนักวิจารณ์ยกย่องกันอยู่บ่อยครั้งว่า ในบรรดาหนัง Batman ก่อนหน้าไตรภาค The Dark Knight (2005, 2008, 2012) อันเลอเลิศของ คริสโตเฟอร์ โนแลน -ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนมุมมองที่ผู้ชมมีต่อตัวละครซูเปอร์ฮีโร่สุดคลาสสิกอย่าง Batman ไปตลอดกาล- นั้น หนังแอ็กชั่น/แฟนตาซีบรรยากาศหม่นมืดอย่าง Batman Returns (1992) ที่กุมบังเหียนโดย ทิม เบอร์ตัน คือผลงานที่ยังคงถูกยกย่องให้เป็น ‘อันดับหนึ่ง’ ในดวงใจของพวกเขามานานกว่าสองทศวรรษ

และหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ สองตัวร้ายรสจัดจ้านของหนังอย่าง Catwoman และ Penguin -ซึ่งนำแสดงโดย มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์ และ แดนนี เดอวีโต (ตามลำดับ)- ที่ถูกออกแบบและถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลังและเปี่ยมเอกลักษณ์จนเป็นที่น่าจดจำมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง!

ตัวละคร Catwoman / Penguin กับการ(ยอม)กลับมาของเบอร์ตัน

เมื่อ Batman ที่เบอร์ตันกำกับเอาไว้เมื่อปี 1989 ได้รับทั้งคำชื่นชมและทำเงินไปกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดาที่การสร้างภาคต่ออย่าง Batman Returns จะเกิดขึ้น ซึ่งเดิมทีเบอร์ตันไม่ได้อยากจะกำกับหนัง Batman อีกไปต่อแล้ว แต่เมื่อเขาได้เห็นบทดราฟต์แรกๆ ของ แซม แฮมม์ (หนึ่งในคนเขียนบทภาคแรก) ที่มีตัวละครศัตรูคลาสสิกของ Batman (ที่รับบทโดย ไมเคิล คีตัน จากภาคแรก) อย่าง Catwoman และ Penguin ปรากฏอยู่ด้วย มันก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ แต่โดยมีข้อแม้ว่าเขาจะต้องควบคุมงานสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเขายังไม่ประทับใจพล็อตเรื่องเกี่ยวกับการออกตามล่าหาสมบัติของสองวายร้ายที่แฮมม์เขียนไว้เท่าไหร่ – ซึ่งนี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตำแหน่งคนเขียนบทได้ถูกเปลี่ยนมือไปอีกถึงสองครั้งหลังจากนั้น ทั้ง แดเนียล วอเตอร์ส (Heathers) และ เวสลีย์ สตริค (Cape Fear) ที่ต่างก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างตัวละครวายร้ายทั้งสองนี้ในเวลาต่อมา

แสบซ่า(น)แบบ Catwoman

เซลินา ไคล์ เป็นอดีตเลขานุการของ แม็กซ์ ชเร็ค (คริสโตเฟอร์ วอล์คเคน) นักธุรกิจจอมละโมบผู้หวังควบคุมคนทั้งเมือง ก่อนที่เธอจะถูกเจ้านายฆ่าโหดโทษฐานล่วงรู้ความลับอันชั่วร้ายของเขา และฟื้นคืนขึ้นมาในฐานะของ Catwoman หลังถูกฝูงแมว(เก้าชีวิต?)ปลุกให้ตื่น “แซม แฮมม์ย้อนกลับไปเขียน(ถึงตัวละครนี้)ในแบบที่หนังสือคอมิกทั่วไปมักทำให้ตัวละครหญิงกลายเป็น ‘แฟนตาซีทางเพศ’ น่ะครับ” วอเตอร์สอธิบายถึง Catwoman ที่แฮมม์วางไว้แต่แรก ซึ่งเขาก็เห็นด้วยที่จะยังคงรูปลักษณ์นั้นเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ตั้งใจที่จะแฝง ‘ประเด็นปัญหาทางสังคม’ เข้าไปในตัวละครสาวทึนทึกที่เปลี่ยนมาเป็นวายร้ายสาวสุดเซ็กซี่ตัวนี้ด้วย นั่นคือการสะท้อนถึงผู้คนในปัจจุบันที่เอาแต่ทำงาน และรู้สึกโดดเดี่ยวสิ้นหวังกับชีวิต โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ชาย “ผมจึงอยากเริ่มจากคนที่อยู่ระดับล่างสุดของสังคม นั่นคือเลขานุการที่มักถูก(สังคม)โบยตีนี่แหละครับ”

นักแสดงหญิงที่ถูกเลือกให้มารับบทตัวละครนี้ในตอนแรกสุดคือ แอนเน็ตต์ เบนิง แต่เธอกลับตั้งครรภ์เสียก่อน บทนี้จึงตกเป็นของไฟฟ์เฟอร์-ผู้เป็นแฟนตัวยงของ Catwoman มาตั้งแต่เด็ก-แทน ซึ่งนอกจากจะต้องฝึกฝนการเตะต่อยและการหวดแส้ให้คล่องแคล่วแล้ว เธอยังต้องสวมใส่ชุดนางแมว-ที่เบอร์ตันเป็นคนเสนอให้ผลิตจากยางลาเท็กซ์และเย็บติดๆ กันจนดูเหมือนกับ ‘แมวที่ถูกสตัฟฟ์’ พร้อมกรงเล็บคมกริบ-ตั้งแต่หัวจรดเท้าติดต่อกันนานถึงวันละ 12-14 ชั่วโมงเลยทีเดียว (โดยชุดถูกตัดเย็บขึ้นมาเพื่อใช้ในการถ่ายทำตลอดครึ่งปีเป็นจำนวนมากถึง 60 ตัว!) และชุดนี้ก็ยัง ‘รัดรูป’ มากเสียจนเธอต้องถูกโรยผงฝุ่นพิเศษทั้งตัว-เพื่อให้ผิวกาย ‘ลื่น’ มากพอที่จะยัดลงไปในชุด-ทุกครั้งก่อนสวมใส่ ซึ่งนั่นก็ทำให้ไฟฟ์เฟอร์รู้สึกเข็ดขยาดกับชุดนางแมวนี้เสมอมา “มันเป็นคอสตูมที่สวมใส่ไม่สบายที่สุดเท่าที่ฉันเคยใส่มาเลยล่ะค่ะ”

เฮี้ยนแหวะแบบ Penguin

ออสวอลด์ ค็อบเบิลพ็อต ถูกพ่อแม่ทิ้งขว้างทันทีที่ได้เห็นรูปร่างพิกลพิการของเขาเมื่อคราวแรกเกิด เขาจึงจับพลัดจับผลูถูกดูแลโดยฝูงเพนกวินในสวนสัตว์ทิ้งร้าง ก่อนที่อีก 30 ปีให้หลัง เขาจะหวนกลับมาพร้อมความเคียดแค้นชิงชังที่มีต่อมนุษย์คนอื่นๆ ในฐานะผู้นำแสนชั่วร้ายของ Red Triangle Circus Gang ที่กำลังเตรียมลงสมัครนายกเทศมนตรีเพื่อครองเมือง โดยวอเตอร์สเล่าถึงละครที่ปราศจากหน้ากากตัวนี้ไว้ว่า “ผมอยากแสดงให้เห็นว่าวายร้ายที่แท้ของโลกใบนี้ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดวายร้ายก็ได้” ซึ่งเขาได้ไอเดียในการลงเลือกตั้งของ Penguin นี้มาจากซีรีส์ Batman ในยุค 60 …จนกระทั่งในเวลาต่อมา สตริค-ผู้มารับหน้าที่ปรับบทถัดจากวอเตอร์ส-ก็ยังออกแบบเพิ่มเติมให้ตัวละคร Penguin มี ‘ความต้องการที่จะแก้แค้นมนุษย์คนอื่น’ ผ่านภารกิจการกำจัดเด็กแรกเกิดทั้งหมดในก็อธแธม (ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าของ โมเสส ในวัยทารกที่ต้องถูกนำไปซ่อนหลังเหล่าผู้มีอำนาจแห่งอิสราเอลมีมติให้ลดจำนวนประชากรโดยการสังหารเด็กแรกเกิดทุกคนทิ้งเสีย!)

และหลังจากทีมงานถูกบอกปฏิเสธจากตัวเลือกแรกอย่าง ดัสติน ฮอฟฟ์แมน รวมถึงนักแสดงชายแถวหน้าคนอื่นๆ แจ็ค นิโคลสัน -ผู้เคยรับบทวายร้าย โจ๊คเกอร์ ในหนังภาคแรก- จึงแนะนำผู้สร้างให้เลือกเดอวีโต-เพื่อนของเขา-มารับบทดังกล่าวเสียเลย “ผมว่าผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วนะว่าแดนนี เดอวีโตจะได้เล่นบท Penguin” วอเตอร์สเล่าย้อนความ “เพราะตอนนั้น ตัวเลือกของนักแสดงชายที่ทั้ง ‘เตี้ย’ และ ‘เกรี้ยวกราด’ ยังมีอยู่ไม่เยอะ” โดยในระหว่างออกกองถ่าย เดอวีโตต้องวุ่นวายอยู่กับการแต่งตัวแต่งหน้าอยู่นานถึงวันละ 4 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งการใส่มือปลอม, โครงร่างปลอม และใบหน้าปลอม โดยเฉพาะการติด ‘หน้าเพนกวินแสนอัปลักษณ์’ -อันเป็นผลงานการดีไซน์ของ สแตน วินสตัน ที่เคยร่วมงานกับเบอร์ตันใน Edward Scissorhands (1990)- ที่ต้องใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง และนอกจากนี้ เดอวีโตยังต้องใช้น้ำยาบ้วนปากกับสีผสมอาหารแดง/เขียว-อันเป็นไอเดียของเขาเอง-มากลั้วไว้ในปากเพื่อสร้าง ‘น้ำลายสีดำอันเหียวเหนอะ’ ซึ่งช่วยเพิ่มดีกรีความแหวะสยองให้กับการแสดงของเขาได้เป็นอย่างดี!

และแม้ว่า Batman Returns จะไม่ได้ทำเงินไปมากมายเหมือนภาคแรก (หนังกวาดรายได้เพียง 266 ล้านฯ) แต่เสียงชื่นชมของตัวหนังก็ดูจะหนาหูกว่ามาก โดยนอกจากการออกแบบซีเควนซ์แอ็กชั่นสุดเร้า, ดนตรีประกอบแจ่มๆ ของ แดนนี เอล์ฟแมน และงานเอฟเฟ็กต์สที่ถูกออกแบบได้อย่างมีสไตล์โดดเด่นชวนดูแล้ว ก็ยังเป็นผลมาจากสองวายร้ายอย่าง Catwoman และ Penguin ในหนังเรื่องนี้เอง ทั้งการที่ทีมผู้สร้างสามารถผสมผสานความเป็นแฟนตาซีหลุดโลกของตัวละครให้เข้ากับความซีเรียสของเรื่องราว และออกแบบให้ทั้งคู่ต่างมี ‘ไม้เด็ด’ เป็นของตัวเอง-ซึ่งก็ทรงพลังมากพอที่จะต่อกรกับฝ่าย Batman จนทำให้ผู้ชมลุ้นกันหืดขึ้นคอได้

รวมถึงการที่นักแสดงอย่างไฟฟ์เฟอร์และเดอวีโตสามารถตีความตัวละครออกมาได้พอเหมาะพอดี (= ฝ่ายแรกถ่ายทอดสถานะของเหยื่อความรุนแรงที่กำลังแค้นเคืองและหันมาก่อมันขึ้นมาเสียเอง ส่วนฝ่ายหลังก็สวมบทเป็นตัวแทนของ ‘คนนอก’ ที่ถูกสังคมตัดสิน รังเกียจ และกีดกันได้อย่างน่าเห็นใจแต่ก็ยังน่าหวาดกลัวไปในเวลาเดียวกัน) และมอบการแสดงอันทุ่มทุนสร้างชนิดถึงเลือดถึงเนื้อ (= ฝ่ายแรกยอมอม ‘นก’ จริงๆ ไว้ในปากในฉากหนึ่งที่แสดงถึงความน่าสะพรึงของนางแมวคลั่ง เพราะเธอคิดว่านกปลอมที่ทีมงานเตรียมไว้ให้นั้นดู ‘ปลอม’ เกินไป ขณะที่ฝ่ายหลังก็ยอมถูกมวลหมู่ตัวประกอบปาอาหารเน่าใส่จริงๆ ในการถ่ายทำฉากประท้วง!) จนผู้ชมหลายคนยังคงจดจำโมเมนต์ต่างๆ ของสองวายร้ายตัวแสบใน Batman Returns คู่นี้ได้อย่างไม่มีวันลืม