Before the Devil Knows You're Dead Ethan Hawke First Reformed Sinister The Purge Training Day อีธาน ฮอว์ค

5 บทโหด ดิบ เถื่อนของชายลุคอบอุ่น อีธาน ฮอว์ค ที่เราอยากแนะนำให้คุณดู

Home / bioscope / 5 บทโหด ดิบ เถื่อนของชายลุคอบอุ่น อีธาน ฮอว์ค ที่เราอยากแนะนำให้คุณดู

ในช่วงยุค 90 อีธาน ฮอว์ค เป็นที่รู้จักและจดจำในภาพลักษณ์ของนักแสดงหนุ่มหน้าตาดี ผู้มักจะรับบทเป็นคนเรียบร้อย เขินอายในหนังดราม่า-โรแมนติกหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะนักเรียนหนุ่มนัยน์ตาโศก ท็อดด์ ในหนังข้ามพ้นวัยขวัญใจหลายๆ คน Dead Poets Society (1989, ปีเตอร์ เวียร์) และไตรภาคหนัง Before อันอบอุ่นของ ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์ รวมถึงเป็นคุณพ่อที่คอยรับมือกับลูกชายหัวขบถอยู่ห่างๆ ใน Boyhood (2014, ลิงค์เลเตอร์)

หากแต่ฮอว์คเองก็มักปรากฏตัวอยู่ในหนังธริลเลอร์เลือดเดือดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังทำได้ดีตามมาตรฐานของนักแสดงอาชีพ จนเราอยากแนะนำ 5 หนังเดือดฮอว์คสลัดคราบหนุ่มซอฟต์ไปรับบทนำกันจ้า

 

Training Day (2001, แอนโธนี ฟูกัว)

งานกำกับของฟูกัวที่ระเบิดฟอร์มร้อนฉ่าเดือดพล่านมาจากหนังสกุลนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Shooter (2007), Olympus Has Fallen (2013) และ The Equalizer (2014) หากแต่ย้อนกลับไป หนังเรื่องแรกๆ ที่แจ้งเกิดเขาในฐานะคนทำหนังธริลเลอร์น่าจับตาคือ Training Day ว่าด้วยเรื่องของ อลอนโซ (ดันเซล วอชิงตัน) กับ เจค (ฮอว์ค) สองตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดที่นิสัยและวิธีทำงานต่างกันคนละขั้ว อลอนโซเป็นนายตำรวจมากประสบการณ์และบ้าระห่ำ เชื่อมั่นในสัญชาติญาณตัวเองสุดขีด ขณะที่เจคเป็นนายตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ผู้เรียบร้อยและซื่อตรง

ดูเผินๆ มันดูเหมือนจะเป็นหนังคู่หูตำรวจที่จำใจต้องจับคู่มาทำงานด้วยกันเหมือนเรื่องอื่นๆ หากแต่ความเดือดดาลของ Training Day อยู่ที่มันพาคนดูสำรวจความถูกต้อง ความยุติธรรมอย่างถึงพริกถึงขิง ภายใต้ความระห่ำของนายตำรวจมากประสบการณ์ และการตั้งคำถามของนายตำรวจใหม่ที่สั่นคลอนชีวิตและความเชื่อที่ผ่านมาของอีกฝ่ายจนนำไปสู่ความรุนแรงที่ปลายธาร

ด้วยบทอลอนโซ วอชิงตันคว้ารางวัลนำชายยอดเยี่ยมจากออสการ์ไปครอง ส่วนฮอว์คนั้นเข้าชิงสมทบชายและพ่ายให้กับ จิม บอร์ดเบนต์ จาก Iris (2001)

 

Before the Devil Knows You’re Dead (2007, ซิดนีย์ ลูเม็ต)

หนังที่เล่าเรื่องอย่างฉูดฉาดและน่าสนใจ เพราะนอกจากมันไม่เรียงลำดับเวลาที่เกิดขึ้นตามจริงแล้ว มันยังส่งผลโดยตรงต่อเนื้อเรื่องที่ว่าด้วย แอนดี (ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ชายถังแตกเพราะยักยอกเงินบริษัทจนต้องไปลากตัว แฮงค์ (ฮอว์ค) น้องชายขี้แหย -ซึ่งถักแตกและจนตรอกยิ่งกว่า- ไปออกปล้นเพื่อเอาเงินมาหมุนให้พอเอาตัวรอดจากการถูกบริษัทตรวจสอบ สองพี่น้องจึงจับมือกันปล้นร้านเพชรของพ่อกับแม่ โดยพี่ชายรับประกันว่าจะไม่มีใครเดือดร้อนและเจ็บตัว แฮงค์จึงยอมทำตามอย่างไม่เต็มใจนัก และไปจ้าง บ็อบบี (ไบรอัน เอฟ โอบายน์) อดีตโจรอาชีพให้เป็นผู้ร่วมแผนการ หากแต่บ็อบบีกลับใช้ปืนจริง หนำซ้ำในร้านก็ดันเป็นแม่ของแอนดีและแฮงค์ เรื่องราวบานปลายเมื่อกระสุนนัดหนึ่งดังขึ้นในร้านเล็กๆ และทำให้สองพี่น้องต้องเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยาก ที่ทำให้พวกเขาต้องเลือกระหว่าง เอาตัวรอด หรือปกป้องพี่ชาย-น้องชายตัวเอง

 

Sinister (2012, สก็อตต์ เดอร์ริคสัน)

ก่อนหน้าจะมากำกับ Doctor Strange (2016) เดอร์ริคสันขึ้นชื่อในการเป็นผู้กำกับที่ทำหนังธริลเลอร์-เฮอร์เรอร์มาอย่างยาวนาน และ Sinister ก็เป็นหนึ่งในหนังตระกูลนี้ที่สร้างชื่อให้เขาเช่นเดียวกันกับ The Exorcism of Emily Rose (2005), Hellraiser: Inferno (2000), Dracula (2000)

Sinister ว่าด้วยเรื่องของ เอลลิสัน (ฮอว์ค) นักเขียนนิยายฆาตกรรมกับครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง เขาพบว่าในห้องเก็บของมีฟิล์มที่บันทึกเหตุการณ์ฆาตกรรมสยองไว้มากมาย พร้อมสัญลักษณ์ประหลาดข้างศพ ด้วยสัญชาติญาณของนักเขียนนิยายสืบสวน เขาศึกษาเรื่องราวของสัญลักษณ์นั้นและเหตุการณ์ชวนหลอนที่ถูกบันทึกไว้ ก่อนจะพบว่า เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็น “มัน” ที่หากปรากฏตัวให้ใครเห็นแล้วจะต้องถูกพรากชีวิตโดยไม่มีทางหลีกหนี! และเรื่องที่แย่ยิ่งกว่าคือ เอลลิสัน “เห็น” มันเข้าแล้ว

 

The Purge (2013, เจมส์ เดอโมนาโก)

ปฐมบทหนังแฟรนไชส์ The Purge ที่ต่อมาสร้างภาคต่อกันเกรียวกราวหลังจากภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามด้วยรายได้ 89 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างเพียง 3 ล้าน กับพล็อตเรื่องที่แฝงนัยยะทางการเมืองชวนสยอง เมื่อในอนาคต สหรัฐอเมริกากำหนดให้หนึ่งวันของแต่ละปีเป็นวันที่อาชญากรรมทุกประเภทไม่ผิดกฎหมาย เพื่อลดจำนวนประชากรและกระตุ้นเศรษฐกิจ คนจึงออกจากบ้านมาปล้นและฆ่ากันอย่างหน้าชื่นตาบาน เจมส์ (ฮอว์ค) เป็นพ่อค้าที่ขายประตูเหล็กและอุปกรณ์ดูแลบ้านจึงร่ำรวยผิดหูผิดตาตั้งแต่รัฐออกกฎนี้ เขาและภรรยา (เลนา เฮดีย์) กับลูกสาววัยรุ่นและลูกชายเนิร์ดจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวลในบ้านหลังโตที่มีกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยครบครัน กระทั่งเมื่อ “พวกมัน” มาเคาะประตูบ้าน พร้อมอาวุธครบมือ จนสถานการณ์เลวร้ายและนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมทางศีลธรรมและทุนนิยมอันเลือดเย็น

 

First Reformed (2017, พอล ชเรเดอร์)

บทบาทหลวง ทอลเลอร์ ที่ต้องเผชิญหน้ากับคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าที่ยึดมั่นมาทั้งชีวิต กับทางแพร่งที่จำต้องตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของนายทุนใหญ่ที่เข้ามาตั้งโรงงานในบริเวณใกล้ๆ กับโบสถ์ และนำมาซึ่งความตายของชายหนุ่มคนหนึ่งและทิ้งภรรยาท้องแก่ไว้เพียงลำพัง มิหนำซ้ำยังสร้างมลภาวะสิ่งแวดล้อมมากมายมหาศาลจนเสมือนว่า ธรรมชาติซึ่งเป็น “งานสร้าง” ของพระเจ้าได้ถูกทำลายโดยมนุษย์ซึ่งก็เป็นสิ่งสร้างของพระเจ้าเช่นกัน และแม้ว่าทั้งเรื่องจะดำเนินไปด้วยความหม่นเศร้า หดหู่ของคุณพ่อทอลเลอร์ผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวบ้าน และไม่ได้มีฉากเตะต่อยอะไรให้ชวนใจเต้น แต่หนังก็เดือดพล่านด้วยเนื้อหาที่วิพากษ์ทั้งศาสนาและทุนนิยม แถมฉาก “เลือด” ยังโหดด้วยศพและมันสมองมนุษย์แบบไม่แยแสความรู้สึกคนดู ตลอดไปจนฉากสุดเซอร์ช่วงท้ายที่หนังขับเน้นความบ้าเลือด คลั่งแค้นของคนตัวเล็กๆ ที่ถูกกดอยู่ภายใต้ศาสนากับเงินทุนได้อย่างลงตัว จนหลายคนเชียร์ให้ฮอว์คเข้าชิงนำชายของออสการ์จากบทนี้เลยทีเดียว