About Time Black Mirror Domhnall Gleeson Ex Machina frank Mother

5 บทเซอร์ บ้า(แต่)น่ารักของ ดอมเนลล์ กลีสัน ที่เราอยากแนะนำให้คุณดู

Home / bioscope / 5 บทเซอร์ บ้า(แต่)น่ารักของ ดอมเนลล์ กลีสัน ที่เราอยากแนะนำให้คุณดู

ดอมเนลล์ กลีสัน นักแสดงชาวอังกฤษที่เริ่มเป็นที่รู้จักจากหนังฟอร์มเล็กในบทเล็กๆ A Dog Year (2009, จอร์จ ลาวู) ก่อนจะเป็นที่จดจำในบท บิลล์ วีสลีย์ พี่ชายคนโตของตระกูลวีสลีย์จากแฟรนไชส์หนัง Harry Potter -ที่ร่วมแสดงกับพ่อแท้ๆ ของเขาอย่าง แบรนดัน กลีสัน ผู้รับบทเป็นศาสตราจารย์มูดดี- และหลายคนติดตามผลงานการแสดงของกลีสันจากบทวีสลีย์คนโตนี่เอง

เช่นเดียวกับนักแสดงอังกฤษหลายๆ คน กลีสันซึ่งเติบโตมาใต้ชายคาของพ่อผู้เป็นนักแสดง ไม่ได้เข้าอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์อย่างรวดเร็วเท่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้นัก เขาวนเวียนอยู่ในงานละครเวที ทั้งในฐานะนักแสดง เขียนบทและกำกับ (บรอดเวย์เรื่อง  The Lieutenant of Inishmore ที่เขารับบทนำ ส่งเขาคว้ารางวัลโทนี -เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ฝั่งละครเวที- สาขานักแสดงยอดเยี่ยมมาแล้ว) ก่อนจะมารับงานซีรีส์ทางโทรทัศน์และภาพยนตร์ตามลำดับ บทบาทที่เขารับแสดงนั้นหลากหลาย บ่อยครั้ง ตัวละครที่เขาแสดงนั้นไม่ใช่ตัวละครหลัก หากแต่ก็เช่นเดียวกับตัวละครแบบบิลล์ วีสลีย์นั่นแหละ เพราะมันแสนจะขโมยซีนและสร้างความจดจำ ในหนังสารพัดฟอร์มที่เขาเลือกไปปรากฏตัวตลอดลหายปีที่ผ่านมา

และนี่คือ 5 บทบาทที่เรารักและอยากแนะนำให้ทุกคนได้ดูของดอมเนลล์ กลีสันจ้า

 

แอช – Black Mirror ตอน Be Right Back (2013, โอเวน แฮร์ริส)

ซีรีส์สุดดาร์คที่ว่าด้วยด้านมืดของเทคโนโลยี และในซีซั่นที่สอง -หลังจากสร้างแรงสะเทือนสุดขีดมาแล้วในซีซั่นแรก- Black Mirror ก็กลับมาพร้อมเรื่องราวชวนเศร้าซึมของ มาร์ธา (เฮย์ลี แอ็ตเวลล์) หญิงสาวนักออกแบบท้องแก่ที่อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆ แสนสงบกับแอช (กลีสัน) คนรักหนุ่มนิสัยดีผู้อบอุ่นและเปี่ยมอารมณ์ขัน ในวันคืนที่ฝนตกหนัก เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับแอชจนเขาเสียชีวิต ทิ้งไว้ให้มาร์ธาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในบ้านหลังน้อย

มาร์ธาทานทนความเศร้าไม่ไหว เธอตัดสินใจคุยกับโปรแกรมเสมือนที่บันทึกคำพูดและพฤติกรรมของแอชสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ โปรแกรมจึงโต้ตอบกับเธอราวกับหลังจอเป็นแอชจริงๆ และเพื่อจะบำบัดความเหงา มาร์ธาตัดสินใจสั่งหุ่นลมที่สามารถปั้นหน้าตาให้เหมือนแอช ทั้งยังโปรแกรมความทรงจำ การกระทำ และลักษณะนิสัยเหมือนกันกับเขาทุกประการ หากแต่แอชร่างใหม่ไม่มีชีวิต เขาเป็นแต่เพียงหุ่นจำลองที่ขยับได้ไปตามความทรงจำของแอชเท่านั้นและไม่อาจมีพัฒนาการอื่นได้ นั่นจึงนำมาซึ่งความเจ็บปวดของมาร์ธาในฐานะคนรัก และต้องหาทางจัดการกับแอชร่างใหม่ โดยไม่รู้ว่าควรมองเขาในฐานะหุ่นยนต์หรือมนุษย์

Be Right Back กลายเป็นตอนที่สะเทือนใจชาว Black Mirror มากที่สุดตอนหนึ่ง หลังจากพบเจอการชำแหละด้านมืดของเทคโนโลยีด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุเดือดมาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมันหันมาเล่าประเด็นนี้ผ่านความเศร้าและความโดดเดี่ยว หลายคนจึงมองว่ามันน่าสนใจไม่น้อย แถมยังสะท้อนประเด็นออกมาได้ดีเสียด้วย

 

ทิม – About Time (2013, ริชาร์ด เคอร์ติส)

ผลงานกำกับ-เขียนบทจากเจ้าพ่อหนังรักที่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วใน Love Actually (2003) โดยเคอร์ติสยังคงลวดลายการพูดถึงความรักในแง่บวกผ่านเรื่องราวของ ทิม (กลีสัน) หนุ่มน้อยที่มาค้นพบตอนอายุ 21 ว่าตระกูลเขามีความลับยิ่งใหญ่คือ ผู้ชายสามารถย้อนเวลากลับไปยังช่วงเวลาใดในอดีตก็ได้ หนุ่มน้อยทิมจึงพยายามจีบ แมรี (ราเชล แม็กอดัมส์) สาวน้อยที่เขาเจอและตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ ด้วยการย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เขาแห้วในการสานรักกับเธอ จนทั้งคู่แต่งงานกัน ทิมก็ยังพยายามแก้ไขทุกอย่างที่ผิดพลาดด้วยการหวนกลับไปแก้ไขสารพัดเรื่องเสมอ ทั้งพ่อ แม่และน้องสาวที่ทิมพยายามรักษาทุกคนไว้ให้ใกล้ตัวอย่างที่สุด… เพื่อจะเรียนรู้ว่า ถึงวันหนึ่ง การแก้ไขห้วงเวลาก็ไม่อาจเยียวยาอะไรได้ไม่ว่าจะย้อนกลับไปสักกี่ครั้ง

ทุนสร้างหนัง 12 ล้านเหรียญฯ หนังทำเงินไปทั้งสิ้น 87 ล้าน ทั้งยังกวาดคำชมมหาศาลโดยเฉพาะเคมีของกลีสันและแม็กอดัมส์ที่เข้าคู่กันอย่างน่ารักน่าชัง กลีสันสร้างตัวละครทิมให้เป็นเพียงชาย(ดู)ธรรมดาที่น่ารัก จนเราต่างเชื่อเหลือเกินว่า เขาคือเจ้าหนุ่มซื่อที่รักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างหมดหัวใจ และทำทุกทางเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขเท่านั้น (แถมหนังเรื่องนี้ยังทำให้เพลง How Long Will I Love You ของวง The Waterboys ดังระเบิดอีกด้วย)

 

จอน – Frank (2014, เล็นนี อับราฮัมสัน)

หลังเป็นหนุ่มทิมที่สาวๆ รักได้ปีเดียว กลีสันก็กลายร่างเป็นจอน ชายหนุ่มผู้ฝันอยากเป็นนักดนตรีแต่ชีวิตไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เดินตามฝันนัก และในวันคืนชื้นๆ ของอังกฤษ เขาก็ตกหล่มเข้าไปมีส่วนร่วมกับ The Soronprfbs วงอิเล็กทรอนิกส์ป๊อปด้วยการพยายามช่วยเหลือมือคีย์บอร์ดที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการเดินลงน้ำ และหลังจากมือคีย์บอร์ดเจ้ากรรมรอดชีวิต จอนก็เสนอตัวเล่นดนตรีกับวงเขาในผับท่ามกลางความไม่เต็มใจของสมาชิกคนอื่นๆ ในวง เว้นก็แต่ แฟรงค์ (ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์) ฟร้อนต์แมนที่สวมหน้ากากยักษ์ใหญ่ครอบทั้งหัว ซึ่งพออกพอใจในตัวจอนมาก และดึงตัวจอนมาร่วมทำเพลงด้วยกันในไอร์แลนด์ทันที และแม้ว่ามันจะเติมเต็มฝันการอยากเป็นนักดนตรีเสียเต็มประดาของจอน หากแต่มันกลับทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวตนของแฟรงค์ สัญชาติญาณการโน้มน้าวผู้คนและรสนิยมด้านดนตรีอันแปร่งประหลาดของเขา

หนังฟอร์มเล็กจิ๋วที่เพี้ยนสุดขั้ว หากแต่ประกอบด้วยนักแสดงระดับต้นๆ ของฮอลลีวูดหลายคน ทั้งกลีสัน, ฟาสส์เบนเดอร์ (ซึ่งก็แน่นอนว่าสวมหน้ากากครอบหัวแทบตลอดทั้งเรื่อง), แม็กกี จิลเลนฮาล และ สก็อตต์ แม็กไนรีย์ แถมยังกวาดคำชมจากนักวิจารณ์ไปได้ไม่น้อยทีเดียว

 

คาเล็บ – Ex Machina (2014, อเล็กซ์ การ์แลนด์)

ต่อจากการเป็นนักดนตรีหนุ่มบ๊อง กลีสันก็รับบทเป็น คาเล็บ โปรแกรมเมอร์หนุ่มได้รับมอบหมายให้ไปสนทนากับหุ่นยนต์สาวชื่อ เอวา (อลิเซีย วิกันเดอร์) เพื่อดูว่าหุ่นยนต์ AI เหล่านี้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับมนุษย์มากน้อยแค่ไหน หรือความคิดพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ตั้งโปรแกรมไว้หรือยัง และในยุคที่สังคมเรากำลังตื่้นตัวและรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ Ex Machina ก็เป็นอีกเรื่องที่บอกเรื่องนี้ผ่านความเป็นหนังไซ-ไฟ เมื่อหุ่น AI ถูกสร้างมาให้เป็นเพศหญิงเพื่อเข้ารับการทดสอบจากเพศชายที่มีฐานะเป็นผู้สร้าง ขณะที่เพศหญิงถูกกำหนดให้เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมมาแล้วเท่านั้น ไม่มีสิทธิคิดหรือออกความเห็นได้เกินกว่าระบบที่ตั้งไว้ ไม่ว่ามันจะถูกสร้างมาให้เหมือนมนุษย์มากเพียงใดก็ตาม

เนื้อหาหนังหนักหน่วงผิดจากหนังเรื่องก่อนๆ ของกลีสันลิบลับ ทั้งยังวิพากษ์ศาสนาและความเชื่อเรื่องพระเจ้าอย่างเต็มขั้น (เพราะหนังว่าด้วยการที่มนุษย์เล่นบทบาทเป็นพระเจ้าด้วยการ ‘สร้าง’ สิ่งเสมือนมนุษย์ขึ้นมา) ตัวกลีสันถ่ายทอดความว้าวุ่น ความลังเลของโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ที่ต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างรุนแรงว่าเอวานั้นไม่ใช่มนุษย์ เป็นแต่เพียงสิ่งเสมือนเท่านั้น แต่ว่าเธอก็มีความรู้สึกนึกคิดแบบเดียวกับเขาเช่นกัน ดังนั้นแล้ว เขาควรจะจัดลำดับหรือปฏิบัติกับเธออย่างไรกัน

 

พี่ชายคนโต – Mother! (2017, ดาร์เรน อาโรนอฟสกี)

หนังสติแตกของอาโรนอฟสกีที่้ว่าด้วย หญิงสาว (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ย้ายเข้าไปอยู่กับบ้านหลังใหญ่ใจกลางทุ่งกับสามีผู้เป็นนักเขียน (ฆาเบียร์ บาร์เด็ม) และในคืนวันแรกๆ เธอทั้งสองย้ายเข้ามา สามีได้เปิดบ้านต้อนรับชายกับหญิงแปลกหน้า (เอ็ด แฮร์ริส กับ มิเชลล์ ไฟเฟอร์) ซึ่งสร้างความรู้สึกคุกคามให้แก่หญิงสาว ทั้งยังทำให้ความเป็นส่วนตัวระหว่างหล่อนกับสามีเหือดหายไปทีละน้อย ระหว่างที่สามีกำลังง่วนอยู่กับการ(พยายาม)เขียนงานนั้น หล่อนก็ทำงานศิลปะ ตกแต่งซ่อมแซมบ้านและ… ตั้งครรภ์ และเรื่องวุ่นวายไม่ได้หยุดอยู่ที่ชายหญิงผู้มาเยือนเท่านั้น เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่ง (ไบรอัน กลีสัน) บุกเข้ามาในบ้าน ตะคอกลั่นกำปั้นใส่ชายผู้มาเยือน ตามมาติดๆ ด้วยพี่ชาย (ดอมเนลล์ กลีสัน) ที่โผล่เข้ามากระชากเสียงใส่ นำมาสู่การวิวาทอันป่าเถื่อนของสองพี่น้องและลงเอยด้วยคาวเลือดและความเกลียดชัง

สองพี่น้องกลีสันมาร่วมแสดงในหนังเฮี้ยนเรื่องนี้ และแม้เป็นบทเล็กๆ ที่ปรากฏตัวออกมาเพียงแวบเดียว หากแต่ก็นานพอจะขโมยซีน ทั้งยังประกบกับระเบิดปรมาณูของเรื่องอย่างบาร์เด็มได้อย่างไม่มีข้อติอีกต่างหาก