ประยุทธ์ จันทร์โอชา

5 หนังที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คนใหม่และหัวหน้าคณะรัฐประหารควรดู

Home / bioscope / 5 หนังที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คนใหม่และหัวหน้าคณะรัฐประหารควรดู

หลังจากผ่านการเลือกตั้งและขับเคี่ยวกันมาโดยตลอด ประชุมรัฐสภาก็มีมติเห็นชอบให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐตำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทยด้วยคะแนนเสียง 500 คะแนน แบ่งเป็น 251 เสียงจากพรรคการเมือง และอีก 249 เสียงจากสมาชิกวุฒิสภาที่ คสช. เป็นผู้แต่งตั้งขึ้นมาเอง

เพื่อจะต้อนรับขับสู้คุณประยุทธ์สู่ตำแหน่งใหม่ เราจึงอยากแนะนำหนัง 5 เรื่องที่คุณประยุทธ์ควรดู ทั้งในฐานะนายกฯ, นักการเมือง และประชาชนคนหนึ่งของราชอาณาจักรไทยแห่งนี้

 

Inglourious Basterds (2009, เควนติน ทารันติโน)

หนังการเมืองจัดจ้านเรื่องเด็ดของทารันติโนที่เรารักมากอีกเรื่อง นอกเหนือจากมันจะเต็มไปด้วยน้ำเสียงการเสียดสีขั้วการเมืองสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มันยังชำแหละลัทธิฟาสซิสต์อย่างดุเดือด โดยหนังเล่าเรื่องของคนสามกลุ่มใหญ่ๆ นั่นคือพันเอก ฮานส์ ลันดา (คริสตอฟ วอลซ์) นายทหารนาซีผู้ได้ฉายาว่าเป็น ‘นักล่ายิว’, โชแชนนา (เมลานี โลร็องต์) สาวยิวในฝรั่งเศสที่ในอดีตรอดจากการถูกพันเอกลันดาสังหารสมัยยังเด็ก และหน่วยทหารล่านาซีที่นำโดยร้อยโท อัลโด เรน (แบรด พิตต์) เรื่องของทั้งสามกลุ่มขมวดเกี่ยวกันเป็นปมใหญ่ๆ ผ่านยุคสมัยสงครามโลกและการออกล่ายิวอย่างดุเดือด

อุดมการณ์แบบฟาสซิสต์เรืองอำนาจสุดขีดภายใต้การปกครองของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จากฝั่งเยอรมนีและ เบนิโต มุสโสลินี จากฝั่งอิตาลี ในหนังนั้นเราจะเห็นว่า ร้อยโทอัลโดกับนายทหารเชื้อสายอเมริกัน-ยิว ปลอมตัวเป็นคนทำหนังฟาสซิสต์จากอิตาลีเพื่อเข้าร่วมงานฉายหนังพร้อมฮิตเลอร์ นำมาสู่ฉากที่อัลโดกับลันดาเผชิญหน้ากัน -อย่างอิหลักอิเหลื่อสุดขีดเพราะฝ่ายแรกพูดภาษาอิตาเลียนได้ไม่กี่คำ นับรวมชื่อตัวเองแล้ว- จนเกิดการฆ่าล้างบางเผด็จการในโรงละครแห่งนั้นในที่สุด

หนังลงเอยที่ว่า โชแชนนาและเหล่ากองกำลังของอัลโดสามารถปราบฮิตเลอร์ลงได้เมื่อเขาไปดูหนังโฆษณาชวนเชื่อที่สร้างขึ้นโดยกองทัพนาซี และถูกยิงตายอยู่ข้างในโรงละครพร้อมแขกเหรืออีกหลายร้อยชีวิต แน่นอนว่าในความเป็นจริงนั้น ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตายภายหลังการพ่ายแพ้ของเยอรมันนาซี แถมไม่ได้ตายในโรงหนังแบบเดียวกับที่ทารันติโนเล่า แต่การได้ดูฮิตเลอร์ (ร่างจำลอง) ดีดดิ้นจากกระสุนจนร่างแหลกสลายเป็นเขม่า ก็ชวนให้คิดว่าจุดลงเอยของเหล่าผู้นำเผด็จการและฟาสซิสต์นั้น ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือภาพยนตร์ก็ดูไม่สวยงามเท่าไหร่นัก ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมองจากยุคสมัยนี้ที่โลกโอบกอดวิธีคิดแบบประชาธิปไตยอย่างเต็มตัวแล้ว

 

Peppermint Candy (1999, ลีชางดอง)

หนังดราม่าของชางดองที่สร้างชื่อให้เขาดังระเบิดก่อนหน้าจะมากำกับ Burning (2018) โดยมันเป็นหนังยาวลำดับที่สองของเขา และเป็นหนังเรื่องแรกที่ส่งเขาเข้าชิงรางวัลจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ผ่านเรื่องราวอันดำมืดของ ยุงโฮ (ซอล คยองกู) ชายหนุ่มที่ตัดสินใจจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดให้รถไฟทับ ก่อนที่ชางดองจะค่อยๆ พาคนดูสำรวจชีวิตและบาดแผลของยุงโฮด้วยการเลาะไปตามอดีตและประวัติศาสตร์เลือดของเกาหลีที่ก่อร่างสร้างเขาให้กลายมาเป็นชายผู้ปลิดชีพตัวเองในปัจจุบัน

การย้อนอดีตเรื่องราวในชีวิตของยุงโฮนั้นเป็นไปอย่างช้าๆ และไล่ลำดับจากปัจจุบันไปยังห้วงเวลาที่ไกลที่สุด นับตั้งแต่การตัดสินใจจะตาย ย้อนไปยังช่วงที่เขาติดต่อครั้งสุดท้ายกับเมียเก่า และมอบลูกอมเป๊ปเปอร์มิ้นต์ให้ลูกชายที่นอนไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาล ไปยังช่วงก่อนหน้าที่เขาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมผู้คนเพื่อรีดความลับ และถอยหลังไปจนถึงปี 1980 เมื่อเขาต้องเข้าเกณฑ์ทหารและถูกส่งไปร่วมในการล้อมปราบนักศึกษาประชาชนที่กวางจู นำมาสู่โศกนากฏกรรมในประวัติศาสตร์ในนามการสังหารหมู่ที่กวางจูวันที่ 18 พฤษภาคม เมื่อประชาชนรวมตัวกันเรียกร้องประชาธิปไตยแต่กลับถูกรัฐบาลของนายพลชุน ดูวัง ใช้กองกำลังทหารที่ยุนโฮประจำการอยู่ สลายการชุมนุมอย่างรวดเร็ว นำมาสู่การลุกฮือที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมของประชาชน

เพื่อจะปราบปรามการชุมนุมครั้งนี้ รัฐบาลปิดข่าวเรื่องการสังหารผู้คนจำนวนมากและอ้างว่าผู้ที่มาชุมนุมนั้นเป็นสายลับจากเกาหลีเหนือซึ่งสนับสนุนคอมมิวนิสต์ ทั้งยังมีเจตนาเพื่อปั่นป่วนเมืองจนจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าปราบเพื่อนำความสงบคืนสู่บ้านเมือง

การปะทะกันครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คนและบาดเจ็บกว่า 3,000 คน ที่หนักหนาคือเหล่าผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ที่เต็มไปด้วยบาดแผลและอดีตฝังใจในการต้องเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยการถูกทารุณกรรมหรือแม้แต่สังหารต่อหน้าต่อตา ตัวยุงโฮเองเป็นหนึ่งในผู้คนที่จำต้องรับสภาพภายหลังการต่อสู้นั้น… ก่อนที่หนังจะพาเราย้อนกลับไปยังห้วงเวลาแรกเริ่มของยุงโฮ เมื่อเขายังเป็นนักศึกษาและพบรักแรกกับหญิงสาว ยุงโฮในวัยหนุ่มน้อยผู้แรกเชื่อในประชาธิปไตย ก่อนที่ประเทศจะบดขยี้เขาให้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ไม่ได้อยาก และทิ้งซากร่างไว้เป็นชายวัยกลางคนที่ตัดสินใจกระโดดให้รถไฟทับในอีกหลายปีต่อมา

หากจะมีสักอย่างที่เราอยากให้คุณประยุทธ์รับรู้จากการดูหนังเรื่องนี้ คือผลลัพธ์และบาดแผลที่รัฐบาลจะสร้างไว้ให้กับใครสักคนหนึ่ง หากว่าเขามองประชาชนเป็นคนที่มีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกัน เขาคงพอเข้าใจว่าการริดรอนอำนาจและความรุนแรงนั้นมันสร้างบาดแผลให้แต่ละคนมากขนาดไหน แต่วัดจากผลงานที่ผ่านมา ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจหรือไม่สนใจนัก

 

Ten Years Thailand (2018, หลายคนกำกับ)

แหม่ จะมีอะไรเหมาะสำหรับนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของเรามากไปกว่าเจ้าหนังที่ว่าด้วย “อนาคตประเทศไทยในอีกสิบปีข้างหน้า” เรื่องนี้กัน มันคือหนังสี่เรื่องจากผู้กำกับสี่คน ที่รับไม้ต่อมาจาก Ten Years (2015) ของคนทำหนังฮ่องกง ในธีมเดียวกันนั่นคือการมองอนาคตประเทศตัวเอง

หนังจับเอาประเด็นทางการเมืองข้นคลั่งมาเรียงร้อยใหม่ ทั้งนายทหารไม่ประสาที่ต้องขับรถพานายไปคุกคามแกลลอรี่ศิลปะ (คุ้นๆ ไหมคะคุณประยุทธ์) เมืองแมวที่ออกล่าไล่คนแตกต่างอย่างเลือดเย็น, เมืองที่ปกครองโดยเหล่าลูกเสือและเต็มไปด้วยแสงนีออนแสบตา กับเรื่องของผู้คนที่ใช้ชีวิตบูรณะรูปปั้นอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

น่าสนใจที่ดูเหมือนว่า ภาพรวมของหนังทั้งสี่เรื่องที่พูดถึงไทยนั้น มันดูเหมือนจะไม่ใช่อนาคต หรือไม่มีอนาคตเลยเสียด้วยซ้ำ ในสิบปีข้างหน้า เรายังต้องทำนุบำรุงรูปปั้นจอมเผด็จการในอดีตอยู่ ยังมีการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์จากคนทำงาน การล่าคนเห็นต่าง และเราอาจต้องถามตัวเองว่า นี่คืออนาคตของประเทศที่เราอยากเห็นจริงๆ หรือ

 

No Country for Old Men (2007, พี่น้องโคเอน)

ห้าปีที่ผ่านมาภายใต้การปกครองของคุณประยุทธ์ คงเป็นที่พิสูจน์แล้วว่าหลายอย่างนั้นเขาก็เป็นเสมือนโทรศัทพ์ 3310 ในยุคที่คนทั้งโลกใช้สมาร์ตโฟน และนั่นทำให้เรานึกถึงเจ้าหนังรางวัลออสการ์ของพี่น้องโคเอนเรื่องนี้ แม้ว่าคนส่วนมากจะสนใจความเคลื่อนไหวของ แอนตัน ชิรูห์ (ฆาเบียร์ บาเด็ม -สมทบชายยอดเยี่ยม) ชายผู้มาพร้อมทรงผมสุดประหลาดและปืนลมที่ใช้สังหารวัว หากแต่เรื่องราวที่สองพี่น้องโคเอนใช้ระบายเป็นฉากหลังของเนื้อเรื่องทั้งหมดคือนายอำเภอชรานาม ทอม เบลล์ (ทอมมี ลี โจนส์) ต่างหาก

ในทะเลทรายแล้งไร้กลางรัฐเท็กซัสช่วงปี 1980 เลเวลิน มอสส์ (จอช โบรลิน) เจอเงินก้อนใหญ่ของพ่อค้ายาที่ดวลปืนปะทะกันจนตายเกลื่อนทุ่งและแอบเก็บเงินก้อนนั้นมาไว้กับตัวโดยไม่ยอมบอกใคร พร้อมกันนั้น ชิรูห์ นักฆ่าประหลาดก็ออกตามล่าหาตัวมอสส์ไปทั่วเมือง และปิดปากคนที่รู้เรื่องนี้ด้วยปืนลมที่ใช้สังหารวัวเพื่อไม่ทิ้งร่องรอยกระสุนไว้ จนนายอำเภอเบลล์ใกล้เกษียณที่เคยอยากเปลี่ยนแปลงโลกในวัยหนุ่ม ต้องออกตามสืบคดีนี้และปกป้องมอสส์ คนในท้องที่ของเขาไว้ให้ได้

หนังเปิดเรื่องด้วยเสียงบรรยายเอื่อยๆ นิ่งเนิบของเบลล์ เล่าถึงปู่กับพ่อที่เป็นนายอำเภอเช่นเดียวกันกับเขา วันวานของเท็กซัสที่สงบเงียบจากผู้พิทักษ์สันติราษฏ์ที่ทำหน้าที่ได้ดีเสียจนไม่มีเหตุร้ายแรงในเมือง ขณะที่กล้องจับจ้องไปยังความแห้งแล้งและเวิ้งว้างของทุ่งกว้าง และตัวเขาเองที่สมัยหนุ่มๆ เคยส่งชายคนหนึ่งขึ้นนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าอันเปรียบเสมือนอดีตอันรุ่งโรจน์ของเขา เบลล์ได้แต่สงสัยว่า หากนายอำเภอยุคก่อนหน้าต้องมาเผชิญความวุ่นวายอย่างในทุกวันนี้ พวกนั้นจะทำอย่างไร จะรับมือกับยุคสมัย ความผันผวนและความแก่ชราของตนได้หรือไม่

 

Game of Thrones

ซีรีส์ที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อต้นเดือนหลังเดินทางมาอย่างยาวนานถึงแปดซีซั่น แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นเรื่องราวการห้ำหั่นชิงบัลลังก์อย่างดุเดือด แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะเบื้องหลังการแย่งชิงบัลลังก์เหล็กของชาวเวสเทอรอสและเจ็ดอาณาจักรนี้ คือเกมการเมืองที่เชือดเฉือนทั้งหัวใจและความรู้สึก (ทั้งของตัวละครและคนดู) อย่างถึงที่สุด

ในอดีต กษัตริย์บ้าสกุลทาร์แกเรียนเกิดคลั่งเผาเมืองทั้งเมืองจนวอดวาย และถูกสังหารโดยคนสนิทจากตระกูลแลนนิสเตอร์ มีผลให้ต้องเปลี่ยนกษัตริย์และราชวงศ์บาราเธียน -ซึ่งยกทัพมาปราบ- ขึ้นครองราชย์แทน ลูกหลานทาร์แกเรียนถูกอัปเปหิไปอยู่อีกทวีปกับไข่มังกรอีกสามใบถ้วน

เมื่อเวลาผ่านพ้น เดอเนริส ทาร์แกเรียน เติบโตเป็นหญิงสาวผู้มีมังกรสามตัวเป็นองครักษ์คู่ใจ เธอยกทัพข้ามประเทศมาชิงบัลลังก์คืนจากบาราเธียนและแลนนิสเตอร์ โดยมีตระกูลสตาร์คจากฝั่งเหนือที่หวาดระแวงการมาเยือนของ ไวต์ วอล์คเกอร์ กองทัพคนตายจะปีนข้ามกำแพงมาถล่มคอยให้ความช่วยเหลือ

แต่กว่าเรื่องจะเดินหน้ามาจนถึงการชิงตำแหน่งกษัตริย์ในฉากสุดท้าย ทุกตระกูลต่างก็ต้องพึ่งพิงอาศัยเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของคนข้างกาย ไม่ว่าจะ ทีเรียน คนแคระจอมวางหมาก, ลอร์ดเบลิช และ วาริช ฯลฯ เราหวังว่า GOT คงพอจะสร้างความบันเทิงให้คุณประยุทธ์ไปพร้อมๆ กับทำให้เขาเข้าใจว่า เกมการเมืองนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนและต้องอาศัยสิ่งอื่นมากกว่าให้นายทหารมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำ และเชิญรับชมได้เลยว่าผู้นำที่คลั่งในอำนาจและไม่ได้รับความรักจากประชาชนนั้น มีจุดลงเอยอย่างไรในเรื่อง