Documentary Club Reach for the Sky Sky Castle การศึกษา การสอบซูนึง ซีรีส์เกาหลี หนังสารคดี หนังเกาหลี เกาหลีใต้

Reach for the SKY + SKY Castle : เมื่อหนัง/ซีรีส์เกาหลีใต้สะท้อนความรุนแรงในโลกการศึกษา

Home / bioscope / Reach for the SKY + SKY Castle : เมื่อหนัง/ซีรีส์เกาหลีใต้สะท้อนความรุนแรงในโลกการศึกษา

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็น ‘การศึกษา’ กับ ‘สื่อบันเทิง’ อยู่ร่วมกันอย่างกลมกล่อม แม้ว่าทั้งสองสิ่งนี้จะเป็นเรื่องที่อยู่ ‘ใกล้ตัว’ เราทุกคนไม่ต่างกัน จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ วงการบันเทิงเกาหลีใต้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า ทั้งสองสิ่งนี้สามารถควบรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างลงตัว ด้วยหนังสารคดีอย่าง Reach for the Sky (2017, วูย็องชอย และ สตีเวน ดูดต์) และซีรีส์อย่าง Sky Castle (2018-2019) ที่ต่างก็เล่าถึงระบบการศึกษาอันดุเดือดเลือดพล่านของบ้านเมืองเขา ซึ่งส่องสะท้อนให้ผู้ชมได้เห็นถึง ‘ความรุนแรง’ ในหลากหลายมิติที่เกิดขึ้นผ่านการแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำสุดโหดที่มีชื่อเรียกว่า ‘การสอบซูนึง’

เหตุใดสื่อบันเทิงทั้งสองเรื่องนี้ จึงเจาะจงพูดถึงการสอบดังกล่าว จนกลายเป็นที่พูดถึง วิพากษ์วิจารณ์ และถกเถียงกันไปทั่ว – เราจะมาสำรวจประเด็นนี้ไปพร้อมๆ กัน

Reach for the Sky
‘การสอบซูนึง’ นั้นสำคัญไฉน?

การสอบซูนึง หรือก็คือการสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยของเกาหลีใต้นั้น ถือเป็นการสอบเข้าที่ ‘โหดหินที่สุด’ สนามหนึ่งในภูมิภาคเอเชียเลยก็ว่าได้ เพราะมันคือการสอบแบบ ‘ม้วนเดียวจบ’ ด้วยการสอบ 7 วิชาภายในวันเดียว ซึ่งหากใครไม่ผ่าน ก็ต้องรอไปจนถึงครั้งถัดไปในปีหน้าโน่นเลย โดยบรรดาพ่อแม่ก็มักจะคาดหวังให้บุตรหลานของตนสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้ง 3 แห่ง -คือ Seoul National University, Korea University และ Yonsei University ที่ถูกเรียกรวมกันว่า SKY– ให้ได้ด้วยกันแทบทั้งสิ้น โดยมันเปรียบได้กับหลักประกันชั้นดีที่จะทำให้พวกเขา-เหล่านักเรียน-ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากในก้าวย่างต่อไปของชีวิต (หรือก็คือโลกแห่งการทำงานที่มักสนใจสถาบันมากกว่าความสามารถ) ซึ่งเมื่อคำว่า SKY ของสามสถาบันนี้ดันไปพ้องพานกับคำว่า ‘ท้องฟ้า’ ในภาษาอังกฤษ มันจึงเหมือนกับการเปรียบเปรยกับสิ่งที่อยู่สูงลิบตามธรรมชาติที่เป็นได้ทั้งความงดงามและความโหดร้าย และแน่นอนว่า คงมีเด็กอีกหลายคนที่ไม่สามารถเอื้อมมือไขว่คว้าไปถึงได้ …จนต้องถูกแรงกดดันจากผู้ปกครองและสังคมทุบทำลายชีวิต

ตามติดชีวิตจริงอันเจ็บปวดใน Reach for the Sky

หนังสารคดีคือหนึ่งในแนวทางเล่าเรื่องที่คนทำสื่อเลือกใช้ในการถ่ายทอดเรื่องราวของการสอบในครั้งนี้ โดย Reach for the Sky จะเราไปตามติดบรรยากาศในวันสอบจริงอย่างละเอียดลออในแทบจะทุกซอกทุกมุม -เช่น การสั่งห้ามรถทุกชนิดวิ่งเข้าใกล้ในสถานที่สอบภายในระยะ 200 เมตร (แต่เด็กสามารถนั่งรถตำรวจหรือแท็กซี่ไปฟรีๆ เพื่อสอบได้) หรือการห้ามปล่อยเครื่องบินบนน่านฟ้าใกล้เคียงระหว่างสอบการฟัง เป็นต้น- ผ่านนักเรียน 4 คนที่ต้องแบกรับความกดดันจากครอบครัวและสังคม เพื่อคว้าเอาชัยชนะจากการสอบครั้งนี้มาให้เป็นที่ภาคภูมิใจ พวกเขาต้องปะทะกับทั้งคนในครอบครัวที่ตั้งความหวังเอาไว้สูงลิบ (จนบางทีก็อาจจะมากกว่าตัวเด็กเองเสียด้วยซ้ำ), บรรดาข้อสอบในแต่ละวิชาที่เป็นตัวชี้ชะตาจนทำให้พวกเขาพลาดไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว ไปจนถึงสภาวะจิตใจของตัวเองที่แม้จะกดดันจนอยากจะบ้า (และหลายคนก็สอบไปโดยที่ยังไม่รู้จุดหมายในชีวิตจริงๆ ของตัวเอง) แต่ก็ต้องควบคุมมันไว้ให้ได้เพื่อไม่ให้คนรอบข้างต้องผิดหวัง …ซึ่งนำไปสู่คำถามที่ว่าระหว่างผลสอบอันสวยหรูกับสภาพจิตใจของเด็กๆ บางคนที่ต้อง ‘บอบช้ำ’ จากการต้องลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาไม่อยากทำ – อะไรกันแน่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่?

Sky Castle
จำลองโลกอันโหดร้ายใน Sky Castle

ขณะที่ในปี 2018-2019 ก็มีซีรีส์ที่กำลังมาแรงและเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่ผู้ปกครอง-ซึ่งดุเดือดไม่แพ้เรื่องราวอันเข้มข้นของมัน-อย่าง Sky Castle ที่เล่าถึง 4 ครอบครัวในหมู่บ้านสุดหรูที่ได้รับผลกระทบหลังจากอีกครอบครัวหนึ่งเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นภายในบ้าน หลายครอบครัวในอาณาจักรชนชั้นสูงแห่งนี้ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสถานะทางสังคมอันสูงส่งและสวยงามของตนในหน้าฉากเอาไว้ โดยเฉพาะบรรดา ‘แม่’ และ ‘เมีย’ ที่นอกจากจะคอยผลักดันเหล่าสามีให้ขึ้นไปถึงยอดพีระมิดของหน้าที่การงานแล้ว พวกเธอยังต้องคอยวางหมากให้ลูกๆ ประสบความสำเร็จในโลกแห่งการเรียนให้ได้ด้วย-นั่นคือการสอบซูนึงให้ผ่านเพื่อคว้าที่นั่งในมหาวิทยาลัยที่ดี่ที่สุดของประเทศมาครอบครอง ซึ่งจะเป็นบันไดไปสู่การเป็น ‘ตระกูลหมอ’ ที่สมบูรณ์แบบของ(บาง)ครอบครัว

และเมื่อซีรีส์เผยว่าความทะยานอยากในการสอบครั้งนี้ของตัวผู้ใหญ่เอง คือชนวนสำคัญที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมของบ้านอีกหลัง ทั้งยังก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างบ้านต่างๆ และลุกลามไปจนถึงขั้นทำลายความสัมพันธ์ระหว่างตัวเด็กๆ เอง ผู้ชมก็จะได้เห็นถึงกระทำอันเกินเลยต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะของบ้านพวกเธอ (เช่น การยอมให้ติวเตอร์ ‘ทำอะไรก็ได้’ กับลูกของตนเพื่อผลสอบที่ดีที่สุด) และผลลัพธ์ที่นำไปสู่ ‘ความเห็นแก่ตัว’, ‘คำโกหกหลอกลวง’ และ ‘ความรุนแรง’ ที่พวกเขาทั้งหมดมีต่อกัน (เช่น การเล่นสกปรกโดยการแบล็คเมล, การทำร้ายร่างกาย-จิตใจ ไปจนกระทั่งการฆ่าคน!!!) จนผู้ชมหลายคน-ที่เป็นผู้ปกครอง-ออกมากล่าวหาซีรีส์ว่าบอกเล่าเรื่องราวใส่สีตีไข่เกินจริงไปมาก และทำให้ภาพลักษณ์ของ ‘พ่อแม่ที่พยายามเคี่ยวเข็ญลูกให้สอบได้’ เป็นไปในทิศทางที่ไม่ดี หรือถึงขั้นบอกว่าซีรีส์ 20 ตอนจบเรื่องนี้พยายามสอนให้เด็ก ‘ไม่เชื่อฟังพ่อแม่’ ไปเลยก็มี ซึ่งฝั่งที่สนับสนุนก็ออกมาค้านว่า Sky Castle แค่เพียงต้องการที่จะสื่อให้เห็นถึงความกดดันของระบบการสอบดังกล่าว-ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงและปัญหาภายในครอบครัวได้ โดยที่พ่อแม่ไม่อาจคาดคิดไปถึง

และเพื่อเตือนสติบรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายว่า พวกเขาไม่ควรเอาแต่สนใจ ‘ความสำเร็จ’ ของลูกๆ (ที่ตัวพวกเขาเองอาจไม่ต้องการ) จนลืมนึกถึง ‘หัวจิตหัวใจ’ ของพวกเขาไป-ก็เท่านั้นเอง