Léon: The Professional Natalie Portman Star Wars นาตาลี พอร์ตแมน

5 บทบาทกระชากหัวใจ ตั้งแต่วัยเยาว์ถึงแรกรุ่นของ นาตาลี พอร์ตแมน

Home / bioscope / 5 บทบาทกระชากหัวใจ ตั้งแต่วัยเยาว์ถึงแรกรุ่นของ นาตาลี พอร์ตแมน

ด้วยวัยเพียง 12 ปี นาตาลี พอร์ตแมน เข้าวงการการแสดงครั้งแรกด้วยการรับบทเป็น มาทิลดา เด็กหญิงแก่แดดที่จำต้องทนเห็นครอบครัวตัวเองถูกสังหารโหด เธอมีชีวิตรอดต่อไปได้ด้วยการช่วยเหลือจาก ลีออง นักฆ่าผู้อ่อนโยนและเป็นรักแรกของเธอ และนี่ได้กลายเป็นบทแจ้งเกิดเด็กหญิงชาวยิว-อเมริกันรายนี้ และในอีกหลายปีต่อมา เธอคือหนึ่งในนักแสดงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด ด้วยการแสดงหนังทำเงินและคว้ารางวัลออสการ์จากบทนักบัลเล่ต์สาวคลุ้มคลั่งใน Black Swan (2010, ดาร์เรน อาโรนอฟสกี)

พอร์ตแมนถูกเสนอให้เป็นนางแบบวัยเด็กตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ แต่เธอปฏิเสธโอกาสนั้นเพราะหวังเอาดีทางการแสดงมากกว่า “ฉันต่างจากเด็กทั่วไปนิดหน่อย เพราะเป็นเด็กที่ทะเยอทะยานมาก รู้ว่าตัวเองชอบอะไรและอยากได้อะไร ฉันทำงานหนักมาโดยตลอดและเป็นเด็กที่จริงจังกับทุกเรื่องมากๆ” เธอว่า เด็กหญิงเป็นลูกคนเดียวของพ่อซึ่งเป็นหมอและแม่ผู้เป็นศิลปิน เธอเล่าว่าวัยเด็กเธอโดดเดี่ยวไม่น้อยเพราะไม่มีพี่สาวน้องชายแบบเด็กบ้านอื่นๆ แต่การได้เห็นแม่ที่ทุ่มเทพลังงานเลี้ยงดูเธออย่างใส่ใจมาตลอด ก็เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่เธอมีให้ครอบครัวตัวเอง

และด้วยวัยเท่านั้น เธอลงสมัครออดิชั่นละครบอร์ดเวย์ในบทเด็กหญิงที่มุ่งมั่นจะสังหารคน (!!) และในปีต่อมา เธอส่งเทปออดิชั่นบทเด็กหญิงที่เป็นเพื่อนกับมือสังหารในหนังของผู้กำกับ ลุก เบซง อันกลายเป็นปฐมบทการเดินทางในอุตสาหกรรมการแสดงอันยาวนานและยอดเยี่ยมของพอร์ตแมนในเวลาต่อมา

“ฉันรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตอยู่ในความฝันวัยเยาว์ของตัวเองเลย ทั้งเป็นนักบัลเล่ต์ นักร้อง นักอวกาศ” เธอเล่าอย่างเปี่ยมสุข “มันเป็นเงื่อนไขในการเลือกรับบทหนังของฉันไปแล้ว ไม่แน่นะ เรื่องต่อไปฉันอาจจะเป็นนางเงือกหรือไม่ก็พนักงานดับเพลิงก็ได้!”

มาทิลดา Léon: The Professional (1994, เบซง)

เด็กหญิงแหลกสลาย แก่แดดแก่ลมแต่ก็แสนจะเป็นที่รักในหมู่คนดูหนัง เพราะการแสดงอันแสนเปี่ยมเสน่ห์ของพอร์ตแมน โดยหนังว่าด้วยเรื่องของมือสังหารชาวฝรั่งเศส ลีออง (ณ็อง เรโน) ที่เก็บตัวอย่างสงบ ดื่มนมและเพาะต้นไม้เป็นงานอดิเรกผิดแผกจาก ‘นักฆ่า’ ที่เราคุ้นชิน โลกเหวี่ยงลีอองให้มาเจอกับมาทิลดา เด็กหญิงโดดเรียนแถมยังสูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ในครอบครัวร้าวฉาน ที่ถูกคนส่งยา นอร์แมน (แกร์รี โอลด์แมน) สังหารโหดยกบ้านตอนที่มาทิลดาออกไปข้างนอกพอดี เมื่อเธอกลับมาก็พบว่าทุกคนในชีวิตจากไปแล้วอย่างน่าเศร้า ก่อนจะถูกช่วยเหลือให้ที่พักอาศัยโดยลีอองที่อยู่ในตึกเดียวกัน

มาทิลดาพยายามจ้างให้ลีอองฆ่าคนที่สังหารครอบครัวของเธอ และให้สอนทักษะการใช้ปืนเพื่อให้เธอเอาไปใช้แก้แค้นคนที่ฆ่าน้องชายวัยสี่ขวบไม่ประสาของเธอได้ ความสัมพันธ์ของมาทิลดาและลีอองจึงพัฒนาขึ้นช้าๆ จนเราเห็นว่าแท้จริงแล้ว ภายใต้ภาพลักษณ์แก่นแก้วของเด็กหญิง เธอเป็นแต่เพียงเด็กที่ต้องเผชิญชะตากรรมโหดร้ายและจำต้องข้ามพ้นวัยไปด้วยเรื่องเหล่านี้ มันไม่มีกลิ่นอายความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวแม้มาทิลดาจะบอกรักลีออง (ด้วยความซื่อของเด็ก) จะมีก็เพียงความเปราะบางของคนทั้งสอง หนำซ้ำ เรายังได้เห็นแง่มุมแสนจะเป็นมนุษย์ปกติของลีออง มือสังหารที่เก็บงานไม่เคยพลาดมาโดยตลอด

นีนา Developing (1994, มาร์ยา โคห์น)

หนังสั้นความยาว 28 นาที ว่าด้วยเรื่องของนีนา เด็กหญิงรันทดที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์กดดันเมื่อแม่สุดที่รักของเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม ไปพร้อมๆ กันนั้น เธอก็ผลิแย้มแรกสาวซึ่งเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์และความสงสัยในโลก การข้ามพ้นวัยของนีนาจึงเต็มไปด้วยการเรียนรู้เรื่องของตัวเธอเอง โรคภัยของแม่ การรับมือกับความป่วยไข้และความหมายของชีวิตอันแสนเปราะบาง

มาร์ตี Beautiful Girls (1996, เท็ด เด็มมี)

มาร์ตีเป็นเด็กหญิงหน่ายโลกวัย 13 ปีที่รู้สึกว่าตัวเองแก่กว่าวัยมาโดยตลอด เจ้ากรรม เธอดันตกหลุมรัก วิลลี (ทิโมธี ฮัตตัน) นักเปียโนหนุ่มที่เพิ่งย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ๆ กันกับเพื่อนนักดนตรี มาร์ตีเปิดบทสนทนากับวิลลีด้วยความอยากรู้อยากเห็น (จนอีกฝ่ายแซวว่า “เธอเป็นตำรวจรึไงฮึ”) ระหว่างที่เขาขุดหิมะ เธอหวังให้เขารอเธอจนเธออายุครบ 18 ปีเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันได้ บทสนทนาระหว่างทั้งสองไหลลื่นและเป็นธรรมชาติ มาร์ตีเกือบๆ จะใกล้เคียงกับบทมาทิลดาหากแต่ไม่หม่นหมองเท่า เธอเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไปที่เรียนรู้จะรู้สึกดีกับเพศตรงข้าม แต่ยังไม่ประสาพอจะนิยามความหมายของมันว่าเป็นความรักหรือเป็นแค่เพียงความสนใจ

ฉากชวนใจสลายและเติบใหญ่ของมาร์ตีเกิดขึ้นกลางลานสเก็ต เมื่อวิลลีบอกว่าเขาเป็นเหมือน หมีพูห์ และเธอเป็น คริสโตเฟอร์ โรบิน ใน Winnie the Pooh ที่เมื่อวันหนึ่ง โรบินก็จะเติบโตและทิ้งพูห์ไว้เป็นแค่ความทรงจำดีๆ ในวัยเด็กเท่านั้น “สุดท้ายแล้วพูห์จะเป็นแค่สิ่งที่โรบินไม่ได้สนใจอีกต่อไป” เขาว่า ขณะที่มาร์ตีหยุดไถสเก็ต หันกลับมามองหน้าเขา

“นั่นเป็นเรื่องเศร้าที่สุดที่ฉันเคยได้ยินเลย”

เพดเม Star Wars: Episode I – The Phantom Menace (1999, จอร์จ ลูคัส)

ความสำเร็จของ Star Wars: Episode IV – A New Hope (1977, ลูคัส) และภาคต่ออีกสองภาค ส่งผลให้มันกลายเป็นแฟรนไชส์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของยุค การที่ลูคัสประกาศสร้างภาคก่อนหน้าที่จะปูพื้นไปสู่สงครามจักรวาลในช่วงท้ายจึงเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจของแฟนๆ เพราะมันจะพาพวกเขาไปลงลึก รู้จักกับยอดวายร้ายที่กุมหัวใจคนดูอย่าง ดาร์ธ เวเดอร์ ในวัยเด็กและวัยหนุ่ม ตลอดจนเรื่องราวของคนรักอย่างราชินีเพดเม

ในตอนแรก พอร์ตแมนปฏิเสธจะรับเล่นบทนี้เนื่องจากมีฉากเซ็กซ์ดุเดือดระหว่างเธอกับชายหนุ่ม (ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุได้ 18 ปี) หากแต่หลังจากบทถูกแก้ไข เธอจึงรับพิจารณาเล่นบทนี้อีกครั้ง และมันได้กลายเป็นบทบาทที่แจ้งเกิดเธอในวงกว้างเพราะแฟรนไชส์ Star Wars เป็นแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่ โดยที่พร้อมๆ กันนั้น เธอก็ยังเรียนหนักจนพลาดรอบสื่อเพราะติดสอบที่โรงเรียนมัธยม

โดยภาคนี้ ลูคัสพาคนดูย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดช่วงเวลาที่สาธารณรัฐกาแลกติกยังปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ราชินีเพดเมต้องรับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและความเป็นอยู่ของประชากรโดยเข้าประชุมสภา แต่ในเวลาเดียวนั้น เธอก็พบว่ากาแลกติกถูกคุกคามโดยศัตรูจนอัศวินเจได ไควกอน (เลียม นีสัน) กับ โอบีวัน (ยวน แม็กเกรเกอร์) ต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ระหว่างนั้น พวกเขาได้พบเจอกับเด็กชายที่ถูกขายเป็นทาสในดาวแห้งแล้งที่มีแต่ทะเลทราย อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ วัยเด็กได้ออกร่วมเดินทางกับคณะเจไดและเพดเม ทั้งยังได้รับการประเมินว่าเขามีความสามารถสูงส่งพอจะฝึกเจได จนกลายเป็นภาคต่อใน Attack of the Clones (2002, ลูคัส) เมื่ออนาคินในวัยหนุ่ม (รับบทโดย เฮน์เด็น คริสเต็นเซ็น) รับหน้าที่ดูแลราชินีเพดเมและตกหลุมรักกัน ปูทางมาจนถึงความเคียดแค้นสูญเสียที่เขาต้องแบกรับก่อนกลายร่างเป็นดาร์ธใน Revenge of the Sith (2005, ลูคัส)

พอร์ตแมนแสดงในแฟรนไชส์นี้เพียงสามภาคก็จริง แต่การปรากฏตัวของเธอนั้นตราตรึงในความทรงจำของหลายคนมาก ในฐานะการเป็นราชินีที่สง่าและชาญฉลาด ทั้งยังมีเคมีที่เข้ากันกับคริสเต็นเซ็นอย่างมากอีกด้วย

อลิซ Closer (2004, ไมค์ นิโคลส์)

พอร์ตแมนคือระเบิดปรมาณูวัย 23 ที่ปะทะฝีมือกับยอดนักแสดงอย่าง จูเลีย โรเบิร์ตส์ ได้แบบแรงดีไม่มีตกจนถุกส่งชื่อเข้าชิงสาขาสมทบหญิงครั้งแรก ด้วยบทบาทของหญิงสาวผู้อ่อนไหว อลิซเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้าชาวอเมริกันที่ข้ามถนนในลอนดอนแต่มองรถผิดฝั่งจนถูกรถชนและได้ แดน (จูด ลอว์) ชายหนุ่มรูปหล่อนำไปส่งโรงพยาบาล เคราะห์ดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก ทั้งสองแนะนำตัวกันสั้นๆ ก่อนจะพัฒนาเป็นคนรักในเวลาต่อมา

แดนดันไปมีสัมพันธ์กับ แอนนา (โรเบิร์ตส์) ช่างภาพสาวผู้ร่าเริงและอลิซจับได้ ความสัมพันธ์จึงง่อนแง่นทันที และเรื่องยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อแดนดันไปแชตลามกกับคุณหมอ แลร์รี (ไคล์ โอเวน -ชิงออสการ์สมทบชาย) โดยสวมรอยเป็นแอนนา ทำให้แลร์รีเข้าใจว่าคนที่อยู่อีกฟากของจอคอมพิวเตอร์คือช่างกล้องสาวสวย การณ์กลับตาลปัตรและยุ่งเหยิงขึ้นเรื่อยๆ จนนำมาสู่ความเปราะบางและพังทลายในท้ายที่สุด