Black Mirror

วิทยานิพนธ์ว่าด้วยเกมที่ไม่ผ่านและการดูดปุ๊น ที่มาความดาร์คใน Black Mirror ของ ชาร์ลี บรูคเกอร์

Home / bioscope / วิทยานิพนธ์ว่าด้วยเกมที่ไม่ผ่านและการดูดปุ๊น ที่มาความดาร์คใน Black Mirror ของ ชาร์ลี บรูคเกอร์

“แหม ในยุคสมัยของโซเชียลมีเดีย ทุกคนก็กลายเป็นนักวิจารณ์กันไปหมดแล้ว คิดและรู้สึกอะไรล้นไปหมด”

อารมณ์ขันร้ายลึก -ที่บางทีก็จริงจังและหดหู่จนขำแทบไม่ออก- ของ Black Mirror ว่าด้วยเรื่องภัยร้ายของโซเชียลมีเดียในซีรีส์ที่กวาดเรตติ้งมหาศาลจนสร้างมาถึงซีซั่นที่ 5 ซึ่งเพิ่งปล่อยลงเน็ตฟลิกซ์ไปไม่กี่วันก่อน เป็นผลงานการสร้างและเขียนบทของ ชาร์ลี บรูคเกอร์ นักเขียนบทชาวอังกฤษที่อยู่เบื้องหลังความมืดดำของอินเตอร์เน็ตและจิตใจมนุษย์ในเรื่อง

“ผมว่าปัญหาของเราในฐานะลิงเอลป์ คือเรามักตั้งคำถามในเรื่องใหญ่เกินตัวเกินกว่าที่เราจะจินตนาการหรือหาคำตอบได้ สมองเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้หาคำตอบในเรื่องใหญ่โตแบบนั้น” เขาว่าอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกถามว่าเป็นไปได้ไหมที่เรากำลังมีชีวิตอยู่ในหัวของใครสักคน “คงจะดีกับสุขภาพกายใจมากกว่าถ้าเราไม่ใส่ใจมันแล้วหันไปคิดเกี่ยวกับสัญลักษณ์อีโมจิ แบบว่า อีโมจิไหนที่แทนค่าความกว้างใหญ่ของจักรวาล อะไรทำนองนั้น

“เวลาคุณเรียกอูเบอร์ คนขับจะถามคุณว่า ‘อยากเปิดเพลงจาก Spotify ไหม’ สิ่งที่ผมอยากทำคือบันทึกเพลง ‘I’m Going to Murder an Uber Driver’ (กูจะฆ่าคนขับอูเบอร์ซะ) แล้วอัพมันลง Spotify จากนั้นก็บอกคนขับว่า ครับ เดี๋ยวมาเล่นเพลงที่ผมอยากฟังกัน ไม่ก็บันทึกบทสนทนายาวเจ็ดชั่วโมงที่คุณคุยกับใครสักคนว่าจะฆ่าคนขับอูเบอร์ยังไงดีนะแล้วเปิดให้เขาฟัง”

บรูคเกอร์เติบโตในเขตออกซฟอร์ดเชอร์ของอังกฤษ ในสภาพที่แวดล้อมไปด้วยความรุนแรงและการต่อสู้ของถิ่นที่อยู่ ซึ่งเขาพบว่ามันได้หลอมรวมเขาให้มีอารมณ์ขันร้ายลึกและกระด้างพอสมควรในวัยผู้ใหญ่ ยังไม่นับว่าโตมากับซีรีส์ฮิตอย่าง The Twilight Zone “ผมชอบความแสบคันของมันมากๆ และชอบที่มันหักมุมตลอดด้วย กับอีกเรื่องคือ Hammer House of Horror เพราะมันเป็นซีรีส์ที่เต้มไปด้วยเซนส์ร้ายๆ แบบอังกฤษ มันเหมือนนั่งดูซิตคอมที่เดี๋ยวๆ ก็มีคนถูกมีดแทงมีดด้ามเข้ากลางลำคอทั้งที่นั่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอะไรแบบนี้ แล้วก็พวกเรื่องที่มันทะลุกำแพงที่สี่กับคนดู, เรื่องแบบอนาธิปไตย หรืออะไรเทือกๆ นี้นี่ผมชอบมาก”

พร้อมกันนั้น วัฒนธรรมเกมตู้เบ่งบานช่วงยุค 80 บรูคเกอร์ค้นพบเกมอาเขต (Arcade Game) ที่ทำให้เขาติดงอมแงม โดยเฉพาะกับ Space Invaders เกมยิงปืนสัญชาติญี่ปุ่น ที่เราสามารถบังคับปืนเพื่อถล่มศัตรูได้, Pac-Man ที่ให้ผู้เล่นสวมบทเป็นตัวละครหนีศัตรูในทางคดเคี้ยว โดยจะมีบางจังหวะที่เกมให้เราเป็นฝ่ายออกล่าเสียเองด้วย “แล้วคิดดูดิ คุณสามารถควบคุมตัวละครเหล่านี้ได้ โคตรจะน่าสนใจเลย”

ความหลงใหลในวิดีโอเกมของบรูคเกอร์นั้นทำให้เขาถึงขั้นพยายามส่งวิทยานิพนธ์หัวข้อวิดีโอเกม สมัยเรียนอยู่วิทยาลัยเซ็นทรัล ลอนดอน โพลี (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยแห่งเวสมินสเตอร์) แต่หัวข้อกลับไม่ได้รับการพิจารณาจากอาจารย์ แทนจะเอาเวลาไปปั่นวิทยานิพันธ์ บรูคเกอร์เลยเล่นเกมทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนั้นไปพลาง ปุ๊นกัญชาอย่างสุขใจไปพลาง และเลี้ยงตัวเองด้วยการเขียนคอมิกลงนิตยสารเกมเล็กๆ แน่นอนว่าเขาเรียนไม่จบและต้องหางานทำเพื่อประทังชีวิตต่อไป โดยใช้อารมณ์ขันร้ายลึกที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ยังเด็กด้วยการเขียนบทส่งไปยังช่อง Channel 4 ด้วยการเขียนในสิ่งที่ตัวเขาเองอยากดูซึ่งฉีกแนวออกจากรายการโทรทัศน์นับสิบรายการในสมัยนั้น… และมันดันได้รับความนิยมอย่างสูง! และนั่นแหละที่เป็นจุดกำเนิดอาชีพการเขียนบทอย่างยาวนานของอดีตเจ้าหนุ่มติดเกมรายนี้ และนำมาสู่มหากาพย์ซีรีส์โคตรดาร์คอย่าง Black Mirror

บรูคเกอร์ประเดิมเอพิโซดแรกของซีรีส์นี้ด้วย The National Anthem ซึ่งนับเป็นเอพิโซดที่วัดใจคนดูเลยว่าคุณจะไปต่อกับไอ้ซีรีส์โคตรดาร์คเรื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะมันว่าด้วย คาลโลว (โรรี คินเนียร์) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้รับจดหมายขู่ว่ามีคนร้ายจับเจ้าหญิง ซูซานนาห์ (ลีเดีย วิลสัน) ไว้และพร้อมสังหารเธอทุกเมื่อ ทางเดียวที่จะช่วยเหลือเจ้าหญิงได้คือ… คาลโลวต้อง “เอา” กับหมูเป็นๆ และแพร่ภาพสดออกทางโทรทัศน์

The National Anthem สร้างความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อให้คนดูอย่างถึงที่สุด มันทั้งชวนอึดอัดและลุ้นระทึกเพราะการตัดสินใจของนายกฯ นั้นถูกจำกัดไว้ด้วยเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนคนร้ายจะลงมือสังหารเจ้าหญิง บรูคเกอร์ได้ไอเดียมาจากการดูซีรีส์ 24 (ว่าด้วยการทำภารกิจให้ทันภายใน 24 ชั่วโมง) และคิดว่าคงสนุกดีถ้าได้ลอกเลียน 24 แบบขำๆ แต่เอาเข้าจริง พล็อตที่ว่าด้วยคนต้องมีเซ็กซ์กับหมู ทั้งยังถ่ายทอดสดต่อหน้าคนทั้งประเทศ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ขำไม่ได้เลย บรูคเกอร์จึงตัดสินใจจะ “เล่าไอ้เรื่องเพี้ยนประหลาดนี้ต่อไป แต่แค่ให้มันจริงจังมากขึ้น” บรูคเกอร์ว่า “ผมอยากให้คนดูช็อคแบบเดียวกับที่คนดูในซีรีส์ช็อคตอนพวกเขาดูการถ่ายทอดสดในครั้งนั้น” แถมเขายังพิถีพิถันในการเลือกสัตว์ในเรื่องด้วย “เป็ดตัวเล็กเกินไปและคงออกมาพิกลอยู่ ม้าหรือลาก็ถ่ายทำลำบาก แต่หมูมันเหมาะที่สุดเพราะเป็นสัตว์ที่ทำให้ทุกอย่างเหมือนอยู่ระหว่างการเป็นคอมิกกับเรื่องน่าหวาดหวั่น” (อย่างไรก็ตาม เขาเล่าอย่างขื่นๆ ว่าสักวัน เขาคงรีเมค The National Anthem ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ เป็นตัวละครเอก “ตอนที่สภาบอกว่า ‘คุณต้องเอากะหมู’ ทรัมป์ก็จะบอกทันทีว่า ‘มาดิวะ! กูจะเอาไอ้หมูนั่นเอง กูเก่งเรื่องเอากะหมูอยู่แล้ว’ อะไรแบบนั้น ทำเป็นตอนสั้นๆ ก็พอ”)

และนั่นจึงเป็นพลุดอกใหญ่สำหรับซีรีส์ Black Mirror เพราะเมื่อคนดูจูนตัวเองเข้ากับสิ่งที่ซีรีส์บอกเล่าได้แล้ว พวกเขาก็เริ่มสนใจในเอพิโซดต่อๆ มาว่ามันจะดาร์คและขุดลึกไปยังความเลวร้ายในจินตนาการของเทคโนโลยีได้มากแค่ไหน และซีซั่นถัดมา บรูคเกอร์ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เมื่อมันเพียบไปด้วยธีมรักร้าวรานแบบ Be Right Back เรื่องของหญิงสาวที่ทุกข์ตรมเพราะสามีมาด่วนตายจาก เธอพบว่ามีโปรแกรมสามารถสังเคราะห์สามีของเธอขึ้นมาได้ใหม่ผ่านบทสนทนาและชีวิตที่เขาหลงเหลือไว้ในโลกออนไลน์ และความดาลเดือดจนอยากร้องไห้ของ White Bear หญิงแปลกหน้าตื่นขึ้นมาอย่างงุนงงและพบว่าตัวเองถูกไล่ล่าโดยคนแปลกหน้า

โลกอินเตอร์เน็ตและอนาคตของบรูคเกอร์นั้นโหดร้ายก็จริง แต่บ่อยครั้งเขาก็เล่ามันด้วยท่าทีเสียดสีและเปี่ยมอารมณ์ขันขื่น Nosedive โลกที่เราถูกประเมินค่าได้จากคนรอบตัวผ่านโทรศัพท์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ และยิ่งคุณได้รับการประเมินสูง คุณก็ยิ่งได้รับสิทธิพิเศษ ด้วยความยาวชั่วโมงกว่า เอพิโซดนี้ดำเนินไปพร้อมความรู้สึกเห็นใจ ตลอดจนรำคาญใจและสาแก่ใจในสิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญ หรือหวนกลับมาในโลกปัจจุบันอันเรียบง่ายแบบ Shut Up and Dance ที่เด็กหนุ่มถูกคนร้ายขู่ว่าจะปล่อยคลิปเขาช่วยตัวเองในอินเตอร์เน็ตหากไม่ยอมทำตามคำสั่งเพี้ยนๆ หรือ Men Against Fire ที่นายทหารถูกโปรแกรมมาให้กำจัด ‘คนอื่น’ อย่างเลือดเย็น ตลอดจนซีซั่นถัดมาที่อยู่ในธีมโลกสมมติอย่าง USS Callister ที่พนักงานสาวพบว่าตัวเองกลายเป็นตัวละครในโลกจินตนาการของหัวหน้าจอมหงอ และ Hang the DJ กับสถานการณ์ “จำลอง” เดตที่เกิดขึ้นในโปรแกรมจับคู่ ราวกับว่าธีมหลักๆ ของซีซั่นนี้คือการที่มนุษย์แหวกว่ายอยู่ในโลกของคนอื่น และถูกโปรแกรมไว้แล้ว

แต่แน่นอนว่าชีวิตจริงของบรูคเกอร์นั้นก็ผูกโยงกับโซเชียลมีเดียและอินเตอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาเล่นทวิตเตอร์และปล่อยมุกขำขันร้ายกาจออกมาให้ผู้ติดตามได้เหวอจนอ้าปากค้างบ่อยๆ เล่นวิดีโอเกม แถมยังปล่อยให้ลูกน้อยไล่ดูคลิปสารพัดคลิปได้ทั้งวันหากอ่านหนังสือเรียบร้อยแล้ว

“ผมบอกลูกไปว่า ‘เอาล่ะ ลูกกำลังจะมีสอบใช่มะ’ ตอนนั้นเขากำลังใกล้สอบ SAT (การสอบวัดผลระดับประเทศ) แล้วผมมีหนังสือเตรียมสอบปลอมๆ อยู่เล่มนึงเลยบอกเขาว่า ‘ถ้าลูกตื่นมาทำไอ้แบบฝึกนี่ทุกเช้า วันละชั่วโมงครึ่ง จะคณิตฯ หรือภาษาอังกฤษก็ได้ จากนั้นเวลาที่เหลือจะทำอะไรก็ตามใจเลย'” ลงเลยที่ลูกชายของเขาตื่นมาปั่นข้อสอบเป็นเวลา 90 นาทีเต็มและใช้เวลาที่เหลือวันนั้นหมกมุ่นอยู่กับวิดีโอเกมซูเปอร์มาริโอ ซึ่งบรูคเกอร์จะไปห้ามอะไรได้นอกจากปล่อยให้ลูกอยู่กับเกมตามสัญญาที่ให้ไว้

“ผมพยายามจำกัดเวลาตอนที่ลูกเล่นเกมหรือดูคลิปทางยูทูบเหมือนกันแหละ แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมากเท่าไหร่ เพราะคิดว่าตอนพวกเขาโตขึ้นคงเหลืองานไม่กี่ประเภทให้ทำแล้ว และคงเป็นไอ้อะไรแบบเกี่ยวกะงานหุ่นยนต์ โรบ็อตนั่นแหละ ก็ปล่อยให้พวกเขาสนุก คลิกนั่นคลิกนี่ไปตามเรื่องเถอะ คือตราบเท่าที่พวกเขามีความสุขผมก็ไม่มีปัญหา อาจจะมีบ้างแหละที่บอกพวกเขาว่า ‘ข้างนอกอากาศดีนะ ออกไปกันมั้ย’ แค่นั้นแหละ”