Andy Serkis caesar Dawn of the Planet of the Apes Motion Capture Planet of The Apes Rise of the Planet of the Apes The Character War For The Planet Of The Apes weta digital

The Character : ซีซาร์ ชิมแปนซีอัจฉริยะผู้ปฏิวัติมนุษย์ในแฟรนไชส์ Planet of the Apes

Home / bioscope / The Character : ซีซาร์ ชิมแปนซีอัจฉริยะผู้ปฏิวัติมนุษย์ในแฟรนไชส์ Planet of the Apes

ดังที่แฟนๆ ทราบกันดีว่า ซีซาร์ คือลิงชิมแปนซีอารมณ์ซับซ้อนผู้มีบทบาทสำคัญในแฟรนไชส์หนังไซ-ไฟอย่าง Planet of the Apes ในฐานะของ ‘ผู้นำ’ ที่พาเหล่ากองทัพวานรเข้ายึดอำนาจคืนจากเหล่ามนุษย์ในไตรภาคเวอร์ชั่นรีบูต ซึ่งได้กลายมาเป็นตัวละครที่ผู้ชมจดจำ หวาดหวั่น เอาใจช่วย และตกหลุมรักมายาวนานเกือบทศวรรษ

อะไรที่ทำให้ ‘ตัวละครที่ไม่ใช่มนุษย์’ อย่างซีซาร์สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ชมได้อย่างทรงพลังขนาดนี้ เราอาจจะพอมีคำตอบให้คุณอยู่บ้าง

Rise of the Planet of the Apes

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 หลังจากที่รู้สึกสะเทือนใจกับข่าวลิงชิมแปนซีที่ไม่สามารถปรับตัวกับการอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์แบบ ‘สัตว์เลี้ยง’ ได้จนก่อให้เกิดเป็นดราม่า สองสามี-ภรรยาและคู่หูคนเขียนบทอย่าง อาแมนดา ซิลเวอร์ และ ริค แจฟฟา จึงตั้งใจที่จะรีบูตแฟรนไชส์หนังสุดคลาสสิกยุค 60-70 อย่าง Planet of the Apes (ที่ดัดแปลงจากนิยายฝรั่งเศสของ ปีแยร์ บูลเลอ) เสียใหม่ รวมถึงกอบกู้ศรัทธาของผู้ชมจากเวอร์ชั่นอัน ‘ไปไม่สุด’ ของ ทิม เบอร์ตัน เมื่อปี 2001 ด้วยการพยายามโน้มน้าวค่ายหนังอย่างฟ็อกซ์ยอมให้พวกเขาใช้ตัวละคร ‘ลิง’ มาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก (protagonist) แทนตัวละคร ‘มนุษย์’ อย่างที่ผู้ชมคุ้นเคย โดยตัวละครนั้นก็คือ ซีซาร์ – ลิงชิมแปนซีที่ถูกเลี้ยงดูโดยนักวิทยาศาสตร์ และถูกทดลองจนค่อยๆ พัฒนาสติปัญญาและอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาจนเทียบเท่ามนุษย์ ก่อนจะเริ่มลุกฮือขึ้นมาปฏิวัติครั้งใหญ่เพื่อเรียกคืนสิทธิในการปกครองโลกให้แก่วานร-สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เก่าแก่ของพวกตนที่ควรจะมีสิทธิมากกว่า

Dawn of the Planet of the Apes

“มันเป็นการเสี่ยงดวงครั้งสำคัญเหมือนกันค่ะ แต่เราก็พยายามอย่างหนักที่จะขายไอเดียนี้ให้สตูดิโอหนัง เพราะเรารู้ดีว่าถ้าเราโฟกัสไปยัง ‘ซีซาร์กับบ้าน(หรือก็คือโลกที่มันต้องการทวงคืน)’ ผู้ชมจะต้องตกหลุมรักมันแน่ๆ” ซิลเวอร์เล่าย้อน โดยพวกเขาอ้างอิงบุคลิกมาจากตัวละคร ซีซาร์ -ลิงที่ค่อยๆ กลายมาเป็นผู้นำปฏิวัติ- ของ ร็อดดี แม็กโดเวลล์ ในแฟรนไชส์หนังต้นฉบับที่เป็นตัวละครหลักเช่นกัน ซึ่งแจฟฟาก็เผยว่า “คอนเซ็ปต์ของหนังคือตัวละครซีซาร์มาโดยตลอด และเราก็ไม่ได้อยากรื้อสร้าง Planet of the Apes ใหม่เสียหน่อย เราตั้งใจที่จะเล่าเรื่องของตัวละครหนึ่งตัว ดังนั้น ตัวละครนี้จึงผุดขึ้นมาในหัวตั้งแต่ก่อนที่เราจะทันได้นึกถึงมันด้วยซ้ำ” โดยพวกเขายังคงชื่อซีซาร์เอาไว้ เพื่อคงความหมายที่เชื่อมโยงกับชายผู้มีส่วนในการล้มล้างจักรวรรดิโรมันช่วงก่อนคริสตกาลอย่าง จูเลียส ซีซาร์

ในหนังเปิดไตรภาคอย่าง Rise of the Planet of the Apes (2011, กำกับโดย รูเพิร์ต ไวแอ็ตต์) จึงถือเป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นเจ้าลิงซีซาร์ออกมาโลดแล่นในฐานะตัวละครหลัก และตัวหนังก็ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลดังที่คาดไว้จริงๆ ขณะที่ Dawn of the Planet of the Apes (2014, แม็ตต์ รีฟส์) ก็ยิ่งช่วยผลักให้แฟรนไชส์นี้-รวมถึงตัวละครอย่างซีซาร์-เป็นที่นิยมมากขึ้นไปอีก (ภาคแรกทำเงิน 481 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ภาคถัดมาทำได้ถึง 710 ล้านฯ!) ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแม้ซีซาร์จะถูกออกแบบให้คงไว้ซึ่งความเป็น ‘สัตว์ป่า’ ที่ทั้งแข็งแกร่งและว่องไว แต่มันก็ยังถูกสร้างให้มีความซับซ้อนทางอารมณ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างไปจาก ‘มนุษย์’ คนหนึ่งอีกด้วย

War for the Planet of the Apes
War for the Planet of the Apes

โดยทีมผู้สร้างเลือกที่จะไม่ให้นักแสดงใส่ชุดลิงแบบปลอมๆ แบบหนังต้นฉบับ แต่กลับใช้เทคนิคโมชั่นแค็ปเจอร์ (motion capture – การจับภาพท่าทางของคนแสดงแล้วนำไปเสริมเติมด้วยซีจี) แทน ภายใต้การดูแลของบริษัทสเปเชียลเอฟเฟ็กต์สแถวหน้าของ ปีเตอร์ แจ็คสัน อย่าง Weta Digital พร้อมได้ขาประจำด้านการแสดงผ่านโมชั่นแค็ปเจอร์-ผู้เป็นนักแสดงคู่บุญของแจ็คสัน-อย่าง แอนดี เซอร์คิส (กอลลัม แห่งไตรภาค The Lord of the Rings, คิงคอง จาก King Kong ปี 2005) มารับบทนี้ (โดยยังมีนักแสดงอีก 2 คนมาร่วมแสดงเป็นซีซาร์วัยแบเบาะกับซีซาร์ในฉากรบบนสะพานโกลเดนเกตด้วย)

“ผมสวมบทบาทซีซาร์ในฐานะของ ‘คนนอก’ เสมอมา เขาเกือบจะเป็นเหมือนมนุษย์คนหนึ่งอยู่แล้ว …แค่เขายังมีผิวกายภายนอกเป็นลิงก็เท่านั้น” เซอร์คิสอธิบาย “แล้วผมก็ยังเล่นเป็นซีซาร์ผ่านมุมมองภายในตัวของผมจริงๆ ไม่ได้มองหาเอาจาก(ข้อมูลอ้างอิง)ภายนอกอีกต่อไปแล้วด้วย เพราะนี่คือหนังที่มีความเป็นส่วนตัวที่สุดสำหรับผม เพราะมันตั้งคำถามว่า ‘คุณจะทำยังไงถ้าเรื่องพวกนี้เกิดกับครอบครัวของคุณ?’ ถ้ามันเป็นครอบครัวของคุณเองที่ต้องถูกกำจัด – คุณจะรับมือกับมันยังไง” ซึ่งการแสดงเป็นซีซาร์ของเขาก็สามารถเปรียบเปรยกับการต่อสู้ดิ้นรนของ ‘มนุษย์ที่ต้องการทวงคืนสิทธิอันพึงมีของตน’ ได้อย่างจับหัวใจ จนทำให้ทีมงานบางส่วนถึงกับหลั่งน้ำตาระหว่างการถ่ายทำกันมาแล้ว

เบื้องหลังของเซอร์คิส (ซ้าย) ใน Rise of the Planet of the Apes

แถมเซอร์คิสยังทำให้ฝั่งนักวิจารณ์ออกมาชื่นชมกันเป็นพัลวันว่า นี่คือหนึ่งในบทบาทการแสดงที่ ‘ละเอียดอ่อน’ (เขาต้องแสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนหลากหลายผ่านสีหน้า แววตา ท่าทาง และสุ้มเสียง), ‘สุดขีดคลั่ง’ (เขาต้องพูดออกเสียงให้มีสำเนียงคล้ายลิงจนม้าที่เขาเลี้ยงไว้ยังต้องถอยหนี และต้องแสดงท่าทางแบบลิงอย่างสมจริง โดยเฉพาะวัยเด็กที่ต้องกระโดดโลดเต้นจนเข่าแทบหลุด) และ ‘มีวิวัฒนาการ’ (จากลิงในภาคแรกมาสู่ลิงที่เหมือนมนุษย์สุดๆ ในภาคสุดท้าย) ที่สุดของเขา-ซึ่งควรจะได้มีโอกาสเข้าชิงรางวัลการแสดงบนเวทีใหญ่ๆ เลยด้วยซ้ำ!

ทุกวันนี้ หลังจากการปิดไตรภาครีบูตด้วย War for the Planet of the Apes (2017, รีฟส์) ทั้งซิลเวอร์และแจฟฟาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ซีซาร์เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของพวกเขาไปแล้ว “ลูกสาวของเราเห็นซีซาร์เป็นเหมือนพี่ชายของเธอ ตอนที่เราสร้างสรรค์เขาออกมา ตอนนั้นเหมือนเขาเป็นลูกคนนึงของเราเลยก็ว่าได้” ซิลเวอร์กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “การได้เห็นวิวัฒนาการของซีซาร์ผ่านหนังชุดนี้เป็นเรื่องที่น่าปลาบปลื้มใจอย่างเหลือเชื่อเลยค่ะ”