Chernobyl เชอร์โนบิล

เทียบเรื่องจริง-เรื่องแต่งของ ‘เชอร์โนบิล’ ภัยพิบัติที่ความเป็นจริงสยดสยองกว่าภาพยนตร์

Home / bioscope / เทียบเรื่องจริง-เรื่องแต่งของ ‘เชอร์โนบิล’ ภัยพิบัติที่ความเป็นจริงสยดสยองกว่าภาพยนตร์

Chernobyl ซีรีส์ที่กำลังกวาดความนิยมล้นหลามจากช่อง HBO โดยมันเล่าถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ของสหภาพโซเวียตในปี 1986 เมื่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ที่ตั้งในเมืองปริปยัต แคว้นเคียฟ ระเบิดเป็นไฟกลางค่ำคืนของเดือนเมษายน ท่ามกลางความตื่นกลัวของคนงานที่ต้องทำตามคำสั่งของ ดียัตลอฟ หัวหน้าวิศวกรจอมยโส พนักงานดับเพลิงที่นำโดย วาสิลี อิกนาเต็นโก ถูกเรียกตัวให้มารับภารกิจนี้อย่างกระทันหัน ปล่อยให้ ลุดมิลลา เมียรักอยู่โยงเฝ้าบ้าน ขณะที่ประชาชนคนอื่นๆ ทยอยเดินมาดูแสงไฟที่ลุกท่วมโรงไฟฟ้าอย่างตื่นตาตื่นใจ

เราคงเห็นแล้วว่าชะตากรรมของผู้คนเหล่านั้นล้วนลงเอยที่ความตายอย่างทารุณ คนงานในโรงไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับจุดระเบิดขาดใจตายแทบจะในทันที ขณะที่อีกไม่กี่คนที่เหลืออยู่ค่อยๆ ทยอยทรุดลงในโรงพยาบาลเช่นเดียวกับพนักงานดับเพลิงและตำรวจที่เข้ากะในวันนี้ ส่วนคนที่ออกมามุงดูแสงไฟและโดนละอองขี้เถ้าเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสี ลงเอยไม่แตกต่างกัน นั่นคือเสียชีวิตหลังจากเหตุภัยพิบัติไม่กี่เดือน คนที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรงก็เป็นมะเร็งในเวลาอันรวดเร็ว

เหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลได้รับการจัดอันดับในมาตราระหว่างประเทศว่าด้วยเหตุการณ์ทางนิวเคลียร์อยู่ที่ความรุนแรงในระดับเจ็ด ซึ่งคือระดับสูงสุด (และปัจจุบันมีเหตุการณ์รุนแรงนี้สองครั้ง ครั้งแรกคือเชอร์โนบิล อีกครั้งคือภัยพิบัติฟุกุชิมะไดอิชิเมื่อปี 2011) สหภาพโซเวียตระบุอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียชีวิต 31 ราย โดยภายหลังมีการเปิดเผยรายละเอียดว่าแท้จริงแล้วมีผู้เสียชีวิตหลายแสนคนแม้จะมีการอพยพผู้คนออกมาจากเชอร์โนบิลแล้วก็ตาม จนมันกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่นักวิชาการหลายคนลงความเห็นว่าเป็นบาดแผลใหญ่ที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลายในอีกไม่กี่ปีต่อมา

และดังที่เรารู้กัน ภัยพิบัติเชอร์โนบิลนั้นเกิดจากความผิดพลาดของระบบหล่อเย็น เมื่อคณะวิศวกรและทีมงานพยายามทดลองการทำงานของระบบจนแรงดันไอน้ำพุ่งขึ้นสูง และสุ่มเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ พวกเขาจึงพยายามตัดระบบการทำงานแต่ไม่ได้ผลจนแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 หลอมและระเบิดในที่สุด ขี้เถ้าและกลุ่มควันลอยปกคลุมทั้งปริปยัต และข้ามไปทั่วสหภาพโซเวียตตลอดจนบางส่วนของยุโรปจนต้องสั่งอพยพประชากรนับแสนชีวิต ความรุนแรงของระเบิดนั้นเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่าการทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะเศษซากแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กระเด็นตกลงมาด้านนอกโรงไฟฟ้าที่อันตรายเสียจนเข้าใกล้ไม่ได้ คนงานกู้ภัยกว่าห้าแสนรายมีค่าเฉลี่ยของรังสีสูงกกว่าปกติจนล้มป่วยในเวลาต่อมา แม้แต่เจ้าหน้าที่จากรัฐบาล บอริส (สเตลลัส สการ์สการ์ด) เองก็เป็นมะเร็งและเสียชีวิตหลังจากเหตุระเบิดเพียงไม่กี่ปี

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด -พ้นไปจากเขตปริปยัต- ก็คือเบลารุสเนื่องจากลมหอบเอาฝุ่นขี้เถ้าไปตกอยู่ในบริเวณนั้นจำนวนมาก มีผลสำรวจว่าเด็กๆ ที่กำเนิดภายหลังจากเหตุภัยพิบัติมีอันตราพิการมากขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทารกส่วนมากไม่รอดชีวิตเนื่องจากร่างกายซึมซับสารพิษตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ คนจำนวนมากป่วยเป็นโรครุนแรงทั้งมะเร็ง โรคประสาท และโรคเลือดเนื่องจากรังสีเอ็กซ์จากสารได้ทะลุทะลวงเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว มิหนำซ้ำหลายคนยังดื่มกินน้ำและอาหารที่มีสารปนเปื้อนอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย ตลอดจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่สัมผัสกับสารโดยตรงที่เสียชีวิตหลังเหตุระเบิดไม่ถึงเดือน มีรายงานว่าร่างของวาสิลี อิกนาเต็นโกบิดเบี้ยวจนผิดรูปและเส้นเลือดโป่งพองเสียจนใส่เสื้อผ้าให้เขาไม่ได้ และทำให้ลุดมิลลาต้องถือรองเท้าของสามีไว้หน้าหลุมศพ

อีกอร์ โคสติน คือหนึ่งในห้าของช่างภาพนิ่งชาวโซเวียตที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพในที่เกิดเหตุหลังระเบิด ภาพของเขาจึงเป็นแหล่งอ้างอิงของหนังหลายๆ เรื่องที่ว่าด้วยเหตุระเบิดในเชอร์โนบิลไม่ว่าจะ Chernobyl Diaries (2012, แบรดลีย์ ปาร์คเกอร์) ที่เดินรอยตามหลังธริลเลอร์เรื่องอื่นๆ ด้วยการเล่าถึงการหนีตายอย่างระทึกและปราศจากการสำรวจบาดแผลของผู้คน, Land of Oblivion (2011, ไมเคิล โบกานิม) หนังร่วมสี่สัญชาติ (ฝรั่งเศส-ยูเครน-โปแลนด์-เยอรมนี) ว่าด้วยงานแต่งของคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งในปี 1986 ที่พิธีเป็นอันล่มเพราะเกิดเหตุระเบิดขึ้น เช่นเดียวกับหนังสกุลสารคดีทั้งหลาย Pripyat (1999, นิโกลัส กีย์ฮัลเตอร์), The Russian Woodpecker (2015, แชด กราเซีย) และ Chernobyl (2015, มาร์มิน คูราสซ์)

และนี่คือภาพเหตุการณ์จริงเทียบกับสิ่งที่ปรากฏในซีรีส์ ตลอดจนภาพจากสารคดีและภาพนิ่งในสถานที่จริง

ภาพแรกของโรงไฟฟ้าหลังเกิดเหตุระเบิดได้ 14 ชั่วโมงโดยโคสติน
ลุดมิลลา ภาพทางขวาถูกถ่ายเมื่อเธอยืนอยู่หน้าหลุมศพของสามี
วาเลรี เลกาซอฟ นักวิศวกรที่ในเวลาต่อมาฆ่าตัวตายหลังเหตุระเบิดสองปีเพื่อเปิดโปงความดำมืดของเหตุการณ์
ตะกั่วดำที่ไม่ได้ถูกใช้เป็นแกนกลาง ถูกพบในห้องปฏิบัติการของปริปยัต
หน้ากากกันแก๊สพิษ ระหว่างของจริงและในซีรีส์
นางพยาบาลพยายามฉีดไอโอดีนต้านสารกัมมันภาพรังสีให้เด็กหญิงวัยสามขวบในโปแลนด์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 1986 หรือหลังเหตุเพียงหนึ่งเดือน
วยาเชสลาฟ โคโนวาลอฟ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ของยูเครน กับร่างสตัฟฟ์ของสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกถ่ายไว้เมื่อปี 1966
ซากปลาตายจำนวนมากจากการได้รับสารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลลงแม่น้ำ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก The Chernobyl Disaster: 25 Years Ago และ Chernobyl nuclear disaster – in pictures