Dorothy Judy Garland Over the Rainbow Oz The Great and Powerful The Wizard of Oz The Wonderful Wizard of Oz

The Character : โดโรธี (และผองเพื่อน) ผู้กล้าหาญใน The (Wonderful) Wizard of Oz

Home / bioscope / The Character : โดโรธี (และผองเพื่อน) ผู้กล้าหาญใน The (Wonderful) Wizard of Oz

หนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนสัญชาติอเมริกันที่ ‘หนอนหนังสือ’ ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้าง คงหนีไม่พ้น The Wonderful Wizard of Oz (1900) ของ แอล แฟรงค์ โบม ที่ว่าด้วยมิตรภาพและการเดินทางของกลุ่มเพื่อนแปลกประหลาดในดินแดนแห่งเวทมนตร์ ซึ่งขายดิบขายดีและโด่งดังเสียจนโบมต้องเขียนภาคต่ออีกนับสิบเล่ม ถูกแปลออกไปกว่า 50 ภาษา รวมถึงยังเคยถูกนำไปดัดแปลงเป็นทั้งละครเวที ภาพยนตร์ และซีรีส์ทางโทรทัศน์อีกด้วยตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

และตัวละครที่ผู้อ่าน/ผู้ชมมักจะนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โดโรธี เกล เด็กหญิงนิสัยดีในวัย(ประมาณ)สิบขวบผู้หลุดเข้าไปในดินแดนเวทมนตร์อย่าง ออซ ผ่านพายุไซโคลน (พร้อมด้วยเจ้าสุนัขตัวจ้อยที่ชื่อ โตโต) และพยายามหาหนทางกลับคืนสู่บ้านเกิดของเธอในแคนซัสอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่ทั้ง 3 คือ หุ่นไล่กา, ช่างไม้หุ่นดีบุก และ สิงโตขี้ขลาด ที่เธอได้พบเจอและผูกมิตรระหว่างทางไปขอความช่วยเหลือจาก พ่อมดออซ แห่งเมืองมรกต

มารู้จักตัวละครนี้(และเหล่าผองเพื่อนของเธอ)-ที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลก และถูกนำมาดัดแปลงอย่างต่อเนื่องแม้จะผ่านเวลามานานกว่าร้อยปีแล้ว-ให้มากขึ้นกันเถอะ!

ภาพประกอบของตัวละครต่างๆ ในหนังสือเวอร์ชั่นแรกถูกขึ้นวาดโดยฝีมือของ ดับเบิลยู ดับเบิลยู เดนสโลว์ -เพื่อนของโบมเอง- ที่ก็มีส่วนช่วยในการเล่าเรื่องไม่แพ้เนื้อหา โดยเฉพาะการร่างบุคลิกของตัวละครต่างๆ ที่จะถูกนำไปดัดแปลงผ่านสื่ออื่นๆ ต่อไปในอนาคต

เป็นที่เล่าลือกันว่าแอล แฟรงค์ โบม (1856-1919) เกิดความคิดที่จะแต่งหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อโต้ตอบกับบรรดา ‘นิทานหม่นมืด’ ทางฝั่งยุโรปของทั้งจาก พี่น้องกริมม์ และ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน โดยตัดเอาองค์ประกอบที่ทำให้ขนลุกขนพองออกไป แล้วใส่ความหวัง/การมองโลกในแง่ดีเข้ามาแทน แถมยังสร้างตัวละครโดโรธี-ผู้หลงหายไปยังต่างถิ่นและต้องการกลับบ้าน-ขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเด็กหญิง อลิซ -ที่ก็หลงไปยังถิ่นอื่นและอยากกลับบ้านเหมือนกัน- ในวรรณกรรมเยาวชนของอังกฤษคลาสสิกอย่าง Alice’s Adventures in Wonderland (1865) ของ ลูอิส แคร์รอลล์ อีกต่างหาก ทั้งนี้ก็เพราะโบมมองว่าตัวละครเด็กหญิงอย่างโดโรธีจะสามารถเชื่อมโยงให้คนอ่านที่เป็นเด็กรู้สึกเชื่อมโยงด้วยได้ง่าย-เช่นเดียวกับอลิซ โดยเหตุผลที่โบมตั้งชื่อตัวละครนี้ว่า ‘โดโรธี’ ยังมีตั้งแต่ที่ว่า มันเป็นชื่อฮิตของเด็กผู้หญิงในยุคนั้น, เป็นชื่อของหลานสาวของเขาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังแบเบาะ หรือแม้แต่เป็นชื่อของเหยื่อพายุที่ฝังใจเขาจากข่าวเมื่อหลายปีก่อน

อย่างไรก็ดี ขณะที่ความปรารถนาของโดโรธี-ผู้เดินทางไปขอความช่วยเหลือจากพ่อมดออซโดยมองโลกในแง่ดีและไม่เกรงกลัวสิ่งใด-คือการได้ ‘กลับบ้าน’ ไปพบป้ากับลุงที่แคนซัส ตัวละครอื่นๆ ที่ถูกโบมสร้างมาเพื่อร่วมทางกับเธอก็ล้วนมีความปรารถนาเช่นกัน ทั้งหุ่นไล่กาที่คิดว่าตนโง่เง่าจนอยากได้ ‘มันสมอง’, ช่างไม้ในร่างหุ่นดีบุกที่อยากได้ ‘หัวใจ’ และสิงโตขี้ขลาดที่อยากได้ ‘ความกล้าหาญ’ ซึ่งโบมก็พัฒนาตัวละครสมทบที่ช่วยส่งเสริมเรื่องราวเหล่านี้ มาจากสิ่งต่างๆ ที่เคยทำให้เขาฝังใจในประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวทั้งสิ้น เช่น หุ่นไล่กาที่มักไล่ตามจนทำให้เขากลัวในความฝัน หรือหุ่นของเล่นที่เขาชื่นชอบในวัยเด็ก เป็นต้น (อนึ่ง โบมยังปิ๊งไอเดียคำว่า ออซ -Oz- มาจากการเหลือบไปเห็นชั้นวางเอกสารตัวอักษร O-Z ของเขานี่เอง!)

อีกหนึ่งศตวรรษถัดจากนั้น The Wonderful Wizard of Oz -ที่นำโดยโดโรธีและผองเพื่อน- จึงได้ถูกนำไปดัดแปลงในสื่ออื่นๆ อีกมากมายหลายหน โดยในเขตคามของภาพยนตร์นั้น เวอร์ชั่นที่ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็เห็นจะเป็น The Wizard of Oz หนังสีเรื่องแรกๆ ในแนวทางมิวสิคัล/แฟนตาซีที่กำกับโดย วิกเตอร์ เฟลมมิง เมื่อปี 1939 ซึ่งตัวละครโดโรธีได้ถูกถ่ายทอดโดยเด็กสาววัย 16 อย่าง จูดี การ์แลนด์ พร้อมกับการเปลี่ยน ‘รองเท้าเงิน’ ในหนังสือมาเป็น ‘รองเท้าทับทิม’ ในหนัง และมีเพลงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง Over the Rainbow ที่เธอขับร้องเป็นตัวชูโรงให้แก่ตัวหนัง (ที่แม้จะไม่ทำเงินนัก แต่ก็เข้าชิงออสการ์ไปถึง 5 ตัว และชนะมา 1 ตัว คือเพลงประกอบยอดเยี่ยม-ซึ่งก็คือเพลงนี้ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้นักเล่าเรื่องไปทั่วโลก-ไม่ต่างจากตัวหนังสือเลย) และสร้างภาพจำให้แก่ตัวเธอเอง (เธอได้รางวัลออสการ์พิเศษในสมัยนั้นที่มอบให้แก่นักแสดงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีจากบทนี้ด้วย) จนมีคนกล่าวชื่นชมว่า “ภาพลักษณ์ใน The Wizard of Oz ไม่เพียงแค่ส่งให้เธอเป็นดาวเด่นเท่านั้น หากแต่ยังทำให้เธอเป็น ‘อมตะ’ (ในความรู้สึกของแฟนหนัง) อีกด้วย”

โดยนอกจากนั้น ก็ยังมีหนัง/ซีรีส์ฉบับดัดแปลงที่น่าสนใจอีกมากบ้างน้อยบ้าง-โดยเฉพาะในยุคหลังๆ ไม่ว่าจะเป็นหนัง Oz the Great and Powerful (2013, แซม เรมี) ที่ตีความเรื่องใหม่ทั้งหมดด้วยการเปลี่ยนไปเล่าผ่านมุมของพ่อมดออซ โดยให้บางตัวละครในเรื่องมีความเกี่ยวพันกับโดโรธีทางสายเลือด, หนัง OzLand (2014, ไมเคิล วิลเลียมส์) ที่ไปไกลกว่าด้วยการเล่าถึงสองหนุ่มพี่น้องในโลกดิสโทเปียที่เพิ่งได้อ่านวรรณกรรมเล่มนี้จนเกิดจินตนาการไปต่างๆ นานา หรือซีรีส์อย่าง Tin Man (2007), Once Upon a Time ซีซั่น 5 (2015) และ Emerald City (2017) ที่ต่างก็ขยับขยายตัวละครโดโรธี(และเพื่อน)ไปในมิติอื่นๆ ซึ่งแม้จะ ‘แป้ก’ ในแง่คำวิจารณ์ แต่ก็ยังพอจะเห็นถึงความพยายามที่ต้องการ ‘บิด’ ให้ตัวละคร/เรื่องเล่านี้ออกมาดูร่วมสมัยมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจารณ์หลายคนยังเชื่อว่าตัวละครอย่างโดโรธีและผองเพื่อนใน The Wonderful Wizard of Oz ต่างก็มี ‘ความหมาย’ ที่ถูกผู้แต่งซุกซ่อนเอาไว้ จึงมีคนออกมา ‘ตีความ’ เรื่องเล่าสุดคลาสสิกนี้กันอย่างอย่างไม่จบไม่สิ้น โดยทฤษฎีที่น่าสนใจก็มีตั้งแต่การเปรียบเปรยว่า มันอาจหมายถึงการล่มสลายของพรรคประชาชนฝ่ายซ้ายในยุค 1890 (โดยแต่ละตัวละครเปรียบได้กับคนแต่ละหมู่เหล่า เช่น โดโรธี = พลเมืองทั่วไป, หุ่นไล่กา = ชาวไร่, หุ่นดีบุก = ชนชั้นแรงงาน), ความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า (กลุ่มตัวละครเอก-ที่มีบาปและ/หรือความปรารถนากันคนละอย่าง-เดินทางไปเมืองมรกตเพื่อขอความช่วยเหลือจากพ่อมดออซผู้ทรงอำนาจ) หรืออาจไม่มีก็ได้ (เพราะตัวละครพ่อมดที่พวกเขาศรัทธาในตอนต้นนั้น…[สปอยล์จ้า]…กลับถูกเปิดโปงว่าเป็นเพียง ‘พ่อมดกำมะลอ’ ในท้ายที่สุด!), ความสงสัยใคร่รู้ในธรรมชาติและจักรวาล (มีคนเล่าว่าโบมได้บุคลิกอยากรู้อยากเห็นและกล้าเผชิญกับสิ่งที่ตนไม่เข้าใจมาจาก มาทิลดา แม่ยายผู้ปราดเปรื่องด้านปรัชญาของเขาเองที่พยายามถอดรหัสความลับของธรรมชาติและจักรวาล) ไปจนถึงจิตใจของมนุษย์ที่แสนสลับซับซ้อน (โดโรธีคือมนุษย์ ส่วนเหล่าตัวละครแวดล้อมคือแต่ละภาคของจิตที่เธอ-หรือก็อาจคือตัวโบมเอง-ต้องรับมือ) เลยทีเดียว

หน้าปกหนังสือต้นฉบับปี 1900 ของโบม

ด้วยความซับซ้อน-ที่ไม่ว่าแอล แฟรงค์ โบมจะตั้งใจหรือไม่-จนถูกนำมาตีความใหม่ได้อย่างหลากหลายนี่เอง จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวละครที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมเสน่ห์อย่างโดโรธีและผองเพื่อนแห่งอาณาจักรออซ กับเรื่องราวของพวกเขานั้น สามารถอยู่ยั้งยืนยงในหมู่นักเล่า/นักเสพเรื่องมายาวนานถึงเพียงนี้

…จนแม้แต่ผู้แต่งอย่างโบมเองก็คงไม่อยากจะเชื่อ!