Jesse Eisenberg Now You See Me The Social Network เจสซี ไอเซนเบิร์ก

‘ไอ้เด็กเ-ร’ แห่งวงการสัมภาษณ์ เจสซี ไอเซนเบิร์ก ไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลของนักข่าว

Home / bioscope / ‘ไอ้เด็กเ-ร’ แห่งวงการสัมภาษณ์ เจสซี ไอเซนเบิร์ก ไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลของนักข่าว

 

“คุณทำฉันอยากร้องไห้ละเนี่ย”

“โอ้… อย่าร้องน่า อย่าร้อง เอาไปร้องหลังการสัมภาษณ์นี้จบแล้วกันไม่งั้นผมจะรู้สึกต้องรับผิดชอบอีก”

การให้สัมภาษณ์กับสื่อของ เจสซี ไอเซนเบิร์ก ขณะโปรโมตภาพยนตร์ Now You See Me (2013, หลุยส์ เลแตร์ริเยร์) กับผู้สื่อข่าวสาวนาม โรมินา ลงเอยอย่างกึ่งหายนะเพราะตลอดการให้สัมภาษณ์ความยาวราวห้านาที บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยความอิหลักอิเหลื่อและชวนเหวอเอามากๆ แถมคลิปยังกลายเป็นไวรัลเมื่อมันลงเว็บไซต์ยูทูบแล้วคนได้ดูฝีปากร้ายกาจของไอเซนเบิร์กที่ทำเอาโรมินาถึงกับไปไม่เป็น (แม้จะมีหลายคนบอกว่า บรรยากาศแบบนี้มันเหมือนทั้งคู่พยายามจีบกันอยู่ด้วยซ้ำไปนะ!) แถมไอเซนเบิร์กยังปิดคลิปอย่างแสบสันต์ เมื่อโรมินาเอ่ยปากขอให้เขาพูดชื่อเธอให้หน่อย

“เรียกชื่อฉันแล้วทำเหมือนว่าเราเพิ่งเลิกกัน และคุณก็เรียกหาชื่อฉันท่ามกลางฝูงชน”

ไอเซนเบิร์กหันมองกล้อง “โรมินา!”

“แค่นั้นอะนะ… ฉันคงไม่ได้ยินคุณเรียกหรอก”

“เพราะไรรู้ปะ เพราะว่าเรื่องของเรื่องคือผมไม่ได้อยากหาตัวคุณและหวังว่าจะได้อยู่คนเดียวไงล่ะครับ”

“ไอ้เ-รเอ๊ย”

โรมินาไม่ใช่ ‘คู่ไฟว์’ แรกของไอเซนเบิร์ก ก่อนหน้านี้เขาเคยให้สัมภาษณ์ที่ชวนเดือดดาลและตรงไปตรงมาชนิดฮุคซ้ายต่อยขวามาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนมาก บรรยากาศมันไม่ชวนอึดอัดเท่ากรณีอันโด่งดังของโรมินาเท่านั้นเอง และเอาเข้าจริง ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ตัว หากแต่ไอเซนเบิร์กนั้นยอมรับว่าเขามีปัญหากับการตอบคำถามและเข้าสังคมไม่น้อย และมันทำให้เขาวางตัวไม่ถูกว่าควรจะตอบอย่างไรถึงจะสนุก เป็นที่พอใจของทั้งตัวเองและคู่สนทนา

แต่อย่าเพิ่งไปคิดว่าไอเซนเบิร์กเป็นพวกชอบถากถางจู่โจมคนอะไรแบบนั้น พ่อหนุ่มหัวหย็อยที่การรับบทเป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ใน The Social Network (2010, เดวิด ฟินเชอร์) ส่งเขาเข้าชิงออสการ์สาขานำชายยอดเยี่ยม และเป็นจุดพลิกชีวิตหนุ่มเนิร์ดๆ ที่ก่อนนี้วนเวียนอยู่ในหนังอินดี้ฟอร์มเล็ก The Emperor’s Club (2002, ไมเคิล ฮอฟฟ์แมน), The Squid and the Whale (2005, โนอาห์ บอมบาช) แถมยังรับบทเป็นเด็กเนิร์ดขี้อายเข้าสังคมไม่เก่งติดกันหลายเรื่องทั้งจาก Adventureland (2009, เกร็ก ม็อตโตลา) และ Zombieland (2009, รูเบน เฟลชเชอร์) ก่อนที่ชื่อเสียงจะประดังประเดใส่จนตั้งตัวแทบไม่ติดภายหลังรับบทเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Facebook

“ผมมีอาการวิตกกังวลเกินเรื่อง” เขาว่า ทั้งยังอธิบายว่าตัวเองมีอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำอย่างหนักและต้องรับมือกับมันเสมอ “มาตระหนักได้ทีหลังว่าตัวเองมักจะรับบทเป็นตัวละครที่ติดแหง็กอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่บ่อยๆ ซึงมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองจากไอ้โรควิตกกังวลนี่เหมือนกัน”

และเจ้าอาการที่ว่านี้ก็ส่งผลต่อตัวไอเซนเบิร์กมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาเล่าว่าการเติบโตในเขตนิวเจอร์ซีย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “มันไม่ใช่ความผิดของนิวเจอร์ซีย์หรอก มันเพราะปัญหาทางจิตของผมเอง ตอนนี้ผมโตแล้วและย้ายมาอยู่ที่นิวยอร์ค ก็ดันนึกถึงชีวิตแถบชานเมืองขึ้นมาซะได้

“ตอนเด็กๆ ผมร้องไห้ทุกวันแหละ แถมยังเป็นบ้าเป็นหลังไปอยู่พักนึงเพราะเข้ากับคนอื่นๆ หรือสถานการณ์ปกติไม่ได้ อย่างในชั้นเรียนที่ทุกคนแข่งกันเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนๆ ผมก็จะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง”

โชคยังดีที่ไอเซนเบิร์กพบว่าวิธีเยียวยาตัวเองออกจากความสติแตกเมื่อต้องเข้าสังคมคือการแสดง เพราะมันเปิดพื้นที่ให้เขาได้ผ่อนคลายจากความจับจดในหัว (“ผมไม่ได้เก่งอะไรหรอก แค่เพราะน้องสาวผมไปเรียนการแสดงผมเลยตามเธอไปเพราะอยากตัวติดกับเธอเท่านั้นแหละฮะ”) แต่ในอีกด้านหนึ่ง งานแสดงยังมาพร้อมกับการพบปะผู้คนมากมายและสื่อมวลชนที่ทำให้เขาต้องตอบคำถามจากผู้คนมากหน้าหลายตา ไอเซนเบิร์กนั้นพูดรัวเร็ว และบ่อยครั้ง เขายอมรับว่าบางทีเขาก็โพล่งออกมาโดยไม่ทันได้คิด และนั่นก็ทำให้เขารั้งตำแหน่งนักแสดงที่ฟาดปากกับนักข่าวบ่อยมากที่สุดคนหนึ่งของอุตสาหกรรมฮอลลีวูด แถมเมื่อครั้งในการให้สัมภาษณ์ที่งานคอมิก-คอน เขาก็พูดเร็วเสียจนทีมงานต้องบอกให้เขาช้าลงและพูดซ้ำอีกที (ซึ่งไอเซนเบิร์กถามกลับหน้าซื่อๆ ว่า “ท่อนไหนอะ” ก่อนจะได้รับคำตอบกลับมาว่า “ทั้งหมดนั่นแหละ!”)

แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะทำตัวน่าปวดเศียรเวียนเกล้าไปเสียทั้งหมด ไอเซนเบิร์กเป็นที่รักของนักแสดงและผู้กำกับที่เขาร่วมงานด้วย (เอ็มมา สโตน ที่ร่วมงานกับเขาใน Zombieland บรรยายถึงไอเซนเบิร์กว่า “เขานิสัยดีมากๆ และโคตรตลกเลย!”) แถมเขายังทำให้ผู้สื่อข่าวจาก theguardian หัวเราะท้องคัดท้องแข็งระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่ลอนดอน เมื่อเด็กๆ วิ่งมามะรุมมะตุ้มเขาและไอเซนเบิร์กก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าปล่อยให้แก๊งเด็กๆ สอบถามเรื่องกลกุญแจมือใน Now You See Me ที่เขาแสดงได้อย่างสมจริงสุดๆ “คุณสะเดาะกลอนนั่นได้จริงปะฮะ!” (“จริงดิ! แต่อย่าไปลองทำเองเชียวล่ะพวก”) / “คุณมาทำ’ไรที่ลอนดอนแทนที่จะอยู่ในฮอลลีวูดอะ” (“ไม่รู้เหมือนกันแฮะ”) / “ทำไมพวกคุณแต่งตัวตลกจัง” (“ไม่รู้อีกเหมือนกัน”)

“ขอโทษที่ตามคุณมานะฮะ ขอโทษด้วยถ้าทำให้คุณรู้สึกแปลกๆ” เด็กคนหนึ่งว่า

“ฉันก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ตลอดเวลาแหละ” ไอเซนเบิร์กตอบกลับอย่างสบายอารมณ์ “ไม่มีอะไรต่างออกไปร้อก”