The Darkest Hour 3D มหันตภัยมืดถล่มโลก

Home / หนังใหม่ / The Darkest Hour 3D มหันตภัยมืดถล่มโลก

The Darkest Hour 3D มหันตภัยมืดถล่มโลก

2012-01-05




ขอต้อนรับสู่มอสโคว์

ภาพยนตร์เรื่อง THE DARKEST HOUR เป็นเรื่องราวของมนุษย์ 5 คนที่พบว่าตัวเองติดกับอยู่ในมอสโคว์ พวกเขาต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากเอเลี่ยนที่เข้าโจมตีอย่างรุนแรง ความน่าตื่นเต้นที่โดดเด่นในนรูปแบบ 3 มิติของความงามกรุงมอสโคว์แบบคลาสสิค พร้อมด้วยสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ที่น่าตื่นเต้นจากจินตนาการของผู้สร้างภาพยนตร์ ทีเมอร์ เบ็คแมมบิทอฟ (Wanted, Night Watch) และผู้กำกับคริส โกแร็ค (Right At Your Door)

การมาถึงที่หมายท่ามกลางพายุสายฟ้าอันลึกลับ นักลงทุนหนุ่มด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ฌอน (อีมิล เฮิร์ช) และเบ็น (แม็กซ์ มิงเฮลล่า) ที่มาเมืองหลวงของประเทศรัสเซียอันกว้างใหญ่เพื่อประกอบธุรกิจในฝันของพวกเขาที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสากลที่เต็มไปด้วยแหล่งเงินแห่งใหม่ แต่ทำธุรกิจอย่างไม่ถูกหลัก ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างนาตาลี (โอลิเวีย เธิร์ลบี้) และ แอน (ราเชล เทย์เลอร์) ติดอยู่ที่มอสโคว์เนื่องจากมีการหยุดทริปที่ต้องเดินทางไปเนปาลอย่างกระทันหันนอกเหนือหมายกำหนดการ ทางออกที่ดีที่สุดคือการค้นหาการผจญภัยในศูนย์กลางแห่งเที่ยวราตรีของโลก

เพื่อนซี้ทั้งคู่ได้พบความน่าดึงดูดใจและเสน่ห์แห่ง Zvezda Nightclub ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญระดับโลกและเป็นความงามแห่งมอสโคว์ รวมถึง สกายลาร์ หนุ่มชาวตุรกี (โจเอล คินนาแมน), นักธุรกิจชาวสวีเดนผู้หลอกลวงฌอนและเบ็น เป็นเม็กกะสำหรับวัยรุ่นที่เที่ยวรอบโลก ซูเปอร์โมเดล และนักธุรกิจที่เดินทางมาประชุมที่มอสโคว์ คลับเปลี่ยนไปเป็นฉากอันน่าสะพรึงกลัวอย่างรวดเร็วเมื่อฝูงเอเลี่ยนเข้ายึดพื้นที่และทุกอย่างต้องอยู่ในความมืด

หลังเอาชีวิตรอดจากการถูกโจมตีอย่างลึกลับในช่วงแรก หลายวันต่อมาทั้ง 5 คนถูกกักตัวอยู่ที่มอสโคว์ที่มีเอเลี่ยนมากขึ้น ? ตอนนี้เมื่อในเมืองไม่มีกระแสไฟและกลายเป็นเมืองร้าง มีแต่ความวุ่นวายจากพลังที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ ซึ่งประกอบด้วยพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เอเลี่ยนจะปลิดชีพอย่างโหดเหี้ยมด้วยการดูดสลายสิ่งมีชีวิตบนโลก ย่อยสลายส่วนประกอบทุกโมเลกุลอย่างฉับพลัน โดยทั่วไปแล้วมนุษย์จะมองไม่เห็นฝูงเอเลี่ยน ไม่ว่าจะใช้ไฟเท่าไหร่ก็ตาม ตอนนี้ช่วงกลางวันก็มีอันตราย บรรดาผู้รอดชีวิตจึงต้องเดินทางข้ามเมืองที่ปลอดภัยในช่วงค่ำคืน ระหว่างที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่แต่ละคนพบเจอในเหตุการณ์ประหลาดเมื่อทุกอย่างที่คุ้นตาได้หายไป

ตลอดการเดินทางข้ามเมืองต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้รอดชีวิตหลายกลุ่มชาวรัสเซีย ที่ช่วยให้พวกเขาเริ่มไขปริศนาสิ่งที่เข้ามารุกล้ำที่แทบจะมองไม่เห็น จุดมุ่งหมายและจุดอ่อนของมัน และที่สำคัญคือจะต่อสู้กับมันอย่างไร

—————————————————————————————————–

The Darkest Hour 3D มหันตภัยมืดถล่มโลก

ภาพยนตร์เรื่อง The Darkest Hour เป็นการร่วมอำนวยการสร้างระหว่าง New Regency และ Summit Entertainment กำกับโดยคริส โกแร็ค จากบทภาพยนตร์ของจอน สเปทส์ สร้างขึ้นจากเรื่องของเลสลี่ โฐเฮ็ม และ เอ็ม.ที. เอเฮิร์น และ จอน สเปทส์ นำแสดงโดยอีมิล เฮิร์ช (Into The Wild, Milk, Speed Racer); โอลิเวีย เธิร์ลบี้ (Juno); แม็กซ์ มิงเฮลล่า (The Ides of March, The Social Network, Agora); ราเชล เทย์เลอร์ (Transformers) และโจเอล คินนาแมน (Snabba Cash, ภาพยนตร์ทาง AMC ?The Killing?) อำนวยการสร้างโดย ทอม จาค็อบสัน (Ladykillers, Mission To Mars) และทีเมอร์ เบ็คแมมบีทอฟ (กำกับเรื่อง Wanted) มอนนี่ วิลส์ เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร Summit Entertainment จัดจำหน่ายภาพยนตร์แอ็คชั่น-ระทึกขวัญทางตอนเหนือของอเมริกาวันที่ 25 ธันวาคม 2011 จัดจำหน่ายทั่วโลกโดย 20th Century Fox

ภาพยนตร์เรื่อง The Darkest Hour ฉายในรูปแบบ Reel D 3D และระบบ 2 มิติวันที่ 5 มกราคม 2012

—————————————————————————————————–

The Darkest Hour 3D มหันตภัยมืดถล่มโลก

ที่มาของโปรเจ็กต์ ? เอเลี่ยนในกรุงมอสโคว์

ภาพยนตร์เรื่อง The Darkest Hour มีจุดกำเนิดจากไอเดียที่มาการถกเถียงกันบ่อยๆ ระหว่างผู้อำนวยการสร้างทอม จาค็อบสัน และ ผู้อำนวยการสร้างบริหารมอนนนี่ วิลส์ ?เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราคุยกันว่าจะเอาชีวิตรอดอย่างไร ภายใต้การทำลายล้างของเหล่าเอเลี่ยนที่เราได้พ่ายแพ้ให้กับพวกมันหรือ?? จาค็อบสันอธิบาย ?เกิดอะไรขึ้นหลังจาก Independence Day? เราให้ความสนใจในเรื่องที่พุ่งเป้าไปที่ตัวละคร พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? ผมชอบเรื่องราวที่เกี่ยวกับมนุษย์และแนวไซไฟที่มีความคลาสสิค เช่น มนุษย์ธรรมดาที่อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่ธรรมดา จะเกิดอะไรขึ้นหากเราถูกโจมตี ยึดกำลังและเกิดโกลาหล? นั่นล่ะต้นกำเนิดไอเดีย?

?และผมยังชอบแนวคิดของมนุษย์ที่อยู่ในภูมิประเทศที่ถูกยึดครองที่ไม่ยอมจำนน เช่น ภาพยนตร์เกี่ยวกับหน่วยต่อต้านชาวฝรั่งเศส? จาค็อบสันกล่าวเสริมว่า ?เรื่องนี้จึงมีแรงบันดาลใจมาจากหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่านั้นด้วย เว้นแต่พรมแดนเยอรมัน ซึ่งตอนนี้เราอยู่ข้างหลังแนวข้าศึกที่เป็นมนุษย์ต่างดาว ทุกอย่างยอมให้เราเข้าไปสำรวจความกล้าหาญและวิธีวางตัวเมื่อเราถูกทดสอบ ในโลกแห่งภาพยนตร์ หนังไซไฟที่ดีที่สุดอาจอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเหล่านั้นเพราะเป็นการสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมได้มาก?

?จาค็อบสันขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าของเขาอย่างเลสลี่ โบเฮ็ม และเพื่อนร่วมเขียนบทของเขา เอ็ม.ที.เอเฮิร์นมาทำให้คอนเซ็ปต์เป็นรูปร่างขึ้นมา ?พวกเขานำไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ตรงนั้นมาแต่งเรื่องราว และออกมาพร้อมกับชื่อหนังว่า The Darkest Hour? จาค็อบสันกล่าว ?แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นในหลายทิศทาง เลสกับเมแกนเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ได้สนุกมาก แล้วผมก็เอาไปขายให้ New Regency จากนั้นก็เพิ่มความเซอร์ไพรส์และความเป็นเอกลักษณ์ลงไปในเรื่องราว ในหนังแนวไซไฟหรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับสงครามทั้งหลาย เราได้เห็นทุกเวอร์ชั่นมาแล้ว ฉะนั้นมาเพิ่มความซับซ้อนรูปแบบใหม่กันเถอะ?

?การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้น ตั้งแต่บทหน้าแรกที่จะไปถ่ายทำกันที่มอสโคว์? จาค็อบสันเปิดเผยว่า ?นี่เป็นหนึ่งในหลายไอเดียยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง? ตัวละครเป็นใครและทำไมเราถึงต้องไปอยู่ที่มอสโคว์ พวกเขาไปยังเมืองที่มีสีสันอันน่าตื่นเต้นที่คนส่วนใหญ่ได้ยินมา แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวอเมริกันไม่เดินทางไปที่นั่น ราวกับมอสโคว์เป็นสถานที่ที่ตัวละครวัยรุ่นจะได้ไปผจญภัยที่นั่น? จาค็อบสันกล่าวว่า ?พวกเราตื่นเต้นที่ได้สร้างเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้ากันอยู่แล้วต้องมาอยู่ในสถานที่แปลกตา และเมื่อเอเลี่ยนปรากฏตัวขึ้นมาก็ยิ่งรู้สึกประหลาด?