Into the Woods มหัศจรรย์คำสาปแห่งป่าพิศวง

Home / โปรแกรมหนัง / Into the Woods มหัศจรรย์คำสาปแห่งป่าพิศวง
Into the Woods มหัศจรรย์คำสาปแห่งป่าพิศวง

Into the Woods มหัศจรรย์คำสาปแห่งป่าพิศวง

2015-01-15




ระวังสิ่งที่เธอพูด เด็กๆ จะคอยฟัง
ระวังสิ่งที่เธอทำ เด็กๆ จะเห็นและเรียนรู้
ระวังสิ่งที่เธอขอ เพราะพรเป็นดุจดังเด็กน้อย
ระวังเส้นทางที่ก้าวเดิน เพราะพรจะเป็นจริงได้ ต้องมีสิ่งตอบแทน…
“Finale/Children Will Listen”

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอาณาจักรที่ห่างไกล ในตอนที่คนทำขนมปัง (เจมส์ คอร์เดน) ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ พ่อของเขา (ไซมอน รัสเซล บีล) ถูกจับได้ว่าขโมยถั่ววิเศษจากสวนผักของแม่มด (เมอริล สตรีพ) ที่อยู่ข้างบ้าน เพื่อเป็นการลงโทษที่เธอสูญเสียถั่ววิเศษไป แม่มดจึงถูกสาปให้มีรูปโฉมอัปลักษณ์ และในทางกลับกัน แม่มดก็ร่ายคำสาปกับครอบครัวของคนทำขนมปัง เพื่อเป็นการรับประกันว่าคนทำขนมปังและภรรยาของเขาจะไม่สามารถมีทายาทได้ตลอดกาล

หลายปีต่อมา ในตอนที่คนทำขนมปังและภรรยาของเขา (เอมิลี บลันท์) ได้รับรู้เรื่องคำสาปนี้ พวกเขาก็เข้าไปในป่าพิศวงเพื่อหาวัตถุดิบที่จะถอนคำสาปและฟื้นฟูความงามให้กับแม่มด ในตอนที่พระจันทร์สีฟ้าจะขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 100 ปีเท่านั้น พวกเขาจะต้องกลับมพร้อมกับของสี่อย่าง นั่นคือแม่วัวที่สีขาวราวน้ำนม เส้นผมที่มีสีเหลืองราวข้าวโพด ผ้าคลุมที่สีแดงราวกับเลือด และรองเท้าที่บริสุทธิ์ราวทองคำ

ระหว่างที่พวกเขาเดินทางเข้าไปในป่าพิศวง พวกเขาได้พบกับซินเดอเรลลา (แอนนา เคนดริค) ที่หนีจากปราสาทขณะสวมรองเท้าทองคำ หนูน้อยหมวกแดง (ลิลลา ครอว์ฟอร์ด) ที่กำลังเดินทางไปบ้านคุณยาย แต่ก็ถูกหมาป่าไล่ตาม (จอห์นนี เดปป์) สาวสวยราพันเซล (แม็คเคนซี เมาซี) ผู้ถูกแม่มดขังไว้บนหอคอยที่ไร้ประตู และแจ็ค (แดเนียล ฮัตเติลสโตน) เด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินทางไปตลาดเพื่อขายมิลกี้ ไวท์ วัวที่เขารัก เพื่อเอาใจแม่ของเขา (เทรซีย์ อัลล์แมน) แต่ละครต่างเดินทางบนเส้นทางเพื่อทำความปรารถนาให้เป็นจริง

เมื่อค่ำคืนที่สามใกล้เข้ามา หลังจากที่รวบรวมสิ่งของที่จำเป็นมาได้ทั้งจากการขโมย การติดสินบนและการหลอกลวง คนทำขนมปังและภรรยาของเขาก็นำส่งสิ่งเหล่านั้นให้กับแม่มด ไม่นานนัก คำสาปของแม่มดก็สลายไป ทำให้เธอกลับมางดงามอีกครั้งหนึ่ง คนทำขนมปังและภรรยาได้ให้กำเนิดทายาทตามที่พวกเขาต้องการ ซินเดอเรลลาเป็นอิสระจากแม่เลี้ยงใจร้าย (คริสติน บาแรนสกี้) และพี่เลี้ยงใจร้าย ฟลอรินดาและลูซินดา (แทมมี บลองชาร์ด และลูซี พันช์) และได้แต่งงานกับเจ้าชาย (คริส ไพน์) ราพันเซลเป็นอิสระได้เพราะเจ้าชายของเธอ (บิลลี แม็กนัสเซน) และต้นถั่วยักษ์ที่งอกจากถั่ววิเศษที่แจ็คได้รับมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับวัวของเขา ก็ทำให้พวกเขาร่ำรวยเกินกว่าที่แม่ของเขาจะคิดฝันเสียอีก

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาแห่งความสุขนิจนิรันดร์ เลดี้ ไจแอนท์ ผู้น่าสะพรึงกลัวและเต็มไปด้วยความแค้น (ฟรานซิส เดอ ลา ตูร์ ) ได้ปีนลงมาจากต้นถั่ว และสร้างความพังพินาศให้กับอาณาจักร หมู่บ้านและป่าพิศวง เมื่อถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ความปรารถนาของพวกเขา กลุ่มตัวละครที่ได้ผูกมิตรกันในป่า จะต้องมารวมตัวกันเพื่อรับผิดชอบผลการกระทำของพกวเขาก่อนที่พวกเขาจะล้มยักษ์ตนนั้นได้ เมื่อนั้น พวกเขาถึงจะได้ค้นพบความสำคัญของการเดินทางของพวกเขาแต่ละคน

——————————————————————————————————————————————————————————-

B35woyVCUAAx0TN.jpg_large

เมื่อสิบสองปีที่ผ่านมา หลังจากความสำเร็จยิ่งใหญ่ของเวอร์ชันจอเงินของมิวสิคัลบรอดเวย์เรื่อง “Chicago” (ซึ่งได้รับหกรางวัลอคาเดมี อวอร์ด รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) ผู้กำกับร็อบ มาร์แชลก็ได้นั่งคุยกับสตีเฟน ซอนด์เฮม เรื่องความสนใจของเขาในการกำกับเวอร์ชันภาพยนตร์ของละครเวทีเรื่องหนึ่งของนักประพันธ์ในตำนานผู้นี้ “Into the Woods” อันดับแรกในลิสต์ของซอนด์เฮมคือหนึ่งในละครเวทีที่โด่งดังที่สุดและสะเทือนอารมณ์ที่สุดของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาคิดว่าจะเหมาะกับมาร์แชลด้วย

มาร์แชลและคู่หูในการอำนวยการสร้างของเขา จอห์น เดอลูกา เป็นแฟนมิวสิคัลดังเรื่องนี้ของซอนด์เฮมและเจมส์ ลาไพน์ ตั้งแต่ที่มันเปิดตัวบนเวทีบรอดเวย์ที่โรงละครมาร์ติน เบ็ค เธียเตอร์ในปี 1987 แล้ว มาร์แชลพูดถึงละครเวทีเรื่องนี้ว่า “เรื่องราวนี้ร้อยเรียงดนตรีประกอบที่เฉียบคม สนุกสนานและเปี่ยมด้วยอารมณ์ของซอนด์เฮมเข้ากับเรื่องราวที่ซับซ้อนและยอดเยี่ยมของลาไพน์ ซึ่งเป็นการนำเสนอเทพนิยายที่รักหลายเรื่องในมุมมองใหม่ และเป็นเรื่องบันเทิงใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ล้วงลึกเข้าไปในธีมที่ซับซ้อนเช่นผลลัพธ์ของการขอพร ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่/ลูก ความโลภ ความทะเยอทะยาน ความสูญเสียและสิ่งที่อาจจะสำคัญที่สุดก็คือรักที่ไร้เงื่อนไขและพลังจิตวิญญาณของมนุษย์”

และแล้วในปี 2011 ในโอกาสครบรอบปีที่ 10 ของเหตุการณ์ 9/11 มาร์แชลได้ยินประธานาธิบดีโอบามาพูดกับครอบครัวของเหยื่อ โอบามากล่าวปลอบประโลมใจคนเหล่านั้นว่า “คุณไม่ได้อยู่ตามลำพัง…ไม่มีใครอยู่ตามลำพัง” คำว่า “ไม่มีใครอยู่ตามลำพัง” ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงที่น่าประทับใจและน่าจดจำที่สุดจาก “Into the Woods” ด้วยเช่นกัน กระทบใจมาร์แชลมาก และในตอนนั้นเอง เขารู้ว่าถึงเวลาที่จะนำเสนอมิวสิคัลที่เป็นที่รักเรื่องนี้สู่จอเงินแล้ว

“ในหลายๆ แง่มุม ผมคิดว่า ‘Into the Woods’ เป็นเทพนิยายสำหรับศตวรรษที่ 21 ยุคหลังเหตุการณ์ 9/11 ครับ” มาร์แชลบอก “ซอนด์เฮมและลาไพน์เขียนเรื่องราวนี้ได้ล้ำยุคมากๆ ความรู้สึกอบอุ่นใจที่ว่าเราไม่ได้อยู่ตามลำพังในโลกที่ไร้เสถียรภาพนี้ทำให้เราทุกคนเห็นประกายความหวังครับ”