Syndromes and a Century / แสงศตวรรษ

Home / หนังใหม่ / Syndromes and a Century / แสงศตวรรษ
Syndromes and a Century / แสงศตวรรษ

Syndromes and a Century / แสงศตวรรษ

2008-04-10





syndromes and a century แสงศตวรรษ Trailerดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

แสงศตวรรษ คือหนังที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน 2 ตัวละครหลักในเรื่องกำเนิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากชีวิตพ่อและแม่ ของผู้สร้างภาพยนตร์ในช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะเป็นคู่รักกัน ช่วงแรกของหนังเล่าถึงคุณหมอสาว ท่ามกลางฉากหลังซึ่งเป็นพื้นที่คลับคล้ายกับโลกที่ผู้สร้างภาพยนตร์เกิดและเติบโตขึ้น ส่วนในช่วงที่ 2 เล่าถึงคุณหมอชายบนฉากหลังอันเป็นพื้นที่ร่วมสมัย เช่นเดียวกับกับโลกซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์กำลังอาศัยอยู่ในปัจจุบัน

แสงศตวรรษ เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงสิ่งดีๆ ในชีวิต ภาพยนตร์จะให้ความสนใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิต และเปรียบเทียบความงาม ของสถาปัตยกรรม ทั้งจากอดีต และปัจจุบัน เพื่อที่จะเน้นจินตนาการของผู้ชมถึงสิ่งที่จะ ตามมาในอนาคต ราวกับว่าภาพยนตร์เหมือนกับแก้วเจียรนัยที่สดใส ที่อุทิศให้แก่ผู้ที่ให้ชีวิตแก่ผู้สร้าง


ห้วงความทรงจำที่ 1
ความงามของอาชีพแพทย์ในความทรงจำของแพทย์หญิงที่ทำงานที่โรงพยาบาลชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่ง ภาพยนตร์เริ่มด้วยชีวิตประจำวันของแพทย์หญิงเตย ที่ต้องสัมภาษณ์นายแพทย์หน่อง แพทย์ทหาร ที่มาฝึกงาน ขณะเดียวกันแพทย์หญิงเตยก็ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อโต๋มาเฝ้าติดตาม ที่โรงพยาบาล เขาเอาของฝากมาให้เธอและพยายามเอาใจเธออย่างเขินอาย ตามประสาคนที่เพิ่งเคยมีความรัก

เช้าวันนั้น แพทย์หญิงเตยได้พยายามเลี่ยงโต๋ โดยมาตรวจโรคให้กับพระสูงอายุที่มากับพระผู้ติดตาม ชื่อว่าพระศักดิ์ดา เธอมีความประหลาดใจอย่างมากต่ออาการของหลวงตา ผู้มีอาการเจ็บขาอย่าง ประหลาด ท่านเชื่อว่าเกิดมาจากการต้องชดใช้กรรมที่ท่านได้ทำกับฝูงไก่ที่หมู่บ้าน

ในเวลาต่อมาพระหนุ่มศักดิ์ดาได้รับการขูดหินปูนที่แผนกทันตกรรมโดยทันตแพทย์ชื่อเปิ้ล บรรยากาศ เป็นไปอย่างปลอดโปร่ง ทั้งสองคุยกันราวกับว่ารู้จักกันมานาน เปิ้ลได้กล่าวว่านอกจากเขาจะเป็น ทันตแพทย์แล้วเขายังเป็นนักร้องมืออาชีพอีกด้วย และเขาก็ร้องเพลงให้พระศักดิ์ดาฟังอย่างไพเราะ

ตอนสายในวันเดียวกันนั้น โต๋ได้สะกดรอยตามแพทย์หญิงเตยและได้สารภาพรักกับเธอ เขาขอหมั้นกับเธออย่างตรงไปตรงมา เธอได้บอกกับเขาว่าเธอกำลังดูใจกับชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ ชื่อหนุ่ม เป็นเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้ที่มาออกงานเกษตรแฟร์เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

แพทย์หญิงเตยเล่าเรื่องการไปเยี่ยมฟาร์มกล้วยไม้ของหนุ่ม.ที่ต่างจังหวัดให้โต๋ฟัง เธอได้ไปทานข้าว กลางวันกับเขาที่ริมเขื่อน พร้อมกับพนักงานที่ฟาร์มของเขาชื่อเจนจิรา หญิงวัยกลางคน ที่มีรอยยิ้มที่พิศวง เธอสนิทกับเจนจิราอย่างรวดเร็วและได้คุยเรื่องชีวิตกันอย่างสบายๆ ที่ฟาร์ม กล้วยไม้แห่งนั้น เจนจิราเล่าเรื่องปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นที่ฟาร์มในวันที่เกิดสุริยุปราคา เบื้องบน แสงอาทิตย์ค่อยๆ ถูกบดบังด้วยเงาเสี้ยววงกลม และแพทย์หญิงเตยสารภาพความรักที่มีต่อหนุ่มให้เจนจิราฟัง


ห้วงความทรงจำที่ 2

มีการย้อนการแสดงของเรื่องราวจากห้วงความทรงจำที่ผ่านมา โดยมีการแสดง ณ สถานที่ใหม่ คือโรงพยาบาลในเมือง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ภาพยนตร์เริ่มด้วยการสัมภาษณ์แพทย์ทหารที่มาฝึกงาน คือนายแพทย์หน่อง? ขณะเดียวกันแพทย์หญิง เตยก็ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อโต๋มาเฝ้าติดตามเธอที่โรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย เช้าวันนั้น เธอได้พบกับหลวงตาและพระศักดิ์ดาอีกเช่นเคย เหมือนกับเป็นความทรงจำที่ย้อนอดีต หรือราวกับภาพยนตร์ที่ถูกเล่นซ้ำ พระศักดิ์ดาได้รับการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์เปิ้ลอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน โต๋ได้เอาผ้าไหมมาให้แพทย์หญิงเตย เธอได้ขอบคุณเขาอย่างสุภาพ แต่เธอไม่รู้จะ บอกเขาอย่างไรดีว่าเธอ ไม่ได้ชอบพอกับเขา สุดท้าย เธอตัดสินใจหนีจากโรงพยาบาล

อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล นายแพทย์หน่องได้เรียนรู้โรงพยาบาลใหม่ เราติดตามการทำงานของเขา และความงามของสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย มีการแข่งกีฬาสีที่โรงพยาบาล ดังนั้นเขาจึงมักพบเห็นนักกีฬาที่ใส่เสื้อหลาก สีเดินไปมา นายแพทย์หน่องตัดสินใจไปเยี่ยมเพื่อนที่แผนกกายภาพบำบัด ทั้งคู่ได้คุยกับพยาบาลหญิงและคนไข้ที่มา รักษาอย่างน่าสนใจ เพื่อนของนายแพทย์หน่อง นำเขาไปชั้นใต้ดินซึ่งเป็นห้องผลิตอุปกรณ์ขาเทียม ซึ่งเป็นแผนกที่งานสถาปัตยกรรมที่ลึกลับและงดงาม เต็มไปด้วยคนพิการ

นายแพทย์หน่องได้พบกับแพทย์หญิงวัยใกล้เกษียณที่แอบมาทานเหล้าในห้องใต้ดิน ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็พยายามรักษาเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งมีปัญหาทางสมอง เรื่องราวดำเนินไปอย่างมีอารมณ์ขันและลึกลับ ในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งช่วงเย็น คู่รักของนายแพทย์หน่องชื่อจอยได้มาหาที่โรงพยาบาล ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มและคุยกันเบาๆ ถึงเรื่องอนาคตที่ริมหน้าต่าง เธอกำลังจะจากเขาไปทำงานที่อื่น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังจะจบลง แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงมันตรงๆ ภายนอก ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สาดส่งแสงสีส้มทองทั่วโรงพยาบาล ผู้คนกำลังออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า คู่รักที่พยายามจะรักษาความทรงจำที่ดีๆ เอาไว้ตลอดกาล


PRE-PRODUCTION STATEMENT
แถลงการณ์ก่อนถ่ายทำ

ตอนยังเด็ก ผมอาศัยอยู่ในละแวกโรงพยาบาลนานถึง 12 ปี พ่อแม่ของผมที่เป็นหมอเลี้ยงพวกเราพี่น้องในบ้านพัก ของโรงพยาบาลเล็กๆ ที่ทั้งคู่ทำงาน แม่ชอบพาผมไปที่ทำงาน ซึ่งเป็นห้องทึมๆ ที่หันหน้าไปทางแผนกคนไข้เด็ก แล้วห้องนี้ก็กลายมาเป็นสนามเด็กเล่นของผม มันเป็นสถานีที่ผมจะใช้จ้องมองผู้คน ใกล้ๆ กันคือบึงน้ำที่คนไข้กับญาติๆ ที่ตามมาเฝ้าไข้จะพากันให้อาหารปลา และถ้ามองผ่านทางหน้าต่างห้องออกไปก็จะเห็นคนนั่งท่ามกลางแสงแดด กินข้าวและนอนหลับกันอยู่ตามทางเดินระหว่างตึก… เมื่อนึกย้อนกลับไป ผมรู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเชื่องช้า ราวภาพสโลว์โมชั่น

ไม่นานมานี้ผมกลับไปที่โรงพยาบาล แล้วก็พบว่าตัวเองหลงทาง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด พื้นที่ที่ผมคุ้นเคยหายไปเสียแล้ว ในฐานะคนทำหนัง ผมเคยรู้สึกตื่นเต้นกับพื้นที่ของเมืองเล็กๆ และภูมิทัศน์ของมัน แต่ผมไม่เคยนึกถึงจริงจังเกี่ยวกับที่ซึ่งครอบครัวผมเคยอยู่มาก่อน ตอนนี้บ้านเกิดของผมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มันกลายเป็นเหมือนกรุงเทพฯ มากขึ้นเรื่อยๆ และความทรงจำของผมที่มีต่อพื้นที่ที่หายไปก็ยิ่งเลือนลาง ขณะที่กระแสโลกาภิวัฒน์กำลังซัดกระทบวิถีชีวิตและวิธีการทำหนัง ความปรารถนาของผมในการทำสิ่งรำลึก ถึงเรื่องส่วนตัวอย่างแท้จริงก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

แสงศตวรรษ สร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล นิว คราวน์ โฮป อันเป็นโครงการเพื่อสำรวจการจดจำของคน ว่าความสุขนั้นสามารถถูกจุดประกายขึ้นได้จากสิ่งเล็กน้อยที่ดูไม่สลักสำคัญ หนังเรื่องนี้คือการทดลองสร้างชีวิต ของพ่อและแม่ในช่วงเวลาก่อนที่ผมจะเกิด รวมถึงชีวิตของผู้คนที่กระทบใจผมในปัจจุบันด้วย มันจะเป็นการตีความถึงวิถีชีวิตอันลางเลือนในความรู้สึก เป็นการตีความสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ผมหลงใหลมาตลอด และเป็นการตีความชีวิตของผู้คนร่วมสมัยที่อยู่รายรอบตัวผม เวลาได้ถูกทลายลงเพื่อจำลองรูปแบบของการจดจำ และเพื่อแถลงความเชื่อของผมในเรื่องการกลับชาติมาเกิด เราต่างเกิดใหม่อยู่ตลอด สร้างบาปกรรม และเรียนรู้จากชีวิตที่ใช้มาต่อเนื่อง เพื่อจะพบกับความสุขจริงแท้สักวันหนึ่งในท้ายที่สุด

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล (เขียนขึ้นปี 2005 ก่อนการถ่ายทำ)


คลิปเสวนาหลังหนังจบ 28 มีนา 50 แกรนด์อีจีวี ตอนที่ทุกคนยังยิ้มๆอยู่


คลิปเสวนา หนัง แสงศตวรรษดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่


Editor comment:

* หนังนี่เคยมีโปรแกรมจะฉายเมื่อ 19 เมษายน 2550 แต่ติดปัญหาเซ็นเซอร์
ตอนนี้ได้ฉายแล้วจ้า 10 เมษายน 2551 แบบไทยแลนด์อิดิชั่น เข้าฉายเพียงสองอาทิตย์นะครับ โรงพาราก้อนเท่านั้น


ได้ฉายแล้ว แสงศตวรรษ

แสงศตวรรษ

หลังจากเป็นเรื่องถกเถียงมากกว่าหนึ่งปีเต็ม ในที่สุด เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับมือรางวัลจากนานาชาติ ก็ตัดสินใจนำภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ ผลงานที่ติดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากหลายโพลทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว เข้ารับการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์อีกครั้ง ซึ่งผลปรากฏว่า จากเดิมที่คณะกรรมการฯ มีคำสั่งให้ตัดฉาก 4 ฉาก ออกจากภาพยนตร์ คราวนี้ ทางคณะกรรมการฯ สั่งให้ตัดเพิ่มอีก 2 ฉาก ซึ่งทางคุณอภิชาติพงศ์ก็รับมติคณะกรรมการฯ ที่ให้ตัดฉากทั้ง 6 ฉากออกจากภาพยนตร์ และจะใส่ฟิล์มดำที่มีรอยขูดขีดแทนในฉากที่หายไป

จากการสอบถามไปยังอภิชาติพงศ์ ก็ได้รับคำอธิบายว่า

“ผมอยากกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึง ปัญหาการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในบ้านเรา โดยเฉพาะในช่วงนี้ จะเริ่มมีการนำ พรบ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ออกมาใช้แล้ว ซึ่งพรบ.ฉบับใหม่นี้ แม้จะมีการจัดเรตติ้ง แต่ก็ยังให้อำนาจคณะกรรมการฯ ในการสั่งเซ็นเซอร์หรือแบนภาพยนตร์อยู่ดี การที่ผมตัดสินใจใส่ฟิล์มดำที่เป็นรอยขูดขีดลงไปในหนังแทนฉากที่ถูกเซ็นเซอร์นั้น ก็เพื่อจะให้คนดูได้รู้สึกถึงความมืดที่มีเส้นสายของการทำลาย พร้อมทั้งความเงียบ ซึ่งแน่นอนว่าปริ๊นต์หนังฉบับนี้จะเป็นปริ๊นต์เดียวในโลก เป็นการบอกว่า ถ้าระบบเซ็นเซอร์ยังอยู่ เราก็ต้องดูหนังกันแบบนี้แหละ ซึ่งผมก็หวังให้เกิดการพูดคุยในสังคมวงกว้างเกี่ยวกับสิทธิ์ของผู้สร้างและผู้เสพงานด้วย”

.โดยภาพยนตร์ แสงศตวรรษ เวอร์ชั่นที่หาชมได้ที่ประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น หรือ Thailands edition จะเริ่มฉายวันพฤหัสบดีที่ 10 เม.ย. นี้ ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ แห่งเดียว และ ผู้ซื้อตั๋วจะได้รับโปสการ์ดพิเศษ Collectors item นอกจากนี้ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์จะมีการจัดบอร์ดนิทรรศการการเดินทางของภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ และขั้นตอนการพิจารณาภาพยนตร์ในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิหนังไทยฯ เพื่อการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของผู้สร้างและผู้ชมภาพยนตร์ในประเทศไทย ต่อไป

งานนี้ผู้ที่สนใจร่วมชมและรับรู้อรรถรสในการดูหนังแบบพิเศษห้ามพลาด และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaifilm.com และเช็ครอบฉายได้ที่ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์

ที่มาจาก เว็บ deknang.com


หกฉากที่โดนเซนเซอร์ของ แสงศตวรรษ

เจ้ย ยอมฉาย แสงศตวรรษ แบบจอดำ 10 เมษา 51

เจ้ยไม่มั่นใจ หนังเรื่องใหม่จะได้ฉายในไทยรึเปล่า

อภิชาติพงศ์ เลิกฉายหนังในไทย (26 เมษา 50)

เจ้ย เซ็งเผด็จการ รู้สาเหตุ หนังไทยไม่พัฒนา

แสงศตวรรษ โดนงดฉาย 11 เมษา 2550

Syndromes and “Censorship” เมื่อ ความมืด มาเยือน แสงศตวรรษ บทวิจารณ์

Syndromes and a Century แสงศตวรรษ บทวิจารณ์

Syndromes and a Century เมื่อไร”แสง”จะส่องมา บทวิจารณ์

syndromes and a century in thailand ครั้งแรก รอบเพรส แสงศตวรรษ

20 คำถาม กับ อภิชาติพงศ์

แสงศตวรรษ ค้วารางวัล เอเชี่ยนฟิล์มอวอร์ด