The Butterfly Effect 2

Home / หนังใหม่ / The Butterfly Effect 2
The Butterfly Effect 2

The Butterfly Effect 2

2006-12-07




ชีวิตของ นิค ลาร์สัน (เอริค ไลฟ์ลี่) ไปได้ดีทั้งด้านการงานและความรัก งานในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของเขากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่วนความรักกับศิลปินภาพถ่ายสาว จูลี่ มิลเลอร์ (เอริกา ดูแรนซ์) ก็กำลังหวานชื่น เขาขอให้เธอเลิกล้มความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อที่นิวยอร์ก เพราะเชื่อว่าสักวันเขาจะมีเงินพอสำหรับเปิดแกลเลอรี่ให้เธอ แต่ชีวิตสมบูรณ์แบบของนิคกลับต้องพลิกผันเพราะโทรศัพท์เพียงกริ๊งเดียว

เมื่อ เดฟ บริสทอล (เดวิด ลูอิส) หัวหน้าของนิคโทรมาสั่งให้เขาเข้าบริษัทด่วนเพื่อเตรียมประชุมกับผู้ลงทุนในวันรุ่งขึ้น เหตุการณ์มากมายที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลก็เกิดตามมา แม้ว่าโทรศัพท์เรียกตัวจะดังขึ้นในวันเกิดของหญิงคนรัก นิคก็เลือกที่จะไปเพราะเห็นความสำคัญของอนาคตมากกว่าปัจจุบัน จูลี่รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ แต่ด้วยความรักที่มีต่อนิค เธอจึงยอมละทิ้งความสุขของตนเองและตามใจคนรัก

โชคร้ายจริงๆที่นิคมองเห็นคุณค่าของเธอน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ไม่อยู่ฉลองวันเกิดสาวคนรักไม่พอ นิคยังแสดงด้านลบออกมาอีกระหว่างทางกลับเข้าเมือง เมื่อ เทรเวอร์ (ดัสติน มิลลิแกน) เพื่อนรักแนะว่าให้ลืมเรื่องงานซะ แล้วกลับไปฉลองวันเกิดจูลี่ต่อ นิคกลับแสดงท่าทีเยาะเย้ยเพื่อนว่าคนไม่รักความก้าวหน้าอย่างเทรเวอร์คงไปไหนไม่ได้ไกลถ้าไม่ได้แรงสนับสนุนจากเขา แม้นั่นจะเป็นเรื่องจริง แต่เทรเวอร์สมควรได้รับคำวิจารณ์เช่นนี้หรือ

รถจี๊ปของนิคติดอยู่หลังรถบรรทุกที่ขับช้า เขาหักออกด้วยความใจร้อนเพื่อแซงหน้า แต่กลับเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุ ผลคือจูลี่ และเพื่อนทั้งสองของเขาเสียชีวิต

1 ปีผ่านไป นิคพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้ชีวิตเดิมกลับคืนมา แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น หน้าที่การงานเริ่มไม่ราบรื่น ขณะที่ บริสทอล ผู้เป็นหัวหน้ากลับรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานบริษัท

ไม่นานเหตุผลที่นิคไม่ได้เลื่อนขั้นก็เปิดเผย ระหว่างการประชุมกับนักลงทุน นิคเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง และมีอาการชักกระตุกแต่ไม่ถึงกับหมดสติ สาเหตุคือเขาถูกเร้าจากภาพความทรงจำอาการนี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่งตอนที่นิคนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลหลังอุบัติเหตุ และเกิดขึ้นอีกครั้งตอนที่เขามองรูปจูลี่ และตอนนี้เมื่อเขาจ้องรูปเทรเวอร์ ภาพนั้นก็เหมือนฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ นิคเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ ภายในใจถูกความเจ็บปวดและภาพอดีตถาโถมเข้าใส่ และเมื่อความมืดเข้าครอบงำ เลือดกำเดาของเขาก็ไหลออกมาเป็นทาง


สิ่งที่นิคต้องเผชิญหลังจากนั้นคือเหตุการณ์ซับซ้อนน่าสะพรึงเกินคาดเดาที่เกิดขึ้นเมื่อเขาย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนอดีตซึ่งทุกครั้งต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส อำนาจการแก้ไขอดีตกลายเป็นความท้าทายสำหรับนิค เขารู้ว่าสามารถแก้ไขอดีตได้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์อื่นๆอย่างไรบ้าง