ผีจ้างหนัง The Screen

Home / หนังใหม่ / ผีจ้างหนัง The Screen

กรุงเทพฯ 2550, โลกเร้นลับยังคงเป็นสิ่งท้าทาย  น่าค้นคว้าและทดลอง หมอยุทธ ( อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา ) ที่มีความหมกมุ่น หวังพิสูจน์เรื่องราว ของความเร้นลับ ค้นคว้าเรื่องราว ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ของการที่มีคนไปฉายหนังให้ผีดู  โดยมี อร พยาบาลสาว ( ตอง ภัครมัย โปรตระนันท์ )  ที่ทนทุกข์ อยู่ร่วมกับเขา และหวังจะตีจากเขาอยู่ตลอดเวลา ถูกดึงมาเป็นส่วนร่วมในงานทดลองของเขา และเป็นคนสำคัญ ที่ทำให้การท้าพิสูจน์ของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ การพิสูจน์เรื่องราวอันเร้นลับครั้งนี้ มีคู่สามีภรรยา จิ และ พรรณ ( พิมลวรรณ  หุ่นทองคำ ) นักข่าวรุ่นใหญ่ ร่วมเป็นทีมงาน ด้วยหวังชื่อเสียงในการนำเสนอข่าว และมี โรจน์ ( นะโม ทองกำเหนิด )  เด็กจรจัด ที่แอบหลงใหลในตัวอร เข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยค้นคว้า หาข้อมูล

พวกเขาค้นทุกสิ่ง หาทุกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับ เรื่องราวของผีจ้างหนัง รวมไปถึงการบุกไปถึงป่าคำชะโนด

สิ่งที่พวกเขาพบ ส่งผลให้เห็นว่า  โลกเร้นลับนั้นอยู่รอบตัวเรามีเพียงเส้นบางๆแบ่งเขต กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ ทุกอย่างก็ดูจะ สายไปเสียแล้ว ! ! !


เรื่องเล่า  ผี……..จ้างฉายหนัง 

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2534  มิติที่ 5 สัมผัสที่ 6  เขียนโดย นที สันทันดร

สรุปใจความได้ว่า  ในวันที่ 29 ม.ค. 2532  ได้มีผู้ไปติดต่อบริษัทหนังเร่แห่งหนึ่ง ซึ่งรับฉายหนังเร่ในตัวเมืองอุดร ให้เอา  หนังกลางแปลงไปฉายที่บ้านวังทอง ในอัตราค่าจ้าง สี่พันบาท ซึ่งค่าจ้างที่ได้รับมา เป็นเศษสตางค์ทั้งหมด โดยมีสัญญาข้อหนึ่งว่า ให้ฉายหนังถึงตีสี่เท่านั้น พอถึงตีสี่ให้รีบเก็บข้าวของออกไปจากสถานที่ฉาย อย่าอยู่จนถึงสว่าง เป็นเงื่อนไขที่ค่อนข้างจะแปลกอยู่ สักหน่อย แต่ผู้จัดการบริษัทหนังเร่ก็ไม่ติดใจอะไร

กลับจากฉายหนังพวกคนงาน เดินทางกลับมาเล่าเรื่องประหลาดให้เจ้าของฟังว่า ได้ไปฉายหนังให้ผีดู หนังเริ่มฉายตั้งแต่ สามทุ่ม ในตอนหัวค่ำ ไม่เห็นผู้คน สงสัยเหมือนกันว่า หายไปไหนกันหมด แต่พอสามทุ่มก็มีผู้คนมาเป็นจำนวนมาก และที่แปลกคือ ผู้หญิงที่นุ่งขาวห่มขาว จะนั่งอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำจะนั่งอยู่อีกด้าน และคนทั้งหมด ก็เหมือนจะนั่งสงบ ไม่เคลื่อนไหวตัว ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะฉายหนังเรื่องอะไร ก็ไม่ได้มีการส่งเสียงใดๆ เหมือนการฉายหนังกลางแปลงทั่วไป เพราะตลอดเวลาที่ฉาย คนดูไม่มีการส่งเสียงเอะอะหรือเดินพลุกพล่าน และที่แปลกกว่านั้นคือ ไม่มีร้านขายของในบริเวณที่ฉายหนัง 

พอถึงตี 4 ผู้คนก็หายไปหมด หายไปเร็วเหลือเกิน อย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าหายไปไหน คนงานฉายหนังเก็บข้าวของออกจากงาน และเดินทางกลับ มาแวะซื้อบุหรี่ก็เจอะเจอกับชาวบ้าน เล่าว่าไปฉายหนังที่บ้านวังทองมา ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่า เมื่อคืนไม่มีหนังมาฉายเลย  ก็เกิดเหตุสงสัยกันว่าตกลงไปฉายหนังที่ไหนกันมา  สรุปกันว่าสงสัยอาจจะไปฉายในดงชะโนด ซึ่งเป็นสถานที่ลี้ลับที่คนเชื่อว่า เป็นเมืองพญานาค และเมื่อเจ้าของสายหนังตามไปพิสูจน์ ก็เห็นร่องรอยล้อรถยนต์ แล่นผ่านเข้าไปในท้องนา ซึ่งไม่น่าจะเข้าไปได้ ดงชะโนดเป็นดงไม้ทึบ ที่อยู่กลางทุ่ง ห่างจากถนนประมาณครึ่งกิโล อย่าว่าแต่รถยนต์จะเข้าไปไม่ได้เลย  แม้จะขึงจอหนัง ก็คงทำไม่ได้