The Flock 31 ชั่วโมงหยุดวิกฤต

Home / หนังใหม่ / The Flock 31 ชั่วโมงหยุดวิกฤต
The Flock 31 ชั่วโมงหยุดวิกฤต

The Flock 31 ชั่วโมงหยุดวิกฤต

2008-01-24




ในบรรยากาศความสยองขวัญของฆาตกรเดนสังคมแบบเดียวกับ Silence of the Lambs และ Seven ยังมี THE FLOCK ผลงานภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับฯชาวฮ่องกงซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอย่าง แอนดรูว์ เลา ว่าด้วยเรื่องของ เออร์รอล บับเบจ นายตำรวจผู้หาความสงบในชีวิตไม่ได้ มิหนำซ้ำยังถูกกดดันให้ออกจากงานคุมประพฤติผู้ต้องคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ทำมานานถึง 18 ปี เพราะเขาใช้วิธีเหนือกฎหมายในแบบตัวเอง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้บรรดาผู้บังคับบัญชาอย่างมาก

และหนึ่งสัปดาห์ก่อนพักงานยาว บับเบจต้องฝึกตำรวจสาวคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่แทนที่เขาให้ได้ พร้อม ๆ กับจัดการคดีเด็กสาวหายตัวไปไร้ร่องรอยซึ่งบับเบจเชื่อมั่นว่าหนึ่งในเดนมนุษย์ซึ่งเขาคุม ต้องเกี่ยวข้องกับคดีอย่างแน่นอน …แต่ไม่มีใครเชื่อเขา

การฝึกตำรวจสาวมือใหม่ให้รู้จักกับวิธีการเหนือกฎหมายในแบบของบับเบจ จึงเสมือนเป็นการพาทั้งคู่ตรงดิ่งสู่โลกโสมมของเดนมนุษย์ทั้งหลาย ก่อนที่ทั้งตำรวจสาว และเราคนดู จะเริ่มไม่แน่ใจว่าบับเบจเป็นตำรวจที่ตั้งใจจริงเพื่อช่วยชีวิตเด็กสาวที่หายไป หรือเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ลงลึกไปในหลุมดำ หลังจากที่ตัวเขาเองยืนหมิ่นเหม่อยู่บนขอบของมันมานานปี

ริชาร์ด เกียร์ รับบท เออร์โรล บับเบจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งต้องคอยจับตามองกลุ่มผู้ต้องคดีล่วงละเมิดทางเพศทุกระยะ งานของเขาคือป้องกันกลุ่มผู้ต้องคดีอุกฉกรรจ์ที่ทั้งโหดเหี้ยมและป่าเถื่อน (ซึ่งฝ่ายรักษาความสงบเรียกกันว่า ฝูงนรก) ไม่ให้กลับไปย่ำยีหรือฆ่าใครอีก

แต่เมื่อกฎหมายไม่สามารถหยุดพวกมันได้ บับเบจจึงต้องใช้วิธีรังควานและข่มขู่ต่าง ๆ นานา ไปจนกระทั่งถึงเนื้อถึงตัวในบางครั้งถ้าจำเป็น เสมือนเป็นข้อความเตือนฝากถึงฝูงนรก เพื่อให้พวกมันรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองทุกฝีก้าว แม้ว่าวิธีการของเขาจะไม่สอดคล้องกับกฎหมาย แต่นั่นคือวิธีเดียวที่จะปกป้องสังคมให้พ้นจากพวกเดรัจฉานมาเกิดเหล่านี้

หลังจากสาละวนอยู่กับฝูงนรกมากว่าทศวรรษ เออร์รอลเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินกับประสบการณ์เลวร้ายที่พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ในชีวิต และเขาอยากหยุดทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่าควรวางมือหรือไม่…ใครจะคอยเฝ้าระวังปิศาจนรกพวกนี้? ทว่าวันนี้เขาไม่เหลือทางเลือกอีกแล้ว เมื่อผู้บังคับบัญชา บ็อบบี สไตล์ส (เรย์ ไวซ์) ขอให้เขาเกษียณก่อนเวลา บับเบจต้องรีบฝากความดีที่ยังพอหลงเหลือให้เป็นที่จดจำ แต่การออกจากงานซึ่งมีความหมายกับชีวิตครั้งนี้ เสมือนกำลังผลักเขาล้มลงไปบนปลายมีด

แก่นหลักของเรื่องคือการที่เขาพยายามจะฝึกตัวตายตัวแทน (ซึ่งเลือกเองอย่างลับ ๆ ) นั่นคือ แอลลิสัน โลว์รี (แคลร์ เดนซ์) ให้เก่งพอและพร้อมที่จะดูแลความสงบของบ้านเมืองเหมือนอย่างที่เขาทำ ด้วยความที่อยากออกจากราชการไปแบบหมดห่วง เขาเลือกฟูมฟักสั่งสอนตำรวจสาวไร้เดียงสาและอ่อนประสบการณ์อย่างแอลลิสัน ซึ่งเธอจะต้องพร้อมในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเขาอยากคืนความสงบให้ตัวเองเต็มที โดยที่ฝูงนรกก็ยังต้องมีผู้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องแน่ใจเสียก่อนว่าได้สอนแอลลิสันให้ก้าวนำหน้าสัตว์ร้ายกระหายกามไปหนึ่งก้าวเสมอ ต้องรู้จักพฤติกรรมของทุกตัวร้ายอย่างละเอียด …มันล่าเหยื่อที่ไหน ทำไมต้องฆ่าเหยื่อ และมันจะออกล่าอีกเมื่อไหร่

จังหวะของภาพยนตร์ระทึกขึ้นเมื่อเออร์รอลและแอลลิสันต่างเชื่อว่า หนึ่งในฝูงนรกต้องเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัววัยรุ่นสาวดาวดวงใหม่ในวงการ แฮร์เรียต เวลส์ ซึ่งในใจเออร์รอลตีเจตนาของมันไว้ว่าเพื่อกระทำชำเราและฆ่า ทั้งสองต้องแข่งกับเวลา ค่อย ๆ ตรวจสอบอาชญกรไปทีละคน กระทั่งปักใจเชื่อว่าหนึ่งในนั้นต้องเป็นผู้ลักพาแฮร์เรียตไปอย่างแน่นอน…แต่คนไหนล่ะ เวลายังเดินไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ทั้งสองยังคงลงลึกไปในการตรวจสอบฝูงนรกอย่างละเอียด ในที่สุดก็เจอหนึ่งเดียวที่หายไป และหนทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตแฮร์เรียตไว้ได้ คือต้องไปให้ถึงที่ซึ่งฆาตกรสุดเหี้ยมซ่อนเธอไว้ก่อนจะสายเกินแก้


ประวัติของ แอนดรูว์ เลา (ผู้กำกับภาพยนตร์ / ผู้คุมงานสร้าง / ผู้คุมกล้อง)

แอนดรูว์ เลา เกิดวันที่ 4 เมษายน ปี 1960 ที่เกาะฮ่องกง เริ่มงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ครั้งแรกที่ ชอว์ สตูดิโอ ในตำแหน่งผู้ช่วยกล้อง และด้วยความทุ่มเทรวมถึงผลงานเป็นที่ประจักษ์จึงได้เลื่อนเป็นผู้คุมกล้องในปี 1985 หลังจากนั้น ได้แสดงให้เห็นทักษะการใช้มือถือกล้องถ่ายทำฉากแอ็กชั่นอย่างยอดเยี่ยมไว้ในภาพยนตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในภาพยนตร์เรื่อง Fallen Angels, As Tears Go By, Six Million Dollar Man, Return to a Better Tomorrow รวมไปถึงในภาพยนตร์ของผู้กำกับฯ หว่องกาไว เรื่อง Chungking Express

การกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี 1991 ผลงานกำกับภาพยนตร์ช่วงแรก ๆ ก็เช่น Against All, Rhythm of Destiny และ Ultimate Vampire กระทั่งปี 1995 จึงได้เปิดบริษัทกับ หวังจิง และ หวังหม่านชุน ชื่อ BOB & PARTNERS Co., Ltd. ซึ่งตัวเขาเองดูแลในส่วนของฝ่ายผลิตภาพยนตร์ ต่อมา เลากำกับภาพยนตร์ภาคต่อของ Young and Dangerous ซึ่งกวาดรายได้ถล่มทลายลบทุกสถิติ ก่อนจะสร้างชื่อให้ตัวเองเพิ่มขึ้นอีกกับการรวมศิลปะการต่อสู้เข้ากับภาพสุดอลังการจากคอมพิวเตอร์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Stormriders and A Man Called Hero จากนั้นก็เพิ่มความสดใสให้กับอาชีพของเขา ด้วยการกำกับภาพยนตร์รักคือ Sausalito และ Dance of a Dream จนมาถึงปี 2002 จึงรวบรวมผู้ชำนาญการสร้างภาพยนตร์ในสาขาต่าง ๆ ตั้งเป็นบริษัทขึ้นชื่อ Base Production Limited ซึ่งออกตัวกันแบบแรงสุดขีด ด้วยภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์เรื่อง Infernal Affairs ซึ่งรวบรวมนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงไว้ถึง 4 คน ทั้ง หลิวเต๋อหัว, เหลียงเฉาเหว่ย, จางจื้อเหว่ย และหวังซิวเซิน พร้อมกันนี้ ก็ยังทำลายทุกสถิติรายได้ของภาพยนตร์บนเกาะฮ่องกง กวาดไปมหาศาลกว่า 54 ล้านเหรียญฯ ส่วนภาคต่อ Infernal Affairs II และ Infernal Affairs III เลาถ่ายทำเสร็จสิ้นในปี 2003

ยิ่งไปกว่านี้ แอนดรูว์ เลายังได้รับตำแหน่ง สุดยอดผู้นำแห่งปี 2003 ในหมวดธุรกิจบันเทิง พอถึงปี 2005 มีผลงานเขียนบทภาพยนตร์ดัดแปลงจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดัง Initial D ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของปีนั้น รวมไปถึงมีผลงานกำกับภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ของเกาหลีเรื่อง Daisy ก่อนจะก้าวสู่การเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง The Flock ในปี 2006

และในอนาคต ยังมีภาพยนตร์ระดับสุดยอดหลากหลายแนวและหลากหลายแรงบันดาลใจรออยู่ในตารางงานเพื่อจัดการให้เสร็จสิ้น ด้วยสไตล์ที่แตกต่างและแรงบันดาลใจอันหลากหลาย แอนดรูว์ เลาจึงสามารถกำกับภาพยนตร์ให้เข้าถึงคนดูหมู่มากได้ไม่ยาก และปัจจุบัน เขาคือ สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเอเชียแห่งปี ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปูซานปี 2006