The Leap Years

Home / หนังใหม่ / The Leap Years
The Leap Years

The Leap Years

2008-05-29




คำสัญญาของคู่รักว่าจะมาพบกันทุกๆ 4 ปี ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์
เขาจะมาไหม? เธอจะรอหรือเปล่า?
จากนิยายรักขายดีของนักเขียนสิงคโปร์ชื่อดัง ดร. แคทเธอรีน ลิม
ผลงานภาพยนตร์สิงคโปร์สุดโรแมนติคของ อนันดา เอเวอริ่งแฮม

The Leap Years สร้างจากนิยายรักเรื่อง Leap of Love ของนักเขียนชาวสิงคโปร์ชื่อดัง แคทเธอรีน ลิม ที่เล่าเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ในปีอธิกสุรทิน ของคู่รักคู่หนึ่งที่ต้องผ่านเรื่องราวมากมายตลอดช่วงเวลา 24 ปี

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ปีนี้ เป็นวันเกิดครบรอบ 48 ปีของ ลีแอน จาง (โจน เชน) นักเขียนนิยายรักสาวใหญ่ผู้เชื่อมั่นในรักแท้ เธอไปเยี่ยม เจเรมี่ สามีที่นอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลมานานกว่า 6 เดือน ขณะที่ ดีแลน ลูกสาววัยรุ่นของเธอก็ห่างเหินออกไปทุกที จากความไม่เข้าใจกัน

ลีแอนสวดมนต์อ้อนวอนขอปาฏิหาริย์ให้สามีหายป่วย เพราะเธอยังเชื่อมั่นในคำสัญญาที่เจเรมี่ให้ไว้เมื่อ 24 ปีก่อนว่าเขาจะกลับมาหาเธอทุกๆวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ขณะมองดูเจเรมี่ในสภาพโคม่า ความทรงจำแสนหวานในวันเก่าก็กลับมา

ในวันเกิดครบรอบ 12 ปีของลีแอน เพื่อนรัก 3 คนของเธอยุให้ไปดูดวงเรื่องความรักว่าคู่แท้ของเธอคือใคร คำทำนายอันลึกลับทำให้สาวน้อยลีแอนเริ่มตามหาชายหนุ่มผู้เป็นคู่แท้ตั้งแต่นั้นมา

ลีแอนเติบโตมาเป็นครูสอนวรรณคดีผู้โรแมนติคและเพ้อฝัน เธอเชื่อมั่นว่า ผู้ชายในชุดสีฟ้า ที่เห็นรางๆในความฝันนั้นคือคู่แท้ที่จะมาเติมเต็มวิญญาณอีกครึ่งหนึ่ง และในวันเกิดครบรอบ 24 ปี ลีแอนก็ได้พบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตที่เหลือของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นั่นคือ เธอได้พบกับ เจเรมี่ (อนันดา เอเวอริ่งแฮม)

ลีแอนสะดุดตาเจเรมี่ที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟในชุดเสื้อสีฟ้า เธอถือโอกาสปฏิบัติตามความเชื่อไอริชที่อนุญาตให้ผู้หญิงขอผู้ชายออกเดทในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ โดยเขียนกลอนชวนเจเรมี่ออกเดทและบอกให้เขาส่งสัญญาณให้รู้ถ้าเชาตกลง ซึ่งลีแอนแทบจะตัวปลิวเมื่อเจเรมี่ใช้ลิปสติกเขียนคำว่า โอเค บนฝ่ามือ แล้วโบกให้สัญญาณกับเธอ

เดทแรกของพวกเขาที่ไชน่าทาวน์งดงามและตราตรึง ด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างคนแปลกหน้าและคู่แท้ ทั้งคู่ได้สานสัมพันธ์อันแปลกประหลาดและแน่นแฟ้น ที่วนเวียนอยู่ในใจพวกเขาตลอดระยะเวลาหลายปี

อย่างไรก็ตาม เส้นทางแห่งรักแท้ย่อมไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เจเรมี่คือหนุ่มสัญชาติจีนที่อาศัยอยู่ในแคนาดา และต้องบินกลับบ้านในคืนนั้น เขาให้คำมั่นสัญญากับลีแอนว่าจะมาพบเธอทุกๆวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่เก่า เวลาเดิม ซึ่งหมายความว่าแต่นี้ไปพวกเขาจะได้พบกันเพียง 4 ปีต่อ 1 ครั้งเท่านั้น

หลายปีผ่านไป เจเรมี่ยึดมั่นในคำสัญญาราวกับหมกมุ่น แต่โชคชะตาก็เล่นตลกให้ทั้งคู่ไม่ได้พบกัน เมื่อถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ หัวใจของลีแอนจะพองโตด้วยความหวัง แต่เธอก็ต้องกลับมาพร้อมความผิดหวังทุกครั้งไป หลังจากผิดหวังหลายครั้งจนท้อ ลีแอนก็ตัดสินใจฝังอดีตแสนหวานและตกลงแต่งงานกับ เรย์มอนด์ (เจสัน ชาน) ชายหนุ่มที่เข้ามาในชีวิตเธอช่วง 4 ปีหลังสุด

สุดท้าย ในงานแต่งงานของลีแอนที่จัดขึ้นวันที่ 29 กุมภาพันธ์ โชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง เมื่อลีแอนได้รับจดหมายรักจากเจเรมี่ ฉบับเดียวที่ถึงมือเธอในรอบหลายปี หรือจดหมายฉบับนี้จะเป็นกุญไขความรักอันทรมานของพวกเขา? อดีตจะเยียวยาปัจจุบันของแม่ลูกคู่นี้ได้หรือไม่? เจเรมี่จะฟื้นขึ้นมาพบลีแอนตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับลีแอนหรือเปล่า? หาคำตอบได้ในภาพยนตร์รักสุดซึ้ง The Leap Years


the leap year

แรงบันดาลใจของผู้เขียนนิยาย ดร.แคทเธอรีน ลิม

เมื่อหลายปีก่อน ขณะสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนกลุ่มใหญ่ในสิงคโปร์ บรรยากาศร้อนอบอ้าวและน่าเบื่อมากจนฉันสงสารเด็ก ก็เลยหาเรื่องเล่าให้พวกเขาฟัง ฉันเลือกเล่าเรื่องรักโรแมนติคเพราะคิดว่าเด็กวัยรุ่นอายุ 16-17 ปี น่าจะสนใจฟัง ฉันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวชาวสิงคโปร์คนหนึ่งที่ได้พบชายในฝันโดยบังเอิญในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 1988 ซึ่งเป็นวันพิเศษที่ผู้หญิงสามารถขอผู้ชายออกเดทก่อนได้ นางเอกของเราทำตามความเชื่อนั้น เธอกับชายในฝันที่ทั้งมีเสน่ห์และเปี่ยมความหวัง ความฝัน ได้มีช่วงเวลาแสนวิเศษด้วยกัน แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับพวกเขา ราวกับกำลังพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า สุดท้ายเธอสองคนจะได้ครองคู่กัน แต่ตอนนี้ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลา

ในช่วงเวลา 12 ปี พวกเขาพบแค่กัน 3 ครั้ง ทุกวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และมีเหตุการณ์และอุปสรรคมากมายผ่านเข้ามา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หนทางของรักแท้ย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่แล้วสุดท้ายความหวังของพวกเขาก็ถูกเติมเต็มด้วยฝันรักแสนหวานที่ควรค่าแก่การรอคอย

นักเรียนของฉันนั่งฟังด้วยความสนใจ ฉันเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังอีกหลายกลุ่ม ทุกคนมีปฏิกิริยาเหมือนกัน ฉันจึงได้ข้อสรุปว่าความโรแมนติคไม่มีวันตายและอยู่ในใจของทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือมาจากไหน

แล้วฉันก็เล่าเรื่องเดียวกันนี้ให้คนที่บริษัท MediaCorp Raintree ฟัง ปรากฏว่าพวกเขาตั้งใจฟังเหมือนต้องมนต์ และซื้อลิขสิทธ์เรื่องนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์

แคทเธอรีน ลิม