FRONTIERE(S)

Home / หนังใหม่ / FRONTIERE(S)
FRONTIERE(S)

FRONTIERE(S)

2009-01-27




2007 การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างฝ่ายซ้ายและผู้สมัครของฝ่ายศักดินาขวาจัด ชานเมืองรอบนอกกำลังลุกเป็นไฟ แก๊งโจรกระจอกกลุ่มหนึ่งเลยฉวยโอกาสช่วงจลาจลภายในเมือง วางแผนปล้นเพื่อเอามาจ่ายค่าเดินทางไปเมืองนอกและค่าทำแท้งของสมาชิกแก๊งคนหนึ่ง แต่การปล้นเกิดผิดพลาดอย่างแรง แก๊งจึงแตกสลาย ตำรวจตามกลิ่นมาติด ๆ คนในแก๊งบางคนเลยต้องหนีไปแถวชายแดนซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมซอมซ่อของพวกผิวขาวใจทมิฬ

ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเรื่องที่ว่าบรรดาเจ้าของโรงแรมบ้านนอกเหล่านี้เป็นพวกนาซีกระหายเลือดฆ่าไม่ยั้งที่ต้องการสร้างระเบียบให้แก่โลกใหม่ซึ่งจะถูกปกครองโดยหัวหน้าเชื้อสายอารยันของพวกมันนั่นเอง พวกมันจะทำทุกวิถีทางที่จะทำความฝันระบอบเผด็จการให้เป็นจริง แต่ปัญหาคือคนขาวชั้นสูงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มนี้ไม่มีทางเลือกได้แต่เพาะพันธุ์ความเสื่อมทราม สุดวิปริต และสร้างบรรยากาศสยดสยองผิดมนุษย์ในโรงแรมนี้ การทดลองคาวเลือดของตัวละครหลักของเราจึงเปิดฉากขึ้นและได้นำเอาวิธีการทรมานร่างกายทุกวิธีที่คิดได้มาใช้ คราวนี้ล่ะพวกเขาได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่าการให้สิทธิเท่าเทียมกันของทั้งชายและหญิงแน่นอน


FRONTIER(S) เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่กำลังเดินอย่างเงียบเชียบในเบื้องหลังโรงถ่ายของอุตสาหกรรมหนังฝรั่งเศส ฝันที่เป็นจริงสำหรับคอหนังที่มีรสนิยมชื่นชอบความบันเทิงที่รุนแรง ร้ายกาจ ออกแนว ๆ เห็นกันจะ ๆ “ผมโตขึ้นมากับหนังยุค 80” เจ็นส์กล่าว “อย่าง CONAN THE BARBARIAN, MAD MAX, แซม เรมี่, ปีเตอร์ แจ็คสัน และอีกหลาย ๆ คน จริง ๆ แล้วผมอยากกลับไปทำหนังนอกกรอบที่จะสะท้อนถึงตอนผมวัยรุ่นนะ และก็อยากให้หนังเรื่องแรกของผมเป็นการประกาศถึงความรักที่มีต่อหนังหลาย ๆ ประเภทที่ผมชื่นชอบมาก FRONTIER(S) เป็นอย่างที่ต้องการเลย ถ้าผมไม่สามารถทำหนังตามใจอยากได้ในภายหลัง ผมก็ต้องทำมันตอนนี้แหละ และมันมีความเป็นส่วนตัวอยู่ในนั้นพอสมควร ถ้าจะว่ากันเรื่องแบ่งประเภทหนังแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดเห็นของผมต่ออะไรหลาย ๆ อย่าง เหมือนอย่างที่เรื่อง THE NIGHT OF THE LIVING DEAD สะท้อนให้เห็นความคิดของโรเมโร่นั่นล่ะ ผมอยากให้มีฉากหลังเกี่ยวกับการเมืองเป็นพื้นฐานของหนังในยุคนั้น ๆ โดยต้องไม่เป็นอะไรมากกว่าฉากหลัง ถ้าพูดถึงวิธีการจริง ๆ ของผม ผมได้รับแรงบันดาลใจจากงานของคนทำหนังที่ผมชูขึ้นหิ้ง อย่างเวอร์ฮูแวน , เรมี่, สปีลเบิร์ก และสกอร์เซซี่”

ถ้าซาเวียร์ เจ็นส์ได้ศึกษาหนังชั้นยอดเหล่านี้อย่างใกล้ชิดจริง ๆ ล่ะก็ เขาทำได้เหมือนมากทีเดียวในแง่ความตั้งใจแน่วแน่ ต่อสู้ถึงกึ๋น มันไม่ได้หยุดเขาจากการเอาแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่ดีที่สุดในหนังขยะด้วย เขาเป็นเหมือนคนรักหนังหลาย ๆ คนที่ปฎิเสธการจัดลำดับชั้นของหนัง “กฎส่วนตัวของผมข้อเดียวคือการค่อย ๆ เค้นอารมณ์ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดไคลแมกซ์ที่จิตกระเจิดกระเจิงเต็มที่ จุดประสงค์ของหนังคือจับของที่อยู่หว่างขาคุณไว้ให้มั่นตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วก็บีบคั้นแรงขึ้น แรงขึ้นจนกระทั่งมันโดนบีบจนแตกแหลกกระจายตอนจบ !”


ประวัติผู้กำกับ ซาเวียร์ เจ็นส์

แม้ว่าเขาจะเกิดในเมืองดังเคิร์ค (ทางเหนือของฝรั่งเศส), ซาเวียร์ก็ใช้ชีวิตตอนเด็กส่วนใหญ่ในทางใต้ของฝรั่งเศส เติบโตมาโดยมีทีวีเป็นพี่เลี้ยง ในยุคที่วัยรุ่นสมัยนั้นได้รับอิทธิพลจากหนังยุค 70 และ 80? เขาหลงใหลโลกแห่งภาพตั้งแต่เด็กตอนเขาเริ่มเขียนหนังสือการ์ตูนนั่นเลย ต่อมาเขาก็ยืมกล้อง 8 มม. ของพ่อแม่มาและได้ลองถ่ายเองเป็นครั้งแรก

เมื่ออายุได้ 15 ปี? เขาเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต เลยต้องออกจากโรงเรียนและตัดสินใจที่จะเดินตามความรักของเขาที่มีต่อหนังสารคดีอิสระและหนังบรรยาย

ซาเวียร์ไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนสอนการทำภาพยนตร์ เขาเป็นคนทำหนังที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้ถ่ายทำหนังสมัครเล่นสองสามเรื่องร่วมกับเพื่อน ๆ โดยใช้กล้องตัวเก่ากับ vcr4 สองตัวสำหรับตัดต่อ

ต่อมาไม่นานเขาก็ทำงานเป็นพนักงานฝึกหัดเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่จากหนังที่ลงโรงจริง ๆ อีกสองสามเรื่องอย่าง Double Team ของ ซุย ฮาร์ค และ Maximum Risk ของริงโก แลม รวมถึงในแผนกต่าง ๆ ตั้งแต่ฝ่ายออกแบบการผลิตไปจนถึงคัดเลือกนักแสดง, กำกับศิลป์ ฯลฯ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มงานแบบ มืออาชีพ ครั้งแรกด้วยการเป็นผู้กำกับหนังสั้นที่เขาผลิตเองเรื่อง Born to Kast ซึ่งเป็นหนังลูกผสม กึ่ง ๆ ระหว่างหนังที่ใช้เทคนิคภาพแนวทดลองและแนวตลกร้าย

หนังเรื่องนี้ทำให้เขาได้ทำหนังโฆษณาและมิวสิควิดีโอ เขากำกับไปประมาณห้าสิบเรื่องได้ก่อนที่จะกลับไปถ่ายหนังสั้นอีกเรื่องชื่อ Au petit Matin เป็นเรื่องราวของชนชั้นแรงงานในสังคมฝรั่งเศสซึ่งเกี่ยวกับข่าวเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงกับแม่ของเขาเอง

หนังได้รับคัดเลือกให้ฉายที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติหลายครั้ง อาทิ La Mostra di Venezia 2005 ซึ่งเขาได้รับรางวัลมากมายรวมถึงรางวัลกรังปรีซ์ใน Cognac Film Festival อีกด้วย


Editor note: ผู้กำกับคนนี้ กำกับเรื่อง HITMAN ด้วยครับ
– ความคืบหน้า 30 ก.ค. 51 ได้ข่าวว่าไม่ผ่านเซนเซอร์ วันที่ข้างบน ไม่ใช่วันฉายจริง
– ความคืบหน้า 25 ธ.ค. 51 ไม่มีวี่แววว่าจะฉาย รอดูตอนลงแผ่นละกันครับ
– หนังไม่ได้ฉายโรงตามปรกติครับ ไม่ผ่านเซนเซอร์