The Day The Earth Stood Still

Home / หนังใหม่ / The Day The Earth Stood Still
The Day The Earth Stood Still

The Day The Earth Stood Still

2008-12-10





The Day the Earth Stood Still หนังตัวอย่างดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

ภาพยนตร์เรื่อง THE DAY THE EARTH STOOD STILL วันพิฆาตสะกดโลก เป็นการนำผลงานไซ-ไฟสุดคลาสสิคฉบับปี 1951 กลับมาตีความให้เข้ายุคล่ำสมัย เรื่องราวของด๊อกเตอร์เฮเลน เบ็นสัน (รับบทโดยเจนนิเฟอร์ คอลเนลลี่) นักวิทยาศาสตร์สาวชื่อดังเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับมนุษย์ต่างดาวชื่อคลาทู (รับบทโดยคีอานู รีฟ ) ที่เดินทางข้ามจักรวาลมาเพื่อเตือนว่า โลกกำลังจะมีภัยมาเยือนในวันพิฆาตสะกดโลก

เมื่อเฮเลนไม่อาจต้านทานกองกำลังที่มุ่งจับตัวมนุษย์ต่างดาวเพื่อไปเค้นหาความจริงได้ อีกทั้งไม่อาจตอบคำถามของเขาที่พยายามเฟ้นหาตัวผู้นำโลกได้ เธอและเจค๊อบ (รับบทโดยเจเด้น สมิธ) บุตรชายที่เข้ากับเธอได้ไม่ค่อยดีนักก็พบว่า คลาทู ที่อ้างว่าเป็น มิตรต่อโลก ตนนี้ อาจจะนำมาซึ่งภารกิจพิฆาตโลกด้วย
 
เฮเลนต้องหาทางชักจูงใจมนุษย์ต่างดาวที่ถูกส่งมาเพื่อทำลายล้างโลกใบนี้ให้ได้ว่า มนุษยชาติมีคุณค่าควรแก่การละเว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป แต่กว่าเธอจะทำสำเร็จ มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ เพราะกระบวนการพิฆาตโลกเริ่มต้นขึ้นแล้ว


มนุษยชาติสนใจความเป็นไปได้ที่ว่า น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในจักรวาล นอกจากโลกใบนี้มานานแล้ว นิยายวิทยาศาสตร์และภาพยนตร์ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงแต่ยังเปิดประเด็นตอกย้ำ คำถาม, ความหวัง, และความกลัวต่อสิ่งมีชีวิตนอกโลกกับเราด้วย การคาดเดาเหล่านั้นตอบสนองจินตนาการที่เราสั่งสมมานานและสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสำรวจหาโลกที่ห่างไกลไปในจักรวาล และค้นหาความเป็นไปได้สูงสุดที่ว่าเราอาจจะไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาลนี้

หนึ่งในภาพยนตร์ที่มีแบบฉบับของตัวเองและเป็นนวัตกรรมของผลงานแนวนี้มากที่สุด คือ The Day The Earth Stood Still ภาพยนตร์ไซ-ไฟสุดคลาสสิคเมื่อปี 1951 ซึ่งนับเป็นผลงานที่พลิกวงการและสร้างอิทธิพลต่อผู้ที่สนใจในเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์, นักเขียนและผู้สร้างภาพยนตร์หลาย ๆ รุ่นถัดมา ผลงานการกำกับของ โรเบิร์ต ไวส์ (Robert Wise) ผู้กำกับระดับตำนานบอกเล่าเรื่องราวของ คลาทู (Klaatu) มนุษย์ต่างดาวที่หน้าตาเหมือนมนุษย์โลก ซึ่งยานอวกาศของเขาเดินทางมายังวอชิงตัน ดีซี (Washington D.C.) ด้วยเจตนาดี มีเป้าหมายที่จะพบกับผู้นำของโลกเพื่อเตือนให้รู้ว่า ความรุนแรงที่มนุษย์โลกกระทำต่อกันนั้นส่งผลกระทบต่อความคงอยู่ของเผ่าพันธุ์อื่นในเอกภพเช่นกัน ด้วยช่วยเหลือของหุ่นยนต์ยักษ์ผู้พิทักษ์ของคลาทูที่ชื่อ กอร์ท (Gort) คลาทูหลบหนีจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามจับกุมเขาไปได้ และเข้าไปใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนเพื่อจะทำความเข้าใจ เผ่าพันธุ์ที่หมกมุ่นกับการก่อความขัดแย้งและมุ่งทำลายกัน นี้ให้มากขึ้น เขาไปผูกมิตรกับแม่หม้ายและลูกชายบุญธรรม มิตรภาพระหว่างพวกเขาทำให้คลาทูเข้าใจมนุษย์ชาติมากขึ้น และในท้ายที่สุดก็ได้ท้าทายให้มนุษยชาติก้าวกระโดดสู่การเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดีขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะพัฒนาได้

ภาพยนตร์ฉบับดั่งเดิมเคยปฏิวัติวงการ ไม่ใช่เพียงเพราะแนวคิดเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว, ยานอวกาศและหุ่นยนต์ที่แปลกใหม่สุด ๆ ในช่วงเวลานั้น แต่ยังรวมถึง ความหลากหลายของแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ที่น่าตื่นเต้นที่สุด โดยเฉพาะประเด็นความตึงเครียดของยุคสงครามเย็นที่เริ่มต้น (early Cold War era) และกำลังทวีความรุนแรงเข้มข้นขึ้นในขณะนั้น นวนิยายวิทยาศาสตร์ดัง ๆ ทั้งหลายในอเมริกาช่วงทศวรรษที่ 50 มักกระตุ้นความกลัวของชาวตะวันตกที่มีต่อกลุ่มประเทศตะวันออก เออร์วิน สต๊อฟ (Erwin Stoff) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์กล่าว นิยายเหล่านี้จะตีกรอบให้ผู้อ่านกลัว คนอื่น ซึ่งก็คือพวกลัทธิคอมมิวนิสต์นั่นแหละ The Day the Earth Stood Still โดดเด่นตรงที่มันกระจายความกลัวให้ทุกคนแบกรับไปเท่า ๆ กันคนอื่น ที่เราต้องกลัวกลับเป็นตัวเราเอง กลับเป็นธรรมชาติของเรา และความสามารถในการก่อความรุนแรงที่เราทำกันเองนี่แหละ

ความยอดเยี่ยมอีกประการของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือการดำเนินเรื่องที่ค่อย ๆ คลายปม เอกลักษณ์ของเรื่องอยู่ตรงที่เรื่องราวในหนังจะเล่าผ่านสายตาของมนุษย์ต่างดาวไง สต๊อฟตั้งข้อสังเกต เราดูหนังมนุษย์ต่างดาวมาหลายเรื่อง แต่ก็ไม่ค่อยจะได้เห็นตัวเราเองเป็นมนุษย์ต่างดาวในหนังทั้งเรื่องอย่างนี้