Fast and Furious 4

Home / หนังใหม่ / Fast and Furious 4
Fast and Furious 4

Fast and Furious 4

2009-04-02





Fast and the furious 4ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

เป็นเวลานาน 8 ปีแล้วนับแต่ที่โดมินิค โทเร็ตโต้ (ดีเซล) อดีตนักเลงหัวไม้ ขับรถข้ามชายแดนเม็กซิโก และกลายเป็นพวกหนีเข้าเมือง บัดนี้ ดอมอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ริมชายหาดในสาธารณรัฐโดมินิกัน และใช้ชีวิตแบบที่ต้องคอยหลบหนี อยู่กับเล็ตตี้ (ร็อดริเกซ) หนึ่งเดียวจากอดีตของเขา ดอมพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เขารู้ดีว่าทางการยังตามล่าเขาอยู่

เมื่อการตายอันน่าเศร้าของคนที่เขารัก ทำให้เขาต้องเดินทางกลับมายังแอลเอ ดอมได้พบกับชายที่เป็นทั้งเพื่อนรักและศัตรูของเขาอย่างเจ้าหน้าที่ไบรอัน โอคอนเนอร์ (วอล์กเกอร์) เมื่อพวกเขาถูกสถานการณ์บีบให้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีร่วมกัน นั่นก็คือเจ้าพ่อค้ายาวิปริตที่กำลังขนยาร้ายเข้าอเมริกา ดอมและไบรอันต้องสร้างความไว้วางใจต่อกันขึ้นมาใหม่ ถ้าพวกเขาอยากเอาชนะศัตรู และล้างแค้นให้กับเหตุโศกนาฏกรรมที่ศัตรูตัวร้ายกระทำต่อครอบครัวเล็กๆ ของพวกเขา

การแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายผิดกฎหมาย หมายถึงการแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มโจรที่ขนเฮโรอีนเกรดเอข้ามชายแดนจากเม็กซิโก ผ่านมายังอุโมงค์ที่รถแทบวิ่งผ่านไม่ได้ ลัดเลี้ยวเลาะเข้าไปในถ้ำต่างๆ ชายสองคนอันได้แก่ แคมโพส (จอห์น ออร์ทิซ, American Gangster, Miami Vice)  และฟีนิกซ์ (ลาซ อาลอนโซ่, Jarhead, Stomp the Yard) คือคนเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถจัดเตรียมสิ่งที่ดอมและไบรอันต้องการ และคำตอบที่พวกเขาตามหาอยู่

เมื่อดอม, มีอา (บรูว์สเตอร์) น้องสาวของเขา และไบรอัน ได้กลับมาสัมผัสความผูกพันแบบครอบครัวที่เคยพังทลายไปเมื่อหลายปีก่อน พันธมิตรที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กลุ่มนี้พบว่าพวกเขาต้องเล่นเอาล่อเอาเถิดในการซิ่งที่นำพาพวกเขาไปถึงจุดหมายปลายทาง บัดนี้ จากการปล้นขบวนรถคอนวอยในย่านชนบทที่เต็มไปด้วยภูเขาของสาธารณรัฐโดมินิกัน จนถึงอุโมงค์ที่คดเคี้ยวตัดผ่านทะเลทรายของเม็กซิโก ชายสองคนนี้ต้องหาหนทางที่ดีที่สุดที่จะแก้แค้น นั่นก็คือการผลักดันขอบเขตจำกัดของทุกอย่างที่เป็นไปได้เมื่อพวกเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัย


จากแวดวงซิ่งรถผิดกฎหมายในลอสแอนเจลิส และธุรกิจฟอกเงินในไมอามี่ ไปถึงการดริฟท์เสี่ยงตายไปตามถนนของโตเกียว นี่คือภาพยนตร์ซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องของการซิ่ง ซึ่งกลายมาเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมไปทั่วโลกนับแต่มีการก่อกำเนิดภาพยนตร์ภาคแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว บัดนี้ ในเรื่องราวบทใหม่ ตัวละครหลักทั้ง 4 ตัวจากภาพยนตร์ภาคแรกได้กลับมาเจอกันอีกเป็นครั้งแรก และพวกเขาได้เดินทางกลับมายังบ้าน ที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น

วิน ดีเซล (The Pacifier, xXx) และพอล วอล์กเกอร์  (Flags of Our Fathers, Eight Below) กลับมาจับมือร่วมทีมกันในบทสุดท้ายของภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่ทำให้อดรีนาลีนพุ่งกระฉูดอย่าง Fast & Furious นอกจากจะมุ่งหน้ากลับสู่ท้องถนนของแอลเอแล้ว พวกเขายังได้กลับไปร่วมทีมกับมิเชลล์ ร็อดริเกซ (Lost, Resident Evil) และจอร์ดาน่า บรูว์สเตอร์ (Chuck, The Texas Chainsaw Massacre: The Beginning) เพื่อซิ่งรถคันงามแสนเท่ที่ผ่านการปรับแต่งไปตามถนนที่แน่นไปด้วยผู้คนของแอลเอ และยังซิ่งโลดไปถึงเมืองนอกเมืองนาในภาพยนตร์ทริลเลอร์แอ็กชั่นที่สุดตื่นเต้นจากฝีมือการกำกับของ จัสติน หลิน (The Fast and the Furious: Tokyo Drift, Better Luck Tomorrow)


ถนนสายกลับคืนสู่บ้าน:
Fast & Furious ได้รับไฟเขียว

บทความชิ้นหนึ่งในปี 1998 ในหนังสือแม็กกาซีน Vibe ที่ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มขาซิ่งตามถนนหลวง คือจุดกำเนิดที่เริ่มต้นหมุนล้อให้กับผลงานที่กลายมาเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟรนไชส์ซึ่งเป็นที่รักและได้กำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส ในปี 2001 เราได้พบกับแชมป์รถซิ่งใต้ดิน โดมินิค โทเร็ตโต้ และคู่ปรับของเขา เจ้าหน้าที่ตำรวจแอลเอพีดี ไบรอัน โอคอนเนอร์ ตลอดเวลาสองชั่วโมงของ The Fast and the Furious เราได้เห็นชายสองคนนี้ซึ่งอยู่คนละด้านของกฎหมาย ขับรถซิ่งที่ดูน่าตื่นตา จับมือกันจัดการกับคู่ปรับ และก่อกำเนิดมิตรภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ถึงแม้เมื่อภาพยนตร์ภาคแรกจบลง พวกเขาจะต้องแยกทางเดินไปคนละทาง ดอมกลายเป็นคนร้ายที่หลบหนีไปยังเม็กซิโก และไบรอันทำงานเป็นเอฟบีไออยู่ในไมอามี่ แต่เรายังได้ติดตามการทำงานของไบรอันต่อมาในภาคที่ 2อย่าง 2 Fast 2 Furious และได้เห็นภาพดอมแว๊บหนึ่งในตอนจบของภาคที่ 3 The Fast and the Furious: Tokyo Drift

ภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้ยังคงสร้างกลุ่มฐานแฟนจากทั่วโลก และทำรายได้ได้อย่างน่าประทับใจ อย่างไรก็ดี ภาพสุดท้ายของดอมขณะเดินก้าวข้ามชายแดนเม็กซิโกในตอนจบของภาคแรก ยังคงทิ้งความรู้สึกค้างคาอยู่ในใจคนดูที่อยากจะเห็นการผจญภัยจากฮีโร่ที่อยู่อีกด้านของกฎหมายผู้นี้ และคนดูยังกระหายอยากรู้เรื่องราวของผู้หญิงอีกสองคนที่อยู่ในโลกของดอม นั่นก็คือ เล็ตตี้ แฟนสาวของดอม และมีอา น้องสาวของเขา (ซึ่งบังเอิญเป็นผู้หญิงที่ไบรอันรัก)

แปดปีหลังจากที่คนดูได้สัมผัสเหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นหวาดเสียวและความรักความผูกพันระหว่างดอม/ เล็ตตี้ และไบรอัน/ มีอาเป็นครั้งแรก ผู้อำนวยการสร้าง นีล มอริตซ์ อยากสร้างภาพยนตร์อีกเรื่องที่สร้างความฮือฮา เขารู้ดีว่านี่คือจังหวะที่ลงตัวที่สุดที่จะพาคนดูไปสัมผัสกับภาคที่ 4 ของภาพยนตร์ยอดนิยมชุดนี้ มันถึงเวลาที่จะเดินทางกลับบ้านกันแล้ว

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่โปรเจ็กต์นี้จะได้รับไฟเขียว มอริตซ์อธิบายว่า เราเคยมีช่วงเวลาที่ดี และผลลัพธ์ที่สำเร็จกับภาพยนตร์สามภาคแรก แต่ถ้าเราคิดจะเดินหน้าไปสู่ระดับต่อไปจริงๆ เราต้องดึงวินกับพอลกลับมา

เพื่อดลบันดาลให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ต้องใช้เวลาในการวางแผนและการประสานงานที่ดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุดนานเกือบๆ หนึ่งทศวรรษ ผู้อำนวยการสร้างมอริตซ์กล่าวว่า เราพูดคุยกันเยอะมากตลอดหลายปีมานี้ ต้องนัดประชุมกันและเราก็ลงเอยด้วยการได้เรื่องที่ดีที่คุ้มค่าจริงๆ ที่ทั้งสองคนนั้นจะกลับมา เราโชคดีที่ทำงานนี้ได้สำเร็จ

การกลับมารวมตัวกันของสี่ดารานำ วิน ดีเซล, พอล วอล์กเกอร์, มิเชลล์ ร็อดริเกซ และจอร์ดาน่า บรูว์สเตอร์ เริ่มต้นขึ้นง่ายๆ ด้วยการไปปรากฏตัวของดีเซลในฐานะแขกรับเชิญที่สามารถสร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมากใน Tokyo Drift ซึ่งกำกับโดยจัสติน หลิน หลังจากได้เห็นงานตัดต่ออย่างคร่าวๆ ของภาพยนตร์ภาคที่ 3 แล้ว ดีเซลตกลงใจที่จะมาปรากฏตัวในองก์ที่ 3 ในฐานะเพื่อนของฮัน (ซุง กัง) ที่มาเพื่อท้าทายฌอน บอสเวลล์ ตัวละครของลูคัส แบล็ค ให้มาซิ่งรถแข่งกัน

ในช่วงเวลาหลายชั่วโมงที่อยู่ด้วยกันในกองถ่าย ผู้กำกับหลินและดีเซลคอยช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี ความใส่ใจที่หลินมีต่อรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บวกกับความสามารถของเขาที่จะวางตัวละครเอาไว้ท่ามกลางฉากแอ็กชั่นอันทรงพลัง ทำให้ดีเซล ซึ่งเป็นนักแสดงที่สร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยการพัฒนาตัวละครในภาพยนตร์แอ็กชั่นสุดฮิตอย่าง xXx และภาพยนตร์ภาคแรกและภาคต่ออย่าง Pitch Black/Chronicles of Riddick เกิดความสนใจขึ้นมาทันที

เมื่อได้เห็นการตอบรับของคนดูที่มีต่อบทรับเชิญของดีเซล มอริตซ์รู้เลยว่าแฟนๆ อยากกลับไปสัมผัสการผจญภัยของดอม/ ไบรอันอีกครั้ง มอริตซ์พูดถึงการร่วมมือกันในครั้งนี้ว่า การผสมผสานของพวกเขาสองคน และดูว่าพวกเขาจะแสดงฉากเดียวกันด้วยกันอย่างไร คือสิ่งที่เราไม่สามารถประดิษฐ์ขึ้นได้ สายสัมพันธ์และการแสดงที่เข้าขากันของพวกเขาเกิดขึ้นได้บนจอ ไม่งั้นทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้

ผู้อำนวยการสร้างฟ็อตเทรลล์พูดถึงความผูกพันของดีเซลและวอล์กเกอร์ว่า มันได้ถูกใส่ลงไปในตัวละครของพวกเขาด้วย ความเป็นพี่เป็นน้องยังคงมีอยู่ระหว่างพวกเขาสองคน คนหนึ่งถูกเลี้ยงดูมาในด้านเลวร้าย ส่วนอีกคนเติบโตมาในด้านดี ตอนนี้ ไบรอันได้กลมกลืนเข้าไปในโลกของดอมแล้ว และพวกเขาทั้งคู่ต่างหนุนหลังกันและกัน ความผูกพันบังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน พวกเขาจึงปกป้องกันและกัน ไม่ว่าใครจะถูกหรือใครจะผิดก็ตาม

ดีเซล ซึ่งกลับมารับบท ดอม โทเร็ตโต้ นักซิ่งกล้ามโตชาวอเมริกัน และยังทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย กล่าวว่า ผมอยากแสดงภาพยนตร์ภาคต่อที่ให้ความรู้สึกว่ามันคือเรื่องราวต่อเนื่องจากเรื่องราวภาคแรก บทภาพยนตร์ Fast & Furious เรื่องนี้เข้าข่ายนั้นพอดี 

เขายังฟังเสียงฟีดแบ็คของแฟนๆ เมื่อพวกเขาตอบรับเป็นอย่างดีในบทที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของเขา ดีเซลบอกว่า หลังจากแสดงบทรับเชิญในภาพยนตร์ภาคที่ 3 แล้ว สำหรับผม เห็นได้ชัดว่าคนดูแทบจะพูดออกมาเลยว่า เฮ้ วิน อย่าเลือกเรื่องมากนักเลย…ไปที่นั่น และเล่นหนังเรื่องนั้นเถอะ เราอยากดูกันแล้ว แรงจูงใจที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเขาได้กลับมาเจอกับบรรดาเพื่อนเก่า ไม่ใช่เรื่องเจ็บปวด ดีเซลเปิดเผยว่า มันคือรางวัลที่ผมได้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กับคนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวของผมต่อฮอลลีวู้ด


หนัง - โปสเตอร์ใหม่จาก Fast & Furious