The Reader ในอ้อมกอดรักไม่ลืมเลือน

Home / หนังใหม่ / The Reader ในอ้อมกอดรักไม่ลืมเลือน
The Reader ในอ้อมกอดรักไม่ลืมเลือน

The Reader ในอ้อมกอดรักไม่ลืมเลือน

2009-02-12




THE READER เปิดเรื่องในเยอรมันช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เด็กหนุ่มวัยใส ไมเคิล เบิร์ก ป่วยและมี ฮันนา หญิงสาวที่อายุมากกว่ารอบหนึ่งช่วยส่งตัวเขากลับบ้าน หลังจากสร่างไข้แล้ว เขาออกตามหาฮันนาเพื่อขอบคุณ ก่อนที่ทั้งสองจะผูกสัมพันธ์รักแบบลับๆ ขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไมเคิลพบว่าฮันนาชอบให้ใครสักคนอ่านหนังสือให้ฟัง ในขณะเดียวกันสัมพันธ์กายก็เกินเลยลึกซึ้ง นับวันฮันนาก็ยิ่งหลงใหลเรื่องที่ไมเคิลอ่าน ไม่ว่าจะเป็น Odyssey, Huck Finn หรือแม้แต่ The Lady with the Little Dog แต่แล้วเมื่อความรักสุกงอมหอมกรุ่น ฮันนากลับหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ปล่อยไมเคิลไว้ในห้วงแห่งความสับสนและทรมานเนื่องเพราะหัวใจสลาย

แปดปีให้หลัง ไมเคิลกลายเป็นนักศึกษากฎหมาย ระหว่างเข้าฟังการพิพากษาคดีอาชญากรรมสงครามของพรรคนาซี เขาต้องตกตะลึง เมื่อฮันนาหวนคืนสู่ชีวิตของเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอมาในฐานะจำเลย ณ ห้องว่าความ ในขณะที่อดีตของฮันนาค่อยๆ เผยให้เห็นเด่นชัด ไมเคิลก็เผยความลับลึกซึ้งซึ่งจะกระทบชีวิตของเขาและเธอนับจากนี้


THE READER

…เบื้องหลังปริศนามีหนึ่งความจริงอำพราง
ซึ่งทำให้เราต้องตั้งคำถาม ต่อทุกสิ่งที่เคยรู้มา…

ภาพยนตร์ในความทรงจำแสนรักของ แอนโธนี มิงเกลลา และ ซิดนีย์ พอลแล็ก

เบื้องหลังงานสร้าง

 THE READER นำเสนอเรื่องหลอนลวง เกี่ยวกับความจริงและการหวนกลับมาพบกันอีกครั้ง พร้อมด้วยเรื่องราวของคนรุ่นหนึ่งที่ต้องรับกรรมจากการที่คนรุ่นก่อนตกเป็นอาชญากรสงคราม นำแสดงโดย เรล์ฟ ไฟนส์, เดวิด ครอซ และ เคต วินสเลต กำกับโดย สตีเฟน ดัลดรี (ผู้กำกับซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากเรื่อง THE HOURS) จากบทภาพยนตร์โดย เดวิด แอร์ ซึ่งอ้างอิงกับนวนิยายชนะรางวัลจากปลายปากกาของ เบอร์นาร์ด ชลิงก์ โดยที่นวนิยายนั้นได้รับการแปลถึง 40 ภาษา และเป็นนวนิยายเยอรมันเล่มแรกที่ขึ้นครองอันดับหนึ่งของตารางหนังสือขายดีใน New York Times ได้

จากหนังสือสู่แผ่นฟิล์ม

 หลายๆ มุมในเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ของ THE READER มีพลังแห่งถ้อยคำและวรรณศิลป์สร้างภาพให้ปรากฏขึ้นได้อย่างลึกซึ้งตรึงใจ เรียกว่าเหมาะสมแล้ว หากจะมีภาพยนตร์สักเรื่องถือกำเนิดขึ้นจากหนังสือที่เรียงร้อยถ้อยคำอย่างงดงามและเรียบง่าย แต่สะเทือนไปถึงขั้วอารมณ์ หรือตามที่ Los Angeles Times สะบัดหมึกไว้ว่า นี่คือนวนิยายที่เรียบหรูดูงาม ชวนติดตามจนวางไม่ลง และสุดท้ายก็มุ่งตรงเข้าทำลายกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมจนย่อยยับ

งานกึ่งอัตชีวประวัติเล่มนี้เขียนโดย เบอร์นาร์ด ชลิงก์ ชาวเบอร์ลินผู้เป็นทั้งอาจารย์กฎหมายและนักเขียนแนวลึกลับ ตีพิมพ์ในปี 1995 ต่อมาได้รับการแปลถึง 40 ภาษา และกลายเป็นนวนิยายเยอรมันเรื่องแรกที่ก้าวขึ้นไปครองอันดับหนึ่งบนตารางหนังสือขายดีของ New York Times กระทั่งแพร่หลายเป็นที่นิยมกันไปทั่วในปี 1999 หลังจากที่ โอปราห์ วินฟรีย์ เลือกใช้ชื่อนวนิยายเล่มนี้เป็นชื่อสำหรับบุ๊คคลับอันโด่งดังของเธอ ใครจะคิดว่าหนังสือแค่ 218 หน้าจะรบกวนอารมณ์ได้มากมายขนาดนี้คะ โอปราห์ วินฟรีย์ ตั้งคำถาม และตั้งข้อสังเกตว่ามีคนอ่านนวนิยายเรื่องนี้มากกว่าหนังสือเรื่องอื่นๆ ที่บุ๊คคลับของเธอคัดสรรมา ตั้งแต่ก่อนที่จะนำมันมาพูดคุยกันในรายการของเธอเสียอีก

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มคนที่เรียกกันว่า ชนรุ่นสอง ครับ ชลิงก์บอก และอธิบายว่าหมายถึงกลุ่มเด็กๆ ที่ เกิดช้าไปหน่อย แต่โชคดีที่สุด ซึ่งเติบโตในยุคหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง พวกเราเติบโตขึ้นมาอย่างบริสุทธิ์ใสซื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็รับรู้สิ่งที่คนรุ่นพ่อแม่ บาทหลวง และคุณครูของเราเคยกระทำไว้ กับการต้องรักใครสักคนที่เคยพัวพันกับเรื่องเลวร้ายน่ะ น่าปั่นป่วนใจจริงๆ ในประเทศเยอรมัน ความรู้ความเข้าใจในเรื่องสงคราม กลายเป็นศัพท์ทางจิตวิทยาว่า vergangenheitsbew?ltigung หมายถึง ความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อเข้าใจและยอมรับอดีต ยิ่งไปกว่านั้น นวนิยายเรื่องนี้ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศมากมายถึงขนาดที่ว่าโรงเรียนในเยอรมันนำไปใช้เป็นตำรา