Valkyrie วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

Home / หนังใหม่ / Valkyrie วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก
Valkyrie วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

Valkyrie วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

2009-02-19




ในประเทศที่ซาตานเป็นผู้ปกครอง ประเทศที่ตำรวจกร่างอำนาจและเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวทุกชนิด ในโลกที่ความยุติธรรมและเกียรติยศไม่อาจหยิบขึ้นมายกย่องกันได้อีกต่อไป ยังมีกลุ่มผู้หาญกล้าที่ซ่อนเร้นแฝงตัวอยู่ในระดับบริหารสูงสุดและตัดสินใจลงมือปฏิบัติหักดิบด้วยมือของพวกเขาเอง

นายพันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก เป็นข้าราชการทหารผู้องอาจ และสาบานตนรับใช้ประเทศยิ่งชีพ ทั้งยังหวังให้ใครสักคนเข้ามายุติความบ้าระห่ำของฮิตเลอร์  ก่อนที่ทั้งทวีปยุโรป  และประเทศเยอรมันนี เองจะถูกทำลายย่อยยับ

เมื่อเขาตระหนักแล้วว่า เวลาช่างเหลือน้อยลงทุกที ก็จึงตัดสินใจลงมือปฏิบัติการอุกอาจด้วยตนเอง และร่วมกับกองกำลังชาวเยอรมันผู้ต่อต้านการปกครองของกองทัพนาซี เขาอาศัยจังหวะที่มีการประกาศใช้แผนฉุกเฉินของฮิตเล่อร์ เองที่เรียกขานกันว่า ปฏิบัติการวัลคีรี่ (Operation Valkyrie) กองกำลังนี้มุ่งลอบสังหารผู้นำจอมเผด็จการและโค่นล้มรัฐบาลนาซีของเขาจากวงใน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการ โดยมีอนาคตของโลก, ชะตากรรมของคนนับล้าน, รวมทั้งชีวิตลูกเมียของฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก, เป็นเดิมพัน เขาจึงก้าวข้ามจากคนที่เคยคิดต่อต้านฮิตเลอร์มาเป็นคนที่จะต้องลงมือสังหารผู้นำจอมโหดด้วยตัวเอง


ทอม ครู้ซ นำแสดงในภาพยนตร์ลุ้นระทึกทุกนาทีเรื่อง VALKYRIE วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก ที่สร้างอ้างอิงจากเรื่องจริงของนายพันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (รับบทโดยครู้ซ) ในปฏิบัติการบ้าบิ่นและฉลาดสุด ๆ ที่มุ่งกำจัดซาตานบ้าอำนาจที่ร้ายกาจที่สุดในโลกเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยจารึกไว้

ไบรอั้น ซิงเกอร์ (จาก THE USUAL SUSPECTS ปล้นไม่ให้จับได้, X-MEN ศึกมนุษย์พลังเหนือโลก, และ SUPERMAN RETURNS) กลับมาร่วมงานกับเจ้าของรางวัลออสการ์ คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี่ ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง THE USUAL SUSPECTS ปล้นไม่ให้จับได้ อีกครั้งเพื่อตีแผ่ชีวิตของชายผู้กล้าริเป็นผู้นำการลอบสังหารฮิตเลอร์

ภาพยนตร์เรื่อง VALKYRIE วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก ยังได้นักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงระดับโลกมาร่วมแสดงมากมาย ทั้งเค็นเน็ธ บรานาห์, ทอม วิลคินสัน, บิล นิกไฮ, คาริช แวน ฮิวเท็น, โธมัส เคร็ทชมาน, เอ็ดดี้ อิซซาร์ด, คริสเตียน เบอร์เคล, และเทอเร้นซ์ สแตมป์


 
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ (TIMELINE)

30 มกราคม 1933 ฮิตเลอร์ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของเยอรมันนี
30 มิถุนายน 1934 คืนแห่งดาบ (Night of the Long Knives) ฮิตเลอร์สั่งฆ่าผู้นำกองกำลัง SA (Sturm Abteilung) เมื่อพวกเขาท้าทายอำนาจของฮิตเลอร์ ศัตรูทางการเมืองคนอื่น ๆ ก็พลอยถูกกำจัดไปในคราวเดียวกันด้วย

18 สิงหาคม 1938 หัวหน้ากลุ่มนายพลทหาร ลุดวิก เบ็ค (General Staff Ludwig Beck) ลาออกเพื่อประท้วงฮิตเลอร์ในการใช้ความรุนแรงทางทหารและเตือนให้ระวังหายนะที่จะเกิดขึ้น
ฤดูร้อนปี 1938 พันโทฮานซ์ ออสเตอร์ (Lieutenant-Colonel Hans Oster) จัดตั้งเครือข่ายทหารและประชาชนเพื่อการลอบสังหารฮิตเลอร์ แต่แผนการของพวกเขาล้มเหลว

9 พฤศจิกายน 1938 เกิดเหตุการณ์คืนแห่งผลึก (Kristallnacht) ชาวยิวในเยอรมัน (German Jews) ถูกประทุษร้ายด้วยการกระทำอันรุนแรงไปทั่วทั้งประเทศ
1 กันยายน 1939 สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) เริ่มต้นขึ้นเมื่อเยอรมันนี (Germany) กรีฑาทัพเข้าบุกโปแลนด์ (Poland)

8 พฤศจิกายน 1939 จอร์จ เอลเซอร์ (Georg Elser) พยายามสังหารฮิตเลอร์ด้วยระเบิดแต่ล้มเหลว
ฤดูร้อนปี 1941 เฮนนิ่ง ฟอน เทรชคอฟ (Henning von Tresckow) เริ่มก่อตั้งกองกำลังต่อต้านนาซีภายในศูนย์ Army Group Center

13 มีนาคม 1943 การลักลอบวางระเบิดเวลาของเทรชคอฟบนเครื่องบินของฮิตเลอร์ล้มเหลว
7 เมษายน 1943 เคล้าส์  ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (Claus von Stauffenberg) ได้รับบาดเจ็บสาหัสในประเทศตูนีเซีย (Tunisia)

24 มกราคม 1943 แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ (Franklin D. Roosevelt) และวินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) เรียกร้องให้เยอรมันนี ยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข
ฤดูร้อนปี 1943   เทรชคอฟ (Tresckow), เฟรดริช โอลบริคท์ (Friedrich Olbricht), และเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (Claus von Stauffenberg) ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงปฏิบัติการวัลคีรี่ของฮิตเลอร์เพื่อเตรียมการสำหรับการรัฐประหาร

ตุลาคม 1943  สเต๊าฟ์เฟนแบร์กขึ้นเป็นหัวหน้าคณะนายทหารแห่ง General Army Office ภายใต้การบังคับบัญชาของโอลบริคท์ (Olbricht)

11 กรกฏาคม 1944 แผนการลอบสังหารฮิตเลอร์โดยสเต๊าฟ์เฟนแบร์กครั้งแรกถูกยกเลิก
15 กรกฏาคม 1944 แผนการลอบสังหารฮิตเลอร์ครั้งที่สอง ณ รังหมาป่า (Wolfs Lair) ถูกยกเลิก

20 กรกฏาคม 1944 สเต๊าฟ์เฟนแบร์กติดตั้งระเบิดที่วูลฟ์สแลร์ (Wolfs Lair) พร้อมกับการเริ่มต้นปฏิบัติการตามแผนยึดอำนาจ ในคืนเดียวกันนี้เองที่ สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก, โอลบริคท์, อัลเบรคท์ เมิร์ทซ์ ฟอน เควินไฮม์ (Albrecht Mertz von Quirnheim), และเวอร์เนอร์ ฟอน แฮฟเทน (Werner von Haeften) ถูกประหารชีวิตด้วยปืน กลางลานด้านนอกของเบนเดลอร์สตราสส์ (Bendlerstrasse)

30 เมษายน 1945 ผลของสงครามเริ่มเห็นชัดแล้วว่าเยอรมันแพ้แน่ ๆ ฮิตเลอร์จึงฆ่าตัวตาย
8 พฤษภาคม 1945  เยอรมันนียอมแพ้สงครามโดยไม่มีเงื่อนไข